ตม.ภูเก็ต นำทีมทลายรังแก๊งโสมขาว โอเวอร์สเตย์ 700 กว่าวันพร้อมของกลางยาไอซ์ ยาเค กว่าครึ่งกิโล เตรียมพร้อมส่งออกไปเกาหลี

ตม.ภูเก็ต นำทีมทลายรังแก๊งโสมขาว โอเวอร์สเตย์ 700 กว่าวันพร้อมของกลางยาไอซ์ ยาเค กว่าครึ่งกิโล เตรียมพร้อมส่งออกไปเกาหลี
ตามนโยบายของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม.,พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ รอง ผบช.สตม. เร่งกวาดล้างต่างชาติที่แฝงตัวเข้าไทย ทั้งลักลอบหนีคดีจากต่างประเทศ และกลุ่มที่ลักลอบเข้าไทยเพื่อก่อเหตุข้ามชาติ
ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 มี.ค.69 พ.ต.อ.เจริญพงษ์ ขันติโล ผกก.ตม.จว.สตูล
โฆษก บก.ตม.6 เปิดเผยว่า พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.ภาณุภาคยณ์ จิตต์ประยูรตี รอง ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.ณัฐวุฒิ แสงเดือน รอง ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.เขมชาติ วัฒนนภาเกษม ผกก.ตม.จว.ภูเก็ต, พ.ต.ท. วิศรุต ละเอียดอ่อง รอง ผกก.ตม.จว.ภูเก็ต ได้รับการประสานงานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเกาหลีประจำประเทศไทย ผ่านกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอความร่วมมือในการจับกุม เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร และผลักดันบุคคลสัญชาติเกาหลีใต้ ซึ่งมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการลักลอบขนยาเสพติดจากประเทศไทยเข้าไปยังประเทศเกาหลี โดยได้หลบหนีมาอยู่ในจังหวัดภูเก็ต
โดยในเคสนี้ ผบก.ตม.6 เน้นย้ำให้สืบสวนหาข่าวอย่างรอบคอบ เนื่องจากการลักลอบขนยาเสพติดระหว่างประเทศนั้นส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศไทยในหลายมิติ จึงสั่งการให้ ตม.จว.ภูเก็ต สืบสวนขยายผล จนพบว่า คนร้ายหนีกบดานในหมู่บ้านหรูแห่งหนึ่งใน จว.ภูเก็ต จึงได้สืบสวนแสวงหาพยานหลักฐาน ขออนุมัติหมายค้นต่อศาลจังหวัดภูเก็ต เพื่อค้นบ้านหลังดังกล่าวซึ่งคาดว่าจะมียาเสพติดซุกซ่อนอยู่
ต่อมา เมื่อวันที่ 19 มี.ค.2569 เวลาประมาณ 08.30 น. ชุดสืบสวนจับกุม นำโดย พ.ต.ท. วิศรุต ละเอียดอ่อง รอง ผกก.ตม.จว.ภูเก็ต, ว่าที่ พ.ต.ท.อดิศร บุญชุ่ม สว.ตม.จว.ภูเก็ต ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.ตม.6, เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.ปพ.บก.สส.ภ.8, เจ้าหน้าที่ กก.2 บก.ปส.4 (นปส.ภูเก็ต), เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองภูเก็ต นำหมายศาลค้นของศาลจังหวัดภูเก็ต เพื่อค้นบ้านภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ต.เกาะแก้ว อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต และได้จับกุมตัวผู้ต้องหาและแจ้งข้อกล่าวหาดังนี้
1. นายซิม อายุ 43 ปี สัญชาติ เกาหลีใต้ ในข้อหา “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (เคตามีน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและ เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต” และ เพิกถอนวีซ่าท่องเที่ยว
2. นายลี อายุ 32 ปี สัญชาติ เกาหลีใต้ ในข้อหา “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต”และถูกเพิกถอนวีซ่าท่องเที่ยว
3. นาย คิม อายุ 31 ปี สัญชาติ เกาหลีใต้ ในข้อหา ”ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (เคตามีน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต,มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน (ไอซ์))ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต,มียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (เคตามีน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต และ เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (อยู่เกิน 733 วัน)
4. นาย ซอ อายุ 31 ปี สัญชาติ เกาหลีใต้ ในข้อหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและ เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน)โดยไม่ได้รับอนุญาต”และเป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักร โดยการอนุญาตสิ้นสุด(overstay) 733 วัน
พร้อมทั้งตรวจยึด
1.ยาเสพติดประเภท เคตามีน ประมาณ 300 กรัม
2.ยาเสพติดประเภท ยาไอซ์ ประมาณ 100 กรัม
3.ไซริงค์ อุปกรณ์เสพยา หลายรายการ
4.โทรศัพท์มือถือ จำนวน 6 เครื่อง
5.คอมพิวเตอร์พกพา จำนวน 1 เครื่อง
6.CPU คอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง
7.นาฬิกา กระเป๋าแบรนด์เนม รวม 6 รายการ
8.บัตรเครดิต จำนวน 2 ใบ
สำหรับ ผู้ต้องหา 1-2 เข้ามาด้วยวีซ่า ผ.60 เพื่อการท่องเที่ยว แต่มามั่วสุมอยู่ในกลุ่มแก๊งค้ายาเสพติด ซึ่งผิดวัตถุประสงค์ไม่ใช่นักท่องเที่ยวที่ดี จึงได้เพิกถอนวีซ่า นำตัวผู้ถูกจับทั้งหมดพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
