ยะลา-เบตง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ป่าไม้ อส. สนธิกำลังจับชายบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติป่าเบตง ปลูกผลไม้ ได้พร้อมของกลาง หลังรับแจ้งจากชาวบ้าน

ยะลา-เบตง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ป่าไม้ อส. สนธิกำลังจับชายบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติป่าเบตง ปลูกผลไม้ ได้พร้อมของกลาง หลังรับแจ้งจากชาวบ้าน

 

เมื่อวันที่ 8 เม.ย.64 นายฟูอาดี แตปูซู หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ยล.4 (บ่อน้ำร้อน-จันทรัตน์) สั่งการให้ นายภพ สิงห์สุวรรณ พนักงานพิทักษ์ป่า ส.3 ประสานนายพิชัย แก้วจำรัส ปลัดงานป้องกัน พ.ต.ต. มานพ ดำแดง สว.สส.สภ.เบตง นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ อส. ออกตรวจปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับป่าไม้ หลังได้รับแจ้งขากชาวบ้านว่า ที่บ้านกงสี 8 สวนแป๊ะหลิม ต.เบตง อ.เบตง จ.ยะลา ใกล้ชายแดนไทย-มาเลเซีย มีการลักลอบบุกรุกถางป่าต้นน้ำเพื่อทำสวนปลูกผลไม้


เจ้าหน้าที่ได้วางแผน ขี่รถจักรยานยนต์ไปตามทางลูกรัง ผ่านสวนผลไม้ สวนยางของชาวบ้านจนสุดทาง จากนั้นได้เดินเท้าเข้าไปยังจุดที่ได้รับแจ้ง พบว่าป่าต้นน้ำถูกบุกรุกแผ้วถาง ตัดต้นไม้ขนาดกลางและขนาดเล็ก และได้ปลูกต้นทุเรียน ซึ่งป่าต้นน้ำอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเบตง บริเวณดังกล่าวยังพบนายอับดุลเลาะ แกแซแอ อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 127 หมู่6 ต.ยะรม อ.เบตง จ.ยะลา และพบของกลาง จอบ 2 เล่ม มีดพกพร้อมปลอก 1 เล่ม เจ้าหน้าที่ตรวจวัดพื้นที่ซึ่งถูกบุกรุก เป็นเนื้อที่จำนวน 6 ไร่ 3 งาน 35 ตารางวา ส่วนค่าเสียหายยังไม่สามารถประเมินได้ เพราะเจ้าหน้าที่ต้องประสานเจ้าหน้าที่ประเมินมูลค่าความเสียหายทางสิ่งแวดล้อม มาประเมินค่าเสียหาย


ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา ตาม พรบ ป่าสงวนแห่งชาติ พุทธศักราช 2507 มาตรา14 ห้ามบุคคลใดยึดถือครองทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่นสร้าง แผ้วถาง เผาป่า ทำไม้ เก็บหาของป่าหรือกระทำการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาตเจ้าพนักงาน เจ้าหน้าที่ และข้อหา พรบ ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พุทธศักราช 2535 มาตรา 97 ผู้ใดกระทำผิดหรือละเว้นการกระทำด้วยประการใด โดยชอบกฎหมายอันเป็นการทำลายหรือสูญหายหรือเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติซึ่งเป็นของรัฐ หรือสาธารณะสมบัติแผ่นดิน มีหน้าที่ต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่รัฐตามมูลค่าทั้งหมดของทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทำลายสูญหายหรือเสียหายไปนั้น พร้อมทั้งนำตัวและของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เบตง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวที่น่าติดตาม