ชุมพร – ปมคดีทุจริตโรงเรียนยังร้อน! ป.ป.ท.สั่งคุ้มครองพยานครูแล้ว แต่ สพป.ชุมพร เขต 1 แจงไม่ได้เพิกเฉย สังคมจับตาความจริงใครถูกใครผิด

ชุมพร – ปมคดีทุจริตโรงเรียนยังร้อน! ป.ป.ท.สั่งคุ้มครองพยานครูแล้ว แต่ สพป.ชุมพร เขต 1 แจงไม่ได้เพิกเฉย สังคมจับตาความจริงใครถูกใครผิด

ชุมพร – ประเด็นร้อนในวงการศึกษาไทยกำลังถูกจับตาอย่างใกล้ชิด หลังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ออกหนังสือด่วน “ลับมาก” ลงวันที่ 10 มีนาคม 2569 อนุมัติมาตรการคุ้มครองพยานครูผู้ร้องเรียนคดีทุจริตในจังหวัดชุมพร พร้อมประสานตำรวจในพื้นที่ดูแลความปลอดภัยเป็นระยะเวลา 3 เดือน

หนังสือดังกล่าวระบุให้พยานสำคัญเดินทางเข้าให้ถ้อยคำกับพนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรท่าแซะ จังหวัดชุมพร พร้อมจัดมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด เนื่องจากถือเป็นผู้ให้ข้อมูลสำคัญในคดีทุจริตภาครัฐ

ต่อมาเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 เลขาธิการ ป.ป.ท. ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ชุดคุ้มครองพยาน กองอำนวยการต่อต้านการทุจริต ลงพื้นที่ร่วมกับตำรวจ สภ.ท่าแซะ เพื่อดำเนินมาตรการคุ้มครองพยานให้กับ “นาย จ.” (นามสมมติ) ซึ่งเป็นพยานสำคัญในคดีดังกล่าว

สำหรับคดีนี้มีข้อกล่าวหาว่า ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดชุมพร มีการเบิกจ่ายค่าอาหารกลางวันนักเรียน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 อันเป็นเท็จ รวมถึงมีการข่มขู่คุกคามพยานจนเกิดความหวาดกลัวต่อความปลอดภัยในชีวิตและร่างกาย

การดำเนินการของ ป.ป.ท. ครั้งนี้เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยมาตรการคุ้มครองพยานเบื้องต้น เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ให้ข้อมูลสามารถให้ข้อเท็จจริงแก่เจ้าหน้าที่ได้อย่างปลอดภัย ซึ่งข้อมูลดังกล่าวอาจเป็นหลักฐานสำคัญในการดำเนินคดีทุจริตตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่สังคมตั้งคำถามคือ แม้จะมีคำสั่งคุ้มครองพยานจากหน่วยงานระดับประเทศแล้ว แต่หน่วยงานต้นสังกัดในพื้นที่อย่างสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชุมพร เขต 1 ถูกตั้งข้อสังเกตว่ายังไม่มีมาตรการชัดเจนในการดูแลหรือชี้แจงความคืบหน้าต่อสาธารณะ
วันที่ 13 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชุมพร เขต 1 เพื่อขอสัมภาษณ์ ดร.กันมาศ ชูจีน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตฯ แต่ทราบว่าเดินทางไปราชการต่างจังหวัด จึงได้สอบถามข้อมูลจากรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตฯ แทน

นายไพฑูรย์ ศรีวะสุทธิ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชุมพร เขต 1 เปิดเผยว่า ทางสำนักงานเขตไม่ได้เพิกเฉยต่อเรื่องดังกล่าว โดยได้มีการลงพื้นที่พบปะครูและผู้บริหารโรงเรียน พร้อมตั้งคณะกรรมการสืบสวนเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง
เบื้องต้นในส่วนของข้อกล่าวหาการข่มขู่หรือจ้างบุคคลภายนอกคุกคามนั้น ยังไม่พบข้อมูลเชิงลึกหรือหลักฐานยืนยันที่ชัดเจน อย่างไรก็ตามคณะกรรมการยังคงดำเนินการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง
ส่วนประเด็นการร้องเรียนเรื่องอาหารกลางวันนักเรียน ขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการอีกชุดหนึ่งเพื่อสืบสวนข้อเท็จจริง โดยมีการลงพื้นที่ตรวจสอบและสอบถามคณะกรรมการอาหารกลางวันของโรงเรียนแล้ว แต่กระบวนการอาจใช้เวลาพอสมควร เนื่องจากบางช่วงครูผู้เกี่ยวข้องไม่สะดวกให้ข้อมูล เพราะอยู่ระหว่างการสอน
“อยากให้ประชาชนเข้าใจว่า สำนักงานเขตไม่ได้เพิกเฉย เราพยายามหาความจริงและดำเนินการตามขั้นตอน โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของนักเรียนเป็นสำคัญ” นายไพฑูรย์กล่าว
ด้าน นายมานิส สลางสิงห์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชุมพร เขต 1 กล่าวว่า หลังทราบเรื่องจากสื่อและโซเชียลมีเดีย สำนักงานเขตได้เร่งตั้งคณะกรรมการลงพื้นที่ตรวจสอบโรงเรียนทันที เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย
คดีนี้จึงยังอยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงของหลายหน่วยงาน ทั้ง ป.ป.ท. ตำรวจ และหน่วยงานต้นสังกัดทางการศึกษา ประเด็นผอ.ขู่ฆ่า ตอนนี้กระบวนการสืบสวนได้สิ้นสุดแล้ว คณะกรรมการสืบสวนได้ลงความเห็นว่าไม่มีมูล จึงให้ยุติเรื่อง รายงานผู้บังคับบัญชาแล้ว อยู่ในขั้นตอนแจ้งผู้เกี่ยวข้องทราบ
ขณะที่สังคมยังคงจับตาอย่างใกล้ชิดว่า ผลการตรวจสอบสุดท้ายจะออกมาเช่นไร และกระบวนการยุติธรรมจะสามารถคลี่คลายข้อสงสัย เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายได้หรือไม่
ธนากร โกศลเมธี รายงาน โทร.0818923514
