02/07/2026

ชุมพรส่งสัญญาณเตือนภัยแล้ง! สภาเกษตรกรหวั่นฝนทิ้งช่วง เร่งรัฐวางแผนรับมือ ชี้หากไม่กักเก็บน้ำ วิกฤตอาจกระทบทั้งจังหวัด

3102841

ชุมพรส่งสัญญาณเตือนภัยแล้ง! สภาเกษตรกรหวั่นฝนทิ้งช่วง เร่งรัฐวางแผนรับมือ ชี้หากไม่กักเก็บน้ำ วิกฤตอาจกระทบทั้งจังหวัด

ชุมพร – สัญญาณเตือนภัยแล้งเริ่มดังขึ้นอีกครั้ง เมื่อที่ประชุมสภาเกษตรกรจังหวัดชุมพรหยิบยกสถานการณ์น้ำขึ้นหารืออย่างเร่งด่วน หลังตัวแทนเกษตรกรหลายพื้นที่สะท้อนตรงกันว่า ปริมาณฝนในปีนี้ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น แหล่งน้ำธรรมชาติหลายแห่งเริ่มลดระดับอย่างน่ากังวล พร้อมเรียกร้องให้ทุกหน่วยงานเร่งวางแผนบริหารจัดการน้ำ ก่อนสถานการณ์จะลุกลามเป็นวิกฤตใหญ่

วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 นายพิเชษฐ์ เทศรัตน์ กำนันตำบลวังตะกอ อำเภอหลังสวน และผู้ทรงคุณวุฒิสภาเกษตรกรจังหวัดชุมพร เปิดเผยต่อที่ประชุมว่า จากการติดตามข้อมูลด้านภูมิอากาศและการประเมินด้วยเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ พบแนวโน้มว่าปริมาณฝนในพื้นที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่อุณหภูมิพื้นดินสูงขึ้น ส่งผลให้แหล่งน้ำหลายแห่งลดลงอย่างรวดเร็ว จึงแสดงความกังวลว่า หากฝนยังตกต่ำกว่าค่าเฉลี่ยต่อเนื่อง จังหวัดชุมพรอาจเผชิญปัญหาภัยแล้งรุนแรงในช่วงปลายปี

นายพิเชษฐ์กล่าวว่า โดยปกติในช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายน พื้นที่ภาคใต้ควรได้รับอิทธิพลจากพายุและฝนที่ช่วยเติมน้ำในลำคลองและอ่างเก็บน้ำ แต่ปีนี้กลับพบว่าปริมาณน้ำในหลายพื้นที่ลดลงอย่างผิดสังเกต แม้ในช่วงเดือนสิงหาคมถึงตุลาคมจะยังมีฝนตก แต่กังวลว่าปริมาณอาจไม่เพียงพอที่จะเติมน้ำเข้าสู่แหล่งกักเก็บขนาดใหญ่

“ปีที่แล้วน้ำเต็มบ่อยังบริหารจัดการกันอย่างหนัก หากปีนี้ปริมาณน้ำเหลือตั้งแต่ต้นฤดูเพียง 60–70 เปอร์เซ็นต์ ทุกฝ่ายต้องเตรียมรับมือทันที เกษตรกรควรสำรองน้ำเท่าที่ทำได้ และหน่วยงานภาครัฐต้องมีแผนรองรับอย่างเป็นรูปธรรม” นายพิเชษฐ์กล่าว

ในที่ประชุม สมาชิกสภาเกษตรกรยังเสนอแผนบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ โดยผลักดันโครงการ “1 ตำบล 1 ฝายประตูระบายน้ำ” เพื่อกักเก็บน้ำจากคลองสายหลัก เช่น คลองท่าแซะ คลองพะโต๊ะ และลำน้ำสำคัญอื่น ๆ สำหรับใช้ในช่วงฤดูแล้ง พร้อมเสนอระบบสูบน้ำส่งผ่านคลองสาขาและคลองไส้ไก่เพื่อกระจายน้ำสู่พื้นที่การเกษตร นอกจากนี้ยังเห็นว่าประตูระบายน้ำสามารถช่วยชะลอน้ำหลาก ลดความเสี่ยงน้ำท่วมในพื้นที่ตัวเมืองชุมพรได้อีกทางหนึ่ง

ด้านนายสุรินทร์ ทองน้อย สมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัดชุมพร อำเภอหลังสวน ได้ติดตามความคืบหน้าโครงการขุดลอกปากคลองจมูกโค้ง ตำบลบางมะพร้าว ซึ่งเป็นโครงการสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำลงสู่อ่าวไทย และแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่ หากดำเนินการได้จะสามารถกักเก็บน้ำได้ประมาณ 7.80 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ปัจจุบันยังติดปัญหาการคัดค้านจากเจ้าของที่ดินบางส่วน ทำให้ต้องพิจารณาปรับแนวเส้นทางโครงการใหม่

ขณะที่สำนักงานชลประทานที่ 14 รายงานว่า หลายโครงการสำคัญของจังหวัดยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการศึกษาความเหมาะสม สำรวจ ออกแบบ และขอใช้พื้นที่ ทั้งโครงการฝายทับอินทนิล อ่างเก็บน้ำคลองแย รวมถึงฝายอาบน้ำช้าง ฝายคลองน้ำชู และฝายทุ่งยอ

นายธีรศักดิ์ ยมสวัสดิ์ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดชุมพร กล่าวว่า จังหวัดชุมพรมีศักยภาพด้านทรัพยากรน้ำ เพราะมีแม่น้ำและลำคลองไหลจากเทือกเขาสู่ทะเลทุกอำเภอ แต่ที่ผ่านมาโครงสร้างกักเก็บน้ำยังมีไม่เพียงพอ จึงเตรียมเชิญกรมชลประทานร่วมประชุมกับตัวแทนเกษตรกรจากทุกพื้นที่ เพื่อจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน และช่วยลดผลกระทบจากทั้งภัยแล้งและน้ำท่วมในอนาคต

ธนากร โกศลเมธี รายงาน
โทร. 081-892-3514

ข่าวที่น่าติดตาม