สมุทรสงคราม- น้ำมันพุ่งกระทบหนัก ชาวประมงแม่กลองจ่อขาดสภาพคล่อง วอนรัฐเร่งพักหนี้-ยืดชำระ ก่อนล้มทั้งระบบ

สมุทรสงคราม- น้ำมันพุ่งกระทบหนัก ชาวประมงแม่กลองจ่อขาดสภาพคล่อง วอนรัฐเร่งพักหนี้-ยืดชำระ ก่อนล้มทั้งระบบ
นายสมพร สมุทรโสภากุล ประธานกรรมการสหกรณ์ประมงแม่กลอง จำกัด จังหวัดสมุทรสงคราม เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงในปัจจุบัน ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาพลังงานโลก โดยเฉพาะราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วกว่าเท่าตัวภายในระยะเวลาเพียง 1 เดือน ได้สร้างแรงกดดันอย่างหนักต่อผู้ประกอบอาชีพประมงในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งส่วนใหญ่พึ่งพาการใช้น้ำมันในสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 60-70 ของต้นทุนการดำเนินงานทั้งหมด
ผลกระทบดังกล่าวได้ลุกลามไปยังสมาชิกขององค์กรภาคประมงในจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นสมาคมประมงสมุทรสงคราม สมาคมประมงเรือลากคู่สมุทรสงคราม และสหกรณ์ประมงแม่กลอง จำกัด ซึ่งส่วนใหญ่ดำเนินกิจการเรือประมงประเภทอวนลากคู่ และอวนลากเดี่ยว เมื่อราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะที่รายได้กลับไม่สอดคล้อง ส่งผลให้หลายรายเริ่มประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงินอย่างชัดเจน
นายสมพรกล่าวเพิ่มเติมว่า กลุ่มชาวประมงจำนวนไม่น้อยได้เข้าร่วมโครงการสินเชื่อเสริมสภาพคล่องเพื่อการประมง ระยะที่ 1, 2 และ 3 กับธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ซึ่งในภาวะปัจจุบันกลับกลายเป็นภาระที่ยากจะรับมือ เนื่องจากรายได้ลดลงแต่ภาระหนี้ยังคงเดิม ทำให้มีความเสี่ยงสูงที่จะไม่สามารถผ่อนชำระหนี้ได้ตามกำหนดเวลา และอาจนำไปสู่การผิดนัดชำระหนี้จนกลายเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL)
ดังนั้น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น องค์กรภาคประมงในจังหวัดสมุทรสงครามร่วมกับสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย จึงได้ยื่นหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ธนาคารทั้งสองแห่ง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมประมง เพื่อขอให้พิจารณามาตรการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยเสนอแนวทางการปรับโครงสร้างหนี้ อาทิ การขยายระยะเวลาการผ่อนชำระหนี้ออกไปไม่น้อยกว่า 3 ปี การพักชำระเงินต้นเป็นระยะเวลา 2 ปี โดยให้ชำระเฉพาะดอกเบี้ยในช่วงเวลาดังกล่าว และเมื่อครบกำหนดจึงกลับมาชำระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยตามเงื่อนไขใหม่
นายสมพร กล่าวย้ำว่า “หากไม่มีมาตรการช่วยเหลือที่ทันท่วงที อาจทำให้ผู้ประกอบอาชีพประมงจำนวนมากต้องหยุดกิจการ ซึ่งจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการพิจารณา เพื่อให้ชาวประมงสามารถประคับประคองกิจการให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ และกลับมามีศักยภาพในการดำเนินธุรกิจและชำระหนี้ได้ตามปกติในระยะยาวต่อไป
000000000000000000000000000
