วิเคราะห์การเมืองไทยปี 2569 : พรรคเล็กยังมีพื้นที่ “พรรคทางเลือกใหม่” กับโอกาสปาร์ตี้ลิสต์ในสมรภูมิเลือกตั้ง

วิเคราะห์การเมืองไทยปี 2569 : พรรคเล็กยังมีพื้นที่ “พรรคทางเลือกใหม่” กับโอกาสปาร์ตี้ลิสต์ในสมรภูมิเลือกตั้ง

การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศทางการเมืองที่ประชาชนจำนวนไม่น้อยยังคงรู้สึกอิ่มตัวกับพรรคการเมืองขนาดใหญ่ และการเมืองเชิงอำนาจแบบเดิม แม้การแข่งขันจะยังคงถูกขับเคลื่อนโดยพรรคหลัก แต่ในอีกด้านหนึ่ง การเมืองไทยกำลังเปิดพื้นที่ให้ “พรรคเล็กที่มีจุดยืนชัด” กลับมาเป็นตัวแปรที่ไม่อาจมองข้ามได้
หนึ่งในพรรคที่ถูกจับตามองในสนามเลือกตั้งครั้งนี้ คือ พรรคทางเลือกใหม่ พรรคการเมืองขนาดเล็กที่ไม่ได้อาศัยกระแสความหวือหวา แต่เลือกวางตำแหน่งตัวเองเป็น “พรรคทางเลือกเชิงโครงสร้าง” สำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ต้องการความแตกต่างจากการเมืองกระแสหลัก

ระบบเลือกตั้ง : โอกาสของพรรคเล็กที่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
ภายใต้ระบบเลือกตั้งปัจจุบัน การคำนวณ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ เปิดช่องให้พรรคการเมืองขนาดเล็กที่สามารถรักษาฐานคะแนนระดับประเทศได้ มีโอกาสเข้าสู่สภา แม้จะไม่สามารถคว้าที่นั่ง ส.ส. เขตได้ก็ตาม ซึ่งทำให้การแข่งขันไม่ได้ผูกขาดอยู่เพียงพรรคใหญ่เหมือนในอดีต
ในบริบทนี้ พรรคทางเลือกใหม่ถือเป็นหนึ่งในพรรคที่ “เข้าเงื่อนไขเชิงโครงสร้าง” ของระบบเลือกตั้ง กล่าวคือ ไม่เน้นการทุ่มทรัพยากรในสนามเขต แต่เลือกสะสมคะแนนในระดับแนวคิดและตัวตนของพรรค เพื่อแลกกับโอกาสปาร์ตี้ลิสต์

จุดยืนพรรค : ไม่เล่นการเมืองสวยหรู แต่ขายความจริงใจ
พรรคทางเลือกใหม่ ภายใต้การนำของ ราเชน ตระกูลเวียง วางภาพลักษณ์ชัดเจนว่าไม่ใช่พรรคการเมืองที่ขับเคลื่อนด้วยวาทกรรมใหญ่หรือสัญญาเชิงอุดมคติ แต่เลือกเน้น “การเมืองของคนทำงานจริง” และการนำประสบการณ์จากภาคเศรษฐกิจจริงเข้าสู่ระบบนิติบัญญัติ
แนวทางดังกล่าวอาจไม่ดึงดูดฐานเสียงขนาดใหญ่ในระยะสั้น แต่กลับสอดคล้องกับกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เบื่อหน่ายการเมืองเชิงภาพลักษณ์ และมองหาพรรคที่ไม่ผูกพันกับขั้วอำนาจเดิม

ทีมผู้สมัคร : จุดแข็งที่พรรคเล็กหลายพรรคไม่มี
อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้พรรคทางเลือกใหม่แตกต่างจากพรรคเล็กทั่วไป คือ โครงสร้างทีมผู้สมัครบัญชีรายชื่อที่ประกอบด้วยบุคคลจากภาคธุรกิจ ภาคเอกชน และผู้มีประสบการณ์ชีวิตจริง ไม่ใช่นักการเมืองอาชีพเพียงอย่างเดียว
การมีบุคคลอย่าง สรสินธุ ไตรจักรภพ นักธุรกิจอาวุโสที่ผ่านทั้งความสำเร็จและวิกฤตทางเศรษฐกิจ สะท้อนแนวคิดของพรรคที่พยายามดึง “คนที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งการเมืองเพื่อความอยู่รอด” เข้ามาทำหน้าที่ในสภา ซึ่งเป็นจุดขายที่แตกต่างจากพรรคเล็กจำนวนมากที่มักขาดความน่าเชื่อถือด้านประสบการณ์

ความท้าทาย : การสื่อสารในยุคการเมืองกระแส
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญของพรรคทางเลือกใหม่ คือ การสื่อสารกับประชาชนในยุคที่การเมืองขับเคลื่อนด้วยกระแสโซเชียลและความเร็ว พรรคที่ไม่ใช้วาทกรรมแรงหรือประเด็นขั้วอำนาจ อาจถูกกลืนหายท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือด
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่า พรรคทางเลือกใหม่ “มีจุดยืนหรือไม่” แต่คือ สามารถทำให้จุดยืนนั้นไปถึงมือผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้มากเพียงใด ก่อนวันเลือกตั้ง

บทสรุป : พรรคเล็กที่อาจไม่เล็กในสมการสภา
ในสมรภูมิการเมืองปี 2569 พรรคทางเลือกใหม่อาจไม่ใช่พรรคที่สร้างแรงสั่นสะเทือนในเชิงจำนวนที่นั่ง แต่มีศักยภาพที่จะเป็นหนึ่งในพรรคเล็กที่สามารถคว้าเก้าอี้แบบบัญชีรายชื่อ และเข้าไปทำหน้าที่เป็น “เสียงถ่วงดุล” ในสภาได้
ในวันที่ประชาชนจำนวนหนึ่งเริ่มมองหาทางเลือกนอกเหนือจากการเมืองแบบเดิม พรรคทางเลือกใหม่จึงเป็นหนึ่งในพรรคที่ควรถูกจับตา ไม่ใช่ในฐานะผู้ชนะการเลือกตั้ง แต่ในฐานะตัวแปรทางการเมืองที่อาจมีบทบาทมากกว่าขนาดของพรรค//

