(สุรินทร์)ญาติเหยื่อเรือขนส่งสินค้าไทยที่ถูกอิหร่านโจมตี ปล่อยโฮน้ำตารินหวังหลานชายต้องปลอดภัย วอนทุกฝ่ายเร่งช่วยเหลือ

(สุรินทร์)ญาติเหยื่อเรือขนส่งสินค้าไทยที่ถูกอิหร่านโจมตี ปล่อยโฮน้ำตารินหวังหลานชายต้องปลอดภัย วอนทุกฝ่ายเร่งช่วยเหลือ
จากกรณี เรือบรรทุกสินค้าไทย “มยุรี นารี” ถูกโจมตีอย่างรุนแรงบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 69 หลังออกเดินทางจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยมีลูกเรือได้รับการช่วยเหลือแล้ว 20คน แต่ยังมีผู้สูญหายอีก 3คน ซึ่งคาดว่ายังติดอยู่ภายในตัวเรือ ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น วันที่ 12 มีนาคม 2569 ทีมผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านเลขที่ 101 บ้านไทร หมู่ที่ 11 ต.หนองเหล็ก อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ พบกับป้าคือนางสมหมาย บุตรดี อายุ58 ปี (ป้า คนเลี้ยงน้องอั้มตั้งแต่แบเบาะ) โดยทางป้า และญาติๆนั้นได้ให้ทีมข่าวดูรูปภาพที่มีพ่อแม่ของน้องอั้มได้ส่งน้องอั้มขึ้นเครื่องไปทำงาน เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 69 ที่ผ่านมานี้เองโดยในภาพนั้นมีนางสำรวย หมื่นแทน(คุณแม่น้องอั้มสวมเสื้อสีเหลือง) นายณภัทร หมื่นแทน(คุณพ่อน้องอั้มสวมเสื้อสีขาว) และนายภานุพงศ์ หมื่นแทน(น้องอั้ม)ผู้สูญหาย อายุ 27 ปี ถ่ายรูปร่วมเฟรมยืนยิ้มอยู่ด้วยกัน 3 คนพ่อแม่ลูก และมีรูปภาพนิ่งนางสมหมาย บุตรดี สวมเสื้อลายดอกขาวชมพู (ป้าที่เลี้ยงน้องอั้ม) ยืนถ่ายรูปคู่กับน้องอั้มในวันที่ส่งน้องอั้มขึ้นเครื่องบินให้ทีมข่าวดูว่าเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา


ซึ่งทางญาติผู้เป็นป้าพอทราบข่าวถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับห่วงหลานชายสุดที่รัก ซึ่งตนเองเลี้ยงมาตั้งแต่แบเบาะ ภาวนาขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ศาลตายายในหมู่บ้านขอให้หลานปลอดภัย นางสมหมาย บุตรดี (ป้าที่เลี้ยงน้องอั้มและพี่สาวของแม่น้องอั้ม ) (เสื้อลายทางเทาดำ) อายุ 58 ปี บ้านเลขที่ 101 หมูที่ 11 ตำบลหนองเหล็ก อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ ได้พูดคุยกับผู้สื่อข่าวด้วยน้ำตาคลอเบ้าและปล่อยโฮ วันที่เกิดเหตุตนได้พยายามติดต่อไปยังน้องสาวหรือแม่ของน้องอั้มเพื่อถามถึงข่าวคราวของหลานชายสุดที่รัก แต่น้องสาวตนก็ไม่รับสายคาดว่าน่ากำลังเครียดมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และภายในไม่กี่วันนี้ตนก็จะเดินทางไปกรุงเทพฯ เพื่อไปพบน้องสาวเพราะด้วยความเป็นกังวลและห่วงหลานชาย ตนนั้นได้เลี้ยงดูแลน้องอั้มมาตั้งแต่เด็ก พอน้องอั้มจบ ป.6 ทางน้องสาวเธอคือแม่น้องอั้มได้มารับน้องอั้มไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ และทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯเลย แม่น้องอั้มและตัวน้องอั้มนั้นจะกลับมาบ้านที่สุรินทร์ในช่วงเทศกาลเท่านั้น


ซึ่งเมื่อล่าสุดคือช่วงวันปีใหม่แม่ของน้องอั้มและน้องอั้มได้กลับมาบ้านและได้พากันไปไหว้สวดมนต์ขอพรที่ศาลตายาย โดยบ้านหลังนี้ทางตนนั้นก็จะคอยดูแลยามที่แม่น้องอั้มและน้องอั้มไม่อยู่ พอตนได้ทราบข่าวว่าน้องอั้มเป็นลูกเรือ 1 ใน 3 ที่สูญหายไปนั้น ตนรู้สึกตกใจและเสียใจมาก ภาวนาขอให้น้องอั้มปลอดภัย มีชีวิตรอดกลับมาหาครอบครัว น้องอั้มเป็นเด็กดีมาก ดูแลทุกคนภายในครอบครัว ทุกคนพึ่งพาได้ ตนรู้สึกเสียใจมากเมื่อทราบข่าวว่าน้องอั้มประสบเหตุถูกโจมตีทางเรือ แต่ตนก็มีความหวังว่าหลานตนนั้นต้องปลอดภัยและกลับมาหาตนอีกครั้ง ขณะที่ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว นางสมหมายถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่ปล่อยโฮออกมาด้วยความเป็นห่วงน้องอั้ม นายอนุวัฒน์ พิมพระ ญาติ (ผู้ใหญ่บ้าน มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องโดยอั้มนับถือเป็นพี่ชาย ) ได้พูดคุยกับผู้สื่อข่าวว่า อั้มนั้นได้เกิดและเติบโตจนจบชั้นประถม 6 ที่อำเภอศีขรภูมิ จากนั้นก็ไปใช้ชีวิตอยู่ที่กรุงเทพฯกับแม่ของน้องอั้ม ทำงานและเรียนหนังสืออยู่ที่กรุงเทพฯเลย


โดยน้องอั้มนั้นได้ฝึกงานอยู่ประมาณ 1 ปีและพึ่งทำงานประจำห้องเครื่องเรือได้เพียง 1 เดือนเท่านั้น ก็มาเจอเหตุเรือถูกโจมตี ซึ่งวันที่เกิดเหตุเมื่อวานนี้ตนได้ประสานไปยังแม่ของน้องอั้ม แต่แม่น้องอั้มไม่รับสาย พ่อแม่ของน้องอั้มนั้นอยู่ในอาการตกใจและวิตกกังวล จึงประสานไปยังพี่ชายของอั้มก็ได้รับข้อมูลว่า ตอนเกิดเหตุนั้นทางแม่ได้โทร line ไปหาน้องอั้มมีสัญญาณแต่ไม่มีคนรับสาย และตอนนี้ก็โทรเรื่อยๆจนไม่มีสัญญาณคาดว่าแบตโทรศัพท์มือถือคงหมดไป ก็ยังคงติดต่อน้องอั้มไม่ได้ อั้มนั้นเป็นเด็กดีและสนิทกับตนมากอั้มนับถือตนเป็นพี่ชายคนหนึ่ง ทุกปีที่มีเทศกาลอั้มและครอบครัวจะกลับมาบ้านที่อำเภอศีขรภูมิทุกปี โดยคนในหมู่บ้านไทรนี้ จะเป็นเครือญาติกันแทบทั้งหมด เมื่อทุกคนได้ทราบข่าวว่าเรือที่อั้มทำงานนั้นประสบอุบัติเหตุถูกโจมตี ทางญาติพี่น้องทุกคนพากันเป็นห่วงและกังวล แต่ก็มีความหวังว่าอั้มจะปลอดภัยและกลับมาหาญาติพี่น้อง


ซึ่งตนนั้นในฐานะเป็นผู้นำของหมู่บ้าน อยากฝากวิงวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โปรดช่วยติดตามตามหาผู้ประสบเหตุที่ถูกโจมตีทางเรือทั้ง 3 คนให้ได้พบทุกคน ตนนั้นภาวนาขอให้ทุกคนจงปลอดภัย มีชีวิตอยู่จนค้นพบและมีการเข้าช่วยเหลือ และกลับมาบ้านโดยไวที่สุด นางปราณี บุญร่วม เป็นน้าสาวของ นายภานุพงศ์ หมื่นแทน หรือน้องอั้ม ได้พูดคุยกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาตนและญาติๆได้พากันไปกราบไหว้ศาลตายายในหมู่บ้านบ้านไทร เพื่อขอพรให้คุ้มครองปกปักรักษาน้องอั้ม ให้ปลอดภัยจากการถูกโจมตีทางเรือ และให้ได้พบตัวน้องอั้มไวๆ เพื่อกลับมาเป็นบุคคลอันเป็นที่รักของครอบครัวอีกครั้ง ตนและญาติๆมีความหวังและมั่นใจว่าน้องอั้มนั้นต้องปลอดภัยยังมีชีวิตอยู่อย่างแน่นอน นางปราณี……กล่าว
