สุรินทร์ ทีมแพทย์โรงพยาบาลสุรินทร์ ผ่าตัดผู้บริจาคอวัยวะ รายแรก!!! จากการเสียชีวิตสมองตายด้วยตัวเอง (ชมคลิป)

สุรินทร์ ทีมแพทย์โรงพยาบาลสุรินทร์ ผ่าตัดผู้บริจาคอวัยวะ รายแรก!!! จากการเสียชีวิตสมองตายด้วยตัวเอง

 

 

วันที่ 9 เมษายน 2564 เวลา 14.00 น. นายแพทย์ ประวีณ ตัณฑประภา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุรินทร์ ตั้งโต๊ะแถลงข่าว การผ่าตัดผู้บริจาคอวัยวะรายแรก จากการเสียชีวิตสมองตายด้วยตัวเอง เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2564 ศูนย์ประสานงานรับบริจาคอวัยวะ โรงพยาบาลสุรินทร์ ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่หอผู้ป่วยหนักศัลยกรรมอุบัติเหตุว่ามีผู้ป่วยสมองตาย คือนายมนพร สิงทอง อายุ 18 ปี มาเข้ารับการรักษาที่ รพ.สุรินทร์เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2564 แพทย์ได้แจ้งญาติของผู้ป่วยให้ทราบว่าผู้ป่วยอาการหนักมาก มีโอกาสเสียชีวิตสูง ญาติเข้าใจอาการและแนวทางการรักษาของแพทย์ จนกระทั่งแพทย์แจ้งญาติว่าผู้ป่วยไม่ตอบสนองต่อการทดสอบระบบประสาท ซึ่งถือว่าได้เสียชีวิตด้วยภาวะสมองตาย คุณพ่อและคุณแม่ของนายมนพร สิงทอง เข้าใจและยอมรับผลการรักษา นางบุญกล้า สิงทอง แม่ของนายมนพร บอกว่ายอมรับว่าเสียใจมากกับการจากไปของลูกชาย

อยากทำบุญเป็นครั้งสุดท้ายของชีวิต ให้กับลูก จึงปรึกษากับสามีและแจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่าขอบริจาคอวัยวะและดวงตาให้สภากาชาดไทย พ่อของนายมนพร เล่าว่ามีลูกชายแค่คนเดียว เป็นเด็กที่นิสัยดี มีน้ำใจ เป็นที่รักของเพื่อนๆ ตนรู้สึกช็อคกับการเสียชีวิตของลูก แต่ก็มีความคิดตรงกับภรรยาว่าอยากบริจาคอวัยวะของลูกชายเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น เพื่อให้เป็นบุญกุศลครั้งสุดท้าย ศูนย์ประสานงานรับบริจาคอวัยวะ รโรงพยาบาลสุรินทร์ ได้ทำการประสานงานกับ ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย เพื่อช่วยให้ความประสงค์ของญาติได้เป็นผลสำเร็จ ด้าน นายแพทย์ ประวีณ ตัณฑประภา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุรินทร์ ให้ข้อมูลว่า ศูนย์ประสานงานรับบริจาคอวัยวะโรงพยาบาลสุรินทร์ ได้ดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งในปี 2563

ที่ผ่านมา มีผู้บริจาคอวัยวะที่ได้รับการผ่าตัดทั้งหมด 23 ราย อวัยวะที่ได้นำไปช่วยเหลือผู้ป่วยตามเจตนารมณ์ของผู้บริจาคแล้วทั้งสิ้น คือไต 46 ข้าง ตับ 3 คน หัวใจ 2 ดวง ลิ้นหัวใจ 9 ลิ้น และบริจาคดวงตา 26 คน ในการดำเนินการที่ผ่านมา รพ.สุรินทร์ทำหน้าที่ดูแลอาการผู้บริจาคเพื่อรอทีมผ่าตัดเดินทางมาจากส่วนกลางคือกรุงเทพมหานคร ซึ่งสภากาชาดไทยจัดสรรให้ ใช้ระยะเวลาในการเดินทาง 6-8 ชั่วโมงหรืออาจนานกว่านั้น ซึ่งมีผลเสียต่ออวัยวยะที่รอการบริจาค นายแพทย์ ประวีณ ตัณฑประภา ผู้อำนวยการเล็งเห็นความสำคัญเป็นอย่างมาก จึงมีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการผ่าตัด นำโดยศัลยแพทย์และพยาบาลห้องผ่าตัด เป็นผู้ผ่าตัดจัดเก็บบริจาคอวัยวะด้วยตัวเอง ทีมผ่าตัดโรงพยาบาลสุรินทร์นำโดย นายแพทย์มีชัย แซ่ลิ้ม ศัลยแพทย์ทางเดินปัสสาวะ พยาบาลห้องผ่าตัด และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าฝึกอบรมทักษะเกี่ยวกับการผ่าตัดจัดเก็บบริจาคอวัยวะ

ซึ่งผ่านการประเมินเรียบร้อยแล้ว และได้รับการรับรองให้เป็นสมาชิกทีมผ่าตัดนำอวัยวะออกของสภากาชาดไทยแล้ว โดยผู้บริจาครายนี้จะเป็นรายแรกของ โรงพยาบาลสุรินทร์ที่จะได้ดำเนินการทำการผ่าตัดนำอวัยวะออกเอง และจะได้ส่งมอบอวัยวะที่ทำการผ่าตัดแล้วให้กับสภากาชาดไทย นำไปช่วยเหลือผู้ป่วยที่รอคอยอยู่ทั่วประเทศโดยไม่ได้ระบุเจาะจงให้ใคร อวัยวะที่ได้บริจาคครั้งนี้คือ ไต 2 ข้าง และดวงตา 1 ข้าง ผู้อำนวยการยังเน้นย้ำอีกว่าอีกเรื่องที่จะต้องให้ความสำคัญคือการให้เกียรติและแสดงความเคารพต่อผู้บริจาค จึงมอบหมายให้ผู้บริหารของโรงพยาบาลไปร่วมงานฌาปนกิจผู้บริจาคอวัยวะทุกครั้ง เพื่อเป็นการแสดงความเสียใจกับญาติ แสดงความขอบคุณต่อคุณงามความดีและเป็นการเชิดชูเกียรติแก่ผู้บริจาคอวัยวะทุกราย ทั้งนี้ในนามโรงพยาบาลสุรินทร์ ตัวแทนสภากาชาด ไทย และตัวแทนของผู้ที่ได้รับการบริจาคอวัยวะทุกคน ขอขอบคุณทุกท่านที่มีจิตเมตตาที่เสียสละบริจาคอวัยวะเพื่อต่อลมหายใจให้อีกหลายชีวิต ที่หมดหวังจากการรักษาให้กลับมามีชีวิตใหม่ที่ดีขึ้น ขออนุโมทนาบุญกับผู้บริจาคและญาติของผู้บริจาคอวัยวะและดวงตาทุกคน ที่ได้ร่วมสร้างกุศลอันยิ่งใหญ่นี้ “ความดีที่ไม่สิ้นสุด คือการอุทิศอวัยวะเมื่อยามสิ้นสูญ”


ปุรุศักดิ์ แสนกล้า ข่าว/ภาพ

ข่าวที่น่าติดตาม