พระบรมธาตุฯนครศรีฯ ผ่านขั้นต้นขึ้นทะเบียนมรดกโลก ลุ้นปลายกรกฎาฯชี้ขาด

พระบรมธาตุฯนครศรีฯ ผ่านขั้นต้นขึ้นทะเบียนมรดกโลก ลุ้นปลายกรกฎาฯชี้ขาด
ผศ.ฉัตรชัย ศุกระกาญจน์ ประธานสภาวัฒนธรรมนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า พระบรมธาตุเจดีย์ วัดพระบรมธาตุวรวิหารนครศรีธรรมราช ได้ผ่านความเห็นขอบในขั้นต้นให้ขึ้นทะเบียนมรดกโลกแล้ว ประเภทมรดกที่มีชีวิต โดยจะนำเข้าสู้ที่ประชุมของ อิคอโมส (Icomos) ICOMOS (ไอคอมอส) (International Council on Monuments and Sites)หรือ สภาการโบราณสถานและแหล่งโบราณคดีระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นองค์กรวิชาชีพด้านการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม
“พระบรมธาตุเราได้เกรด A จารึกลงในมรดกโลกได้เลย โดยไม่ต้องอภิปรายอะไรอีก เพราะพระบรมธาตุฯมีความสมบูรณ์ในตัวอยู่แล้ว”
อ.ฉัตรชัย เปิดเผยว่า Icomos จะมีการประชุมที่เมืองฟูซาน ประเทศเกาหลี ระหว่างวันที่ 24-27 กรกฏาคมนี้
อ.ฉัตรชัย กล่าวอีกว่า พระบรมธาตุเจดีย์นครศรีฯ เป็นแหล่งมรดกแห่งเดียวในคาบสมุทรมาลายูที่ได้รับอิทธิพลมาจาก 4 แห่ง คืออินเดีย ศรีลังกา สุโขทัย และอยุธยา นำมาดัดแปลงให้เป็นเอกลักษณ์ของนครศรีธรรมราช ผสมผสานแนวคิดของคนเอเซีย
“วัดพระบรมธาตุฯได้แสดงให้เห็นถึงมรดกที่มีชีวิต เช่นเดียวกับอยุธยา และสุโขทัย แต่ทั้งอยุธยา และสุโขทัยเหลือแต่ซากแล้ว แต่พระบรมธาตุ ยังมีเจดีย์ มีคนไปกราบไหว้ มีเจดีย์ราย ที่บรรจุกระดูกของบรรพบุรุษ มีคนแห่ผ้าไปห่มทุกปี เห็นได้ชัดจากประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ จึงถือได้ว่านี้คือมรดกที่มีชีวิต ในโลกนี้ไม่ค่อยมี ไม่มีเจดีย์ไหนมีขนาดใหญ่ และมีประวัติความเป็นมายาวนานเท่าพระบรมธาตุเจดีย์”
อ.ฉัตรชัย ย้ำว่า เกณฑ์ตัดสินข้อ 6 สำคัญมาก คือการรักษาประเพณีให้ยั่งยืนจนโดเด่นของโลก เช่น ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ เราขยายแนวคิดไปแห่ผ้าห่มเจดีย์พุทธคยา ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุเราทำต่อเนื่องกันมา 800 กว่าปี อันเป็นการสะท้อนความมุ่งมั่นต่อเนื่องของคนนครศรีฯ
ดร.เกล้าสรวง สุพงศ์ธร ประธานสมาพันธ์จิตอาสาชาวใต้ อดีตประธานแห่ผ้าขึ้นธาตุ ที่เคยนำคณะไปแห่ผ้าห่มเจดีย์พุทธคยา ประเทศอินเดีย กล่าวแสดงความดีใจจนสุดจะกลั่นเมื่อรับทราบข่าวดีจาก อ.ฉัตรชัย
“ดีใจมากที่ความพยายามของพวกเราไม่สูญเปล่า เราเดินมาถึงปลายทางแล้ว เหลืออีกนิดเดียว ไม่ถึงเดือนเราก็จะรู้ผลแล้ว ขอให้เราช่วยกันภาวนากับองค์พ่อ ขอให้สำเร็จ”
กล่าวสำหรับประวัติความเป็นมาของพระบรมธาตุเจดีย์ นครศรีธรรมราช ตามตำนานเล่าว่า เจ้าชายทันตกุมารและเจ้าหญิงเหมมาลา ได้อัญเชิญพระเขี้ยวแก้วจากอินเดียไปยังศรีลังกา ระหว่างทางเรือแตกที่บริเวณ “หาดทรายแก้ว” ซึ่งเป็นพื้นที่นครศรีธรรมราชในปัจจุบัน จึงได้นำพระบรมสารีริกธาตุบางส่วนฝังไว้ ต่อมาภายหลังได้มีการสร้างสถูปครอบสถานที่นั้น จนกลายเป็นพระบรมธาตุนครศรีธรรมราช
อย่างไรก็ตาม นักประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่เห็นว่าตำนานดังกล่าวเป็นเรื่องเล่าที่เชื่อมโยงกับคติลังกา แต่การก่อสร้างพระบรมธาตุจริงน่าจะเกิดขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18 (ราว 800 ปีก่อน) ในยุครุ่งเรืองของอาณาจักรตามพรลิงค์
ลักษณะสำคัญ องค์พระบรมธาตุเป็นเจดีย์ทรงลังกา สีขาว สูงประมาณ 55 เมตร
ยอดเจดีย์หุ้มทองคำและมีเครื่องประดับทองคำจำนวนมาก
* เชื่อกันว่าบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า
* รอบองค์พระธาตุมีเจดีย์บริวารจำนวนมากกว่า 150 องค์ ซึ่งเรียกว่า “เจดีย์ราย”
ความสำคัญทางประวัติศาสตร์
นครศรีธรรมราชเคยเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในคาบสมุทรมลายู พระบรมธาตุจึงเป็นทั้งศูนย์กลางศรัทธาและศูนย์กลางอำนาจทางวัฒนธรรมของเมืองนครศรีธรรมราชมาเป็นเวลาหลายร้อยปี
ความเชื่อ “พระธาตุไร้เงา”
หนึ่งในความมหัศจรรย์ที่ชาวนครศรีธรรมราชกล่าวถึงกันมาก คือ “พระธาตุไร้เงา” ซึ่งเชื่อว่าไม่ว่าจะมองจากมุมใด จะไม่เห็นเงาของยอดพระธาตุตกลงบนพื้นอย่างชัดเจน จนกลายเป็นความเชื่อและเรื่องเล่าประจำองค์พระธาตุสืบต่อกันมา
มรดกโลก
ปัจจุบัน วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ได้รับการผลักดันจากประเทศไทยเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกขององค์การ UNESCO เนื่องจากมีคุณค่าโดดเด่นด้านประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และพระพุทธศาสนาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
พระเจ้าศรีธรรมโศกราช ผู้สร้างพระบรมธาตุ” ชาว นครฯ
พระบรมธาตุนครศรีธรรมราช ถือเป็นปูชนียสถานสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของภาคใต้ และเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดนครศรีธรรมราชมานานนับพันปี อีกไม่ถึงเดือนมาลุ้นกันว่า พระบรมธาตุฯจะได้ขึ้นทะเบียนมรดกหรือไม่ มีบ้างเหมือนกันที่คณะกรรมการมรดกโลกเห็นต่างจาก Icomos แต่น้อยมาก
#นายหัวไทร
#พระบรมธาตุฯมาดกโลก
