สตม.รวบอิตาเลียนหื่น ลวงเพื่อนลูก 4 ขวบ หลอกกระทำอนาจาร

สตม.รวบอิตาเลียนหื่น ลวงเพื่อนลูก 4 ขวบ หลอกกระทำอนาจาร

 

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม.ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีหมายจับตำรวจสากล หรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน หรือเป็นลักษณะการกระทำผิดเข้าข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ทำให้เกิดความเสียหาย ต่อภาพลักษณ์ของประเทศ
สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองโดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ ผบก.ตม.1, พ.ต.อ.ยศเอก รักษาสุวรรณ รอง ผบก.ตม.1 และ พ.ต.อ.กีรติศักดิ์ ก้องเกียรติศิริ ผกก.สส.บก.ตม.1 พร้อมชุดสืบสวนฯ ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคนร้าย ดังนี้


นายอัลโด (Aldo) อายุ 54 ปี สัญชาติอิตาเลียน ได้ออกอุบายชักชวน ด.ญ.เอฯ อายุ 4 ปี สัญชาติอเมริกัน ซึ่งเป็นเพื่อนของ ด.ช.แอลฯ บุตรชายของตน ไปรับประทานอาหารที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร ซึ่งในระหว่างรับประทานอาหารภายในร้านดังกล่าว นายอัลโดฯ มีพฤติการณ์ล่วงละเมิดทางเพศ โดยใช้มือจับที่อวัยวะเพศของ ด.ญ.เอฯ อยู่หลายครั้ง อีกทั้งหลังจากรับประทานอาหารเสร็จ ได้พา ด.ญ.เอฯ กลับไปที่บ้านของตนภายในซอยทวีวัฒนา 20 เมื่อมาถึงบ้านได้ออกอุบายให้ ด.ญ.เอฯ เข้าไปภายในห้องนอนและทำการล่วงละเมิด ด.ญ.เอฯ อีกครั้ง โดย ด.ญ.เอฯ อยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้

ภายหลังเกิดเหตุ นายอัลโดฯ ได้นำเสื้อผ้าของ ด.ช.แอลฯ มาเปลี่ยนให้และเดินไปส่ง ด.ญ.เอฯ ที่ประตูหน้าบ้านซึ่งอยู่ติดกัน ต่อมามารดาของ ด.ญ.เอฯ ได้พาไปอาบน้ำและพบว่าเสื้อผ้าที่สวมใส่ไม่ใช่ของลูกของตน จึงได้สอบถามและทราบว่าถูกนายอัลโดฯ ล่วงละเมิดทางเพศดังกล่าว จึงได้เดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.ธรรมศาลา เพื่อดำเนินคดีกับนายอัลโดฯ พนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ตามคดีอาญาที่ ๔๐/๒๕๖๔ ลงวันที่ ๑๙ ก.พ.๖๔ และต่อมาพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานและยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อออกหมายจับ นายอัลโดฯ ตาม หมายจับศาลอาญาตลิ่งชัน ที่ จ.๙๘/๒๕๖๔ ลงวันที่ ๑๖ มี.ค.๖๔ ในข้อหา กระทำอนาจารแก่เด็กอายุไม่เกิน ๑๕ ปี โดย เด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตามและพรากเด็กอายุไม่เกิน ๑๕ ปี ไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือ ผู้ดูแล เพื่ออนาจาร


ในระหว่างการสอบสวน เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.1 ร่วมกับ สน.ธรรมศาลา และ บก.ปคม. ได้ดำเนินการสืบสวนติดตามผู้กระทำความผิดจนทราบว่า นายอัลโดฯ ผู้ต้องหา เดินทางเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2556 ทำการสมรสกับหญิงไทยและยื่นขอวีซ่าอุปการะ บุตรไทยเรื่อยมา โดยพักอาศัยกับภรรยาที่บ้านที่เกิดเหตุภายในซอยทวีวัฒนา (บ้านที่เกิดเหตุ) ตลอดระยะเวลาที่อยู่กินกับภรรยา ไม่เคยมีพฤติการณ์ที่แสดงออกถึงรสนิยมทางเพศดังกล่าวให้กับภรรยาเห็น จนกระทั่งมากระทำความผิดตามรายละเอียดข้างต้น ต่อมาเจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.1 ได้สืบทราบว่าผู้ต้องหาปรากฏตัวอยู่บริเวณภายในซอยศาลาธรรมสพน์ จึงได้ทำการวางแผนออกติดตามผู้ต้องหา จนกระทั่งมาถึงบริเวณร้านสะดวกซื้อ 7-11 ภายในซอยศาลาธรรมสน์

ขณะที่ผู้ต้องหากำลังจะไปซื้อของ เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.1 ได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่และแสดงหมายจับเข้าทำการจับกุมตัวผู้ต้องหา ในข้อหากระทำอนาจารแก่เด็กอายุไม่เกิน ๑๕ ปีโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตามและพรากเด็กอายุไม่เกิน ๑๕ ปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือ ผู้ดูแล เพื่ออนาจาร นำส่งพนักงานสอบสวน สน.ธรรมศาลา เพื่อดำเนินคดีต่อไป
สตม. ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ อันทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ สายด่วน 1178 หรือที่ www.immigration.go.th

ข่าวที่น่าติดตาม