โฆษก กรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ ห่วง ภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ ชาวยิว ที่เข้ามา ถือครองที่ดิน และทำธุรกิจ ในภาคใต้ และอื่นๆจี้ สมช . และ “กอ.รมน. เผยข้อเท็จจริง และ แนวทางแก้ปัญหา

โฆษก กรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ ห่วง ภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ ชาวยิว ที่เข้ามา ถือครองที่ดิน และทำธุรกิจ ในภาคใต้ และอื่นๆจี้ สมช . และ “กอ.รมน. เผยข้อเท็จจริง และ แนวทางแก้ปัญหา

นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล โฆษก และ ประธานอนุกรรมาธิการทหารด้านไซเบอร์ อาวุธยุทโธปกรณ์ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ได้กล่าวถึง ปัญหาภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ ที่เกิดขึ้น ซึ่งกำลังพัฒนาไปสู่ความขัดแย้งที่เป็นภัยกับความมั่นคงของประเทศ นั้นคือปัญหาของ ชาวยิว หรือ ประชาชนจากประเทศอิสราเอล ที่เข้ามา ถือครองที่ดิน และขยายการสร้างธุรกิจแย่งชิงอาชีพของคนไทย ใน เกาะพะงัน เกาะสมุย เกาะภูเก็ต และมีข่าวการเข้ามา ถือครองที่ดินใน จ.นราธิวาส และอื่นๆ ในภาคใต้ รวมทั้งใน อ.ปาย แม่ฮ่องสอน และที่ หลายอำเภอของ จ.เชียงใหม่
ที่ อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฏร์ธานี มีตัวเลขที่ชัดเจนว่า มีชาวยิว เข้ามาตั้งถิ่นฐานถาวร ถือครองที่ดินผ่านนอมีนี จำนวน 2,600 ครอบครัว โดยถือครองที่ดินถึง 41 % ของ เกาะพะงัน เช่นเดียวกับ เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ที่ชาวยิวเข้าไป ดำเนินกิจการต่างๆ โดยมีการตั้งบริษัทนอมีนีถึง 50 บริษัท มีการตั้งสำนักเกาะหมาย ของชาวยิว เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับ ที่ดิน การลงทุนถึง 50 บริษัท และที่ เกาะภูเก็ต ก็เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ ซึ่งมี ชาวยิว เดินทางมาตั้งถิ่นฐาน มีการ ก่อสร้าง โบสถ์ หรือ ศาสนาสถา ของชาวยิว ที่ห้ามบุคคลภายนอกเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว เหมือนกับสถานที่นั้น เป็นประเทศของตนเอง

ซึ่งยังไม่ได้นับรวมถึงการเข้ามายึดพื้นที่ใน อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ของชาวยิวอีก 3,000 ครอบครัว ที่เข้ามาอยู่และถือคลองที่ดินอย่างถาวร รวมทั้งการเดินทาง เข้า-ออก ระหว่าง ประเทศอิลราเอล กับ อ.ปาย ปีละ 30,000 กว่าคนของชาวอิสราเอล และการเข้ามา ยึดครองที่ดิน และการทำธุรกิจ ใน จ. เชียงใหม่ ที่ทั้งหมดต่างใช้ช่องว่างทางกฎหมาย ในการตั้ง คนไทย เป็น นอมีนี ในการ ถือคลองที่ดิน และการ ทำธุรกิจต่างๆ ในพื้นที่ ซึ่งชาวยิวเข้ามายึดครอง
โดยเฉพาะในพื้นที่ของภาคใต้ตอนบน ที่เป็นเมืองท่องเที่ยว และในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีข่าวว่า ชาวยิว ได้ให้คนไทยเป็น นอมีนี เข้ามา ซื้อที่ดิน ใน จ.นราธิวาส และ ยะลา เพื่อ ขยายพื้นที่ ซึ่งหากปล่อยให้มีการ ดำเนินการ จะเป็นอันตรายต่อพื้นที่ของภาคใต้เป็นอันมา เพราะประชาชนที่เป็น มุสลิม ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ประกาศเป็น ศัตรูกับชาวยิว อย่างเปิดเผย และสนับสนุนมุสลิมปาเลสไตน์ ที่เป็น คู สงครามกับ ชาวยิว และถือว่า ยิว คือผู้รุกราน มุสลิม ถ้ารัฐปล่อยให้ ยิวขยายพื้นที่เข้ามาถือครองที่ดิน ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องมามาสู่ความ ขัดแย้ง กับคนในพื้นที่ และนำไปสู่ปัญหาการก่อการร้าย เพราะ ปัจจุบัน กองกำลังติดอาวุธของขบวนการแบ่งแยกดินแดน บีอาร์เอ็น มีขีดความสามารถ ในการ ขยายพื้นที่ก่อการร้าย ไปยัง จังหวัดต่างๆของภาคใต้ทั้งหมด หากมีความขัดแย้งเกิดขึ้น ยาวยิว และ ธุรกิจ ของชาวยิว ในพื้นที่ของภาคใต้ คือ เป้าหมาย ในการก่อการร้ายของ บีอาร์เอ็น
เรื่องนี้คือภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ ที่ขอให้ สภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. กอร.มน. และ.กอ.รมน.ภาค 4 รวมทั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ กองบัญชาการตรวจคนเข้าเมือง นำข้อเท็จจริง ทั้งจำนวนชาวยิว ที่เข้ามาอยู่อย่างถาวร จำนวนมากน้อย เท่าไหร่ และมีการเดินทางเข้า-ออก ระหว่างประเทศ จำนวนเท่าไหร่ การจัดตั้ง ศาสนาสถาน มีการขออนุญาต หรือมีการควบคุมอย่างไร การตั้งบริษัทธุรกิจต่างๆ เพื่อทำธุรกรรม โดยใช้ คนไทย เป็น นอมีนี ที่เกิดขึ้น จะแก้ปัญหาอย่างไร รวมทั้งข่าวสารที่ปรากฏว่า กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ใช้ ซอร์ฟแวร์ ในงานด้านความมั่นคงจากประเทศอิสราเอล และ กองทัพ มี สนธิสัญญา ในด้านความมั่นคงกับ อิสราเอล เป็นความจริงหรือไม่ ทั้งหมดเป็น ประเด็นร้อน ที่ รัฐบาล ต้องให้ความจริงกับประชาชน และนโยบายในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น
สว.ไชยยงค์ กล่าวว่า ขณะนี้ กำลังรวมรวมรายละเอียดเบื้องต้นของปัญหาที่เกิดจาก ยิว เข้ามาถือครองที่ดิน และ ทำธุรกิจแข่งขันกับคนไทย โดยการใช้ นอมีนี ที่เป็นเรื่องผิดกฎหมาย และการ ขยายพื้นที่จากภาคใต้ตอนบนสู่ พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เป็นพื้นที่อ่อนไหวอย่างมาก เพื่อให้ กรรมธิการทหาร และ ความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ได้ทำการศึกษาข้อเท็จจริง และเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แ จงถึงสถานการณ์ในปัจจุบัน และการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น
นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา
