สมุทรสาคร-ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร ลุยกำจัดผักตบชวาหนาแน่นในแม่น้ำท่าจีน สั่งบูรณาการทุกหน่วยงาน เร่งแก้ปัญหาความเดือดร้อนประชาชน

สมุทรสาคร-ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร ลุยกำจัดผักตบชวาหนาแน่นในแม่น้ำท่าจีน สั่งบูรณาการทุกหน่วยงาน เร่งแก้ปัญหาความเดือดร้อนประชาชน
เมื่อเวลา 12.30 น.ของวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย นายอุดม ไกรวัตนุสสรณ์ นายก อบจ.สมุทรสาคร นายประหยัด ตะคอนรัมย์ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสมุทรสาคร นายบรรพต จันทรวงษ์ ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร นายกฤษฎาพันธ์ จันทรคณา ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสมุทรสาคร และคณะ ได้ลงพื้นที่ติดตามการกำจัดผักตบชวาในแม่น้ำท่าจีนอย่างใกล้ชิด บริเวณท่าเทียบเรือเทศบาลนครสมุทรสาคร ติดกับริมเขื่อนหน้าศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร หลังพบปัญหาการสะสมของวัชพืชน้ำ (ผักตบชวา) จำนวนมหาศาลที่ไหลมารวมกันอย่างหนาแน่น ส่งผลกระทบทั้งต่อคุณภาพน้ำ การสัญจรทางเรือ ความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ และทัศนียภาพริมแม่น้ำท่าจีน โดยย้ำชัดไม่ปล่อยปัญหานิ่งเฉย พร้อมสั่งการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเร่งดำเนินการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง 
ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ก็ได้มอบหมายให้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร ร่วมกับ กรมโยธาธิการและผังเมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำเรือตักผักตบชวาลงปฏิบัติการในพื้นที่สำคัญของแม่น้ำท่าจีน โดยบริเวณด้านหน้าท่าเทียบเรือฯ ใช้เรือตักจาก อบจ.สมุทรสาคร เพื่อเร่งเปิดทางน้ำให้ไหลสะดวก เรือรับส่งผู้โดยสารสามารถเข้าออกไปอย่างปลอดภัย และเมื่อตักผักตบชวาขึ้นจากน้ำแล้วก็จะใส่รถบรรทุกของ อบจ.สมุทรสาคร นำไปฝังกลบในพื้นที่ค่ายลูกเสือแจ่มวิชาสอน ซึ่งปัจจุบันเป็นพื้นที่รกร้าง ไม่ได้ดำเนินการหรือกิจกรรมใดๆ เมื่อนำผักตบชวาไปยังจุดฝังกลบแล้ว ก็จะมีการราดน้ำจุลินทรีย์ EM ก่อนที่จะขุดดินฝังกลบต่อไป
ขณะที่พื้นที่แม่น้ำท่าจีนในเขตอำเภอกระทุ่มแบน ใช้เรือตักจากกรมโยธาธิการและผังเมืองจำนวน 2 ลำ กับเรือบรรทุกรถแบ็คโฮอีก 1 ลำ เข้าดำเนินการ โดยเบื้องต้นจุดที่ส่งเรือกำจัดผักตบชวาเข้าดำเนินการก่อนคือ จุดที่สามารถวางแนวสกัดผักตบชวาจากตอนบนไม่ให้ไหลลงสู่ตอนล่างได้สะดวกที่สุด และง่ายต่อการเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ฝั่งกลบซึ่งเป็นที่ดินของภาคเอกชนที่ให้ความร่วมมือในการกำจัดผักตบชวาเหล่านี้ จากนั้นก็จะยังมีการพิจารณาพื้นที่อื่น ที่มีความเหมาะสมเพิ่มเติมทั้งในเรื่องของการปฏิบัติงานและการนำไปฝังกลบ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อบ้านเรือนประชาชนที่อยู่โดยรอบ
นายอำนาจ เจริญศรี ผวจ.สมุทรสาคร กล่าวว่า ด้วยสภาพภูมิประเทศของจังหวัดสมุทรสาคร เป็นพื้นที่ตอนล่างของแม่น้ำท่าจีน ดังนั้น ในทุกๆ ปีจะพบว่า เมื่อถึงช่วงระยะเวลานี้ จะมีผักตบชวาจากตอนบนไหลลงมาตอนล่างของแม่น้ำท่าจีนเป็นจำนวนมาก จนเกิดสภาพการสะสมหนาแน่น กลายเป็นปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดสมุทรสาคร ที่ต้องรีบดำเนินการแก้โดยเร่งด่วนที่สุด โดย ณ ขณะนี้จุดที่ให้รีบดำเนินการก่อนก็คือ บริเวณท่าเทียบเรือฯ ริมเขื่อนศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร ซึ่งก็ได้ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร นำเรือตักมากำจัดผักตบชวาให้ โดยจะดำเนินการไปเรื่อยๆ จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลง ส่วนในพื้นที่อำเภอกระทุ่มแบน ที่อยู่เหนือขึ้นไป ติดกับรอยต่อจังหวัดนครปฐมนั้น ทางกรมโยธาธิการและผังเมือง นำเรือตักมาดำเนินการแล้ว ซึ่งในส่วนของพื้นที่กระทุ่มแบน นอกจากจะเป็นการกำจัดผักตบชวาออกจากแม่น้ำท่าจีนแล้ว ยังเป็นการสกัดกั้นผักตบชวาที่ไหลมาจากทางตอนบน ไม่ให้ลงมาสู่ปลายแม่น้ำท่าจีนหรือลงมาได้น้อยลง 
โดยดำเนินการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อลดผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนริมสองฝั่งแม่น้ำ รวมถึงป้องกันปัญหาน้ำเน่าเสียจากการย่อยสลายของผักตบชวาที่สะสมเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจก่อให้เกิดกลิ่นเหม็นและเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของสัตว์พาหะนำโรค อีกทั้งยังเพื่อให้เกิดความสะดวก และปลอดภัยต่อการสัญจรทางน้ำอีกด้วย โดยขอยืนยันว่า จังหวัดสมุทรสาครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะเดินหน้าบริหารจัดการผักตบชวาอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ ควบคู่กับการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อรักษาคุณภาพน้ำในแม่น้ำท่าจีนให้กลับมาสะอาด และลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนต่อไป.
ณัฐวุฒิ เอกจิโรภาส รายงาน
