กาฬสินธุ์ส่งท้ายสงกรานต์ตุ้มโฮมลูกหลานนายอำเภอเมืองคนแรกต้นตระกูล “ฆารสินธุ์”

ต้นแบบครอบครัวใหญ่ สายใยสายเลือดเข้มข้น ทุกเจนเป็นหนึ่งเดียว บุตรหลานขุนไชยทรงยศ ผู้สร้างคุณูปการแก่เมืองกาฬสินธุ์ ต้นตระกูล “ฆารสินธุ์” อดีตนายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์คนแรก ร่วมกันทำบุญอุทิศส่วนกุศล แสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ พร้อมจัดกิจกรรมรดน้ำขอพรและมอบของรางวัล เชื่อมความสัมพันธ์แน่นแฟ้น ก่อนแยกย้ายกันเดินทางกลับหลังเทศกาลสงกรานต์

วันที่ 15 เมษายน 2569 ที่ห้องเบญจพร โรงแรมริมปาว อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ได้มีการจัดกิจกรรมตุ้มโฮมหรือรวมญาติ ของบุตรหลานขุนไชยทรงยศ อดีตนายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์คนแรก ต้นตระกูล “ฆารสินธุ์” นำโดย ผศ.ดร.วิทยา เจริญศิริ อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม โดยมีหัวหน้าครอบครัวและบุตรหลานขุนไชยทรงยศ ที่เดินทางมาจากหลายจังหวัดทั่วประเทศ ร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง บรรยากาศเป็นไปด้วยความรัก ความอบอุ่น ประทับใจ

ผศ.ดร.วิทยา เจริญศิริ อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม กล่าวว่าขุนไชยทรงยศ ต้นตระกูล “ฆารสินธุ์” อดีตนายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์คนแรก นามเดิมว่า “ศรี” เป็นชาว อ.วารินชำราบ เมืองอุบลราชธานี กำเนิดในตระกูลข้าราชการในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เริ่มรับราชการในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ก่อนที่จะย้ายมารับราชการโดยดำรงตำแหน่งนายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์คนแรก และภายหลังได้รับโปรดเกล้าฯ ราชทินนามเป็น “ขุนไชยทรงยศ”

ผศ.ดร.วิทยากล่าวอีกว่า ขุนไชยทรงยศ สมรสกับสุภาพสตรีชาวเมืองกาฬสินธุ์ 2 ท่าน คือสมรสกับนางก้าน มีบุตรธิดา 4 คน และสมรสกับนางแจ่ม มีบุตรธิดา 8 คน ท่านได้ปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง นำความอยู่ดีมีสุขแก่มวลราษฎร ตามคำขวัญ “บำบัดทุกข์บำรุงสุข” ของกระทรวงมหาดไทย รวมทั้งนำความเจริญมาสู่เมืองกาฬสินธุ์หลายด้าน เช่น บูรณะศาลหลักเมืองกาฬสินธุ์ โดยอัญเชิญใบเสมา ศิลปะสมัยทวารวดีเมืองฟ้าแดดสงยาง มาประดิษฐานคู่กับเสาหลักเมืองเดิม, ได้รับมอบหมายจากพระยาชัยสุนทร (เก) เจ้าเมืองกาฬสินธุ์ อัญเชิญหลวงพ่อองค์ดำจากโบสถ์วัดบ้านนาขาม เมืองเขาวง (สมัยนั้น) มาประดิษฐานเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ที่วัดกลาง(พระอารามหลวง) เป็นต้น

“ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ออกพระราชบัญญัตินามสกุล ขุนไชยทรงยศได้ขอพระราชทานนามสกุลว่า “ฆารสินธุ์” เพื่อเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูล อย่างไรก็ตาม เนื่องจากท่านตรากตรำทุ่มเทกับการบริหารบ้านเมือง สุขภาพท่านจึงไม่ค่อยจะแข็งแรง จึงลาออกจากราชการเพื่อดูแลรักษาร่างกาย ก่อนที่จะถึงแก่กรรม สิริอายุได้ 63 ปี” ผศ.ดร.วิทยากล่าว

ผศ.ดร.วิทยากล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อสำนึกในพระคุณและแสดงความกตัญญูแก่ท่าน ซึ่งเป็นปูชนียบุคคลสำคัญคนหนึ่งของเมืองกาฬสินธุ์ และเป็นต้นตระกูล “ฆารสินธุ์” ซึ่งปัจจุบันมีพี่น้องวงศ์วานทุกเจนรวมกว่า 300 คน เดินตามรอยขุนไชยทรงยศ โดยรับราชการประมาณ 80% จึงได้ร่วมกันจัดสร้างอนุสาวรีย์ของท่านที่บ้านพักในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ และกำหนดช่วงเทศกาลสงกรานต์ของทุกปี ซึ่งจะมีทั้งวันครอบครัว วันผู้สูงอายุ เป็นวันตุ้มโฮมหรือรวมญาติ ซึ่งปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 9 ภาคเช้าร่วมทำบุญเลี้ยงพระ ปะพรมน้ำพระพุทธมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้นร่วมกิจกรรมรดน้ำขอพร จับสลากมอบรางวัล เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ในเครือญาติให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ก่อนที่จะแยกย้ายและเดินทางกลับหลังเทศกาลสงกรานต์
