สงขลา-ศึกเลือกตั้ง นายก อบจ. มวยถูกคู่ ระหว่าง”ไพเจน” ชนกับ “พ.อ.สุชาติ” อยู่ที่ประชาชนชาวสงขลา จะเลือกใคร

สงขลา-ศึกเลือกตั้ง นายก อบจ. มวยถูกคู่ ระหว่าง”ไพเจน” ชนกับ “พ.อ.สุชาติ” อยู่ที่ประชาชนชาวสงขลา จะเลือกใคร

 

 

ศึกในสนามการเลือกตั้ง นายก อบจ.สงขลา แม้จะมีผู้เข้าสมัครรับการเลือกตั้งมากถึง 6 คน แต่จะมีเพียง 2 ทีม เท่านั้นที่แข่งขันกันเรียกว่ามวยถูกคู่ เพื่อเข้าสู่เส้นชัย คือ ทีมสงขลาประชารัฐ ซึ่งมี พ.อ.พิเศษ สุชาติ จันทรโชติกุล เป็นหัวหน้าทีมหมายเลข 2 และ ว่าที่ ร.ต.ไพเจน มากสุวรรณ์ ทีมพรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 3 ส่วนผู้สมัครเข้าชิงชัยอีก 4 คนเช่นนายจะเด็ด เหมโกทวีทรัพย์ ผู้สมัครอิสระ หมายเลข 1 นางภัทรวรรณ ขำตรี ผู้สมัครอิสระ ผู้สมัครหมายเลข 4 นางสาวอภิญญา ยอดแก้ว ผู้สมัครหมายเลข 5 ทีมเพื่อสังคม และนายวชิรวิทย์ ภัสระ ผู้สมัครอิสระ หมายเลข 6 เป็นนักการเมืองหน้าใหม่ ที่คนในพื้นที่ให้ความสนใจไม่มากนัก

ซึ่งในสนามนี้มี 2 ทีม จาก 2 พรรคการเมืองใหญ่ เปิดตัวหาเสียงก่อนที่จะมีการประกาศวันเลือกตั้งมาร่วม 1 ปี โดยเฉพาะทีม”สงขลาประชารัฐ” ซึ่งเป็น สส.ของ จ.สงขลา แม้จะเป็น สส.ในเวลาสั้นๆ ที่ก็ถือว่า ผ่านสนามเลือกตั้งระดับชาติมาแล้ว และล่าสุด พ.อ.สุชาติ ฯในฐานะ ผู้อำนวยการเลือกตั้ง สส.ของพรรคพลังประชารัฐของภาคใต้ ที่สามารถ นำ สส.เข้าสภาถึง 13 คน ซึ่งสร้างความ ปวดแสบปวดร้อนให้กับ พรรคประชาธิปัตย์ในภาคใต้มาแล้ว

ในขณะที่ว่าที่ ร.ต.ไพเจน สุวรรณ์มาก จากทีมพรรคประชาธิปัตย์ นั้นถือเป็น นักการเมืองหน้าใหม่ ที่เกษียณอายุราชการจากกรมชลประทาน และเป็นตัวเลือกสุดท้ายจากพรรคให้เป็นผู้สมัคร ก่อนการประกาศวันเลือกตั้งเพียง 3 เดือน เพราะก่อนหน้านี้ ผู้ที่ประกาศตัวกับประชาชนและเดินหาเสียงมาเป็นแรมปี คือ พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี อดีตผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว

ดังนั้นเมื่อดูจากสภาพความพร้อมของทีม ที่ประกาศชื่อรองนายก ที่ปรึกษา เลขานุการ เป็น”ดรีมทีม” เดินหน้าหาเสียงมานานนับปี ทีมสงขลาประชารัฐ จึงมีความพร้อม และได้เปรียบที่มีเวลาพบปะประชาชนใน 16 อำเภอของสงขลาอย่างทั่วถึง

ในขณะที่ ไพเจน สุวรรณ์มาก หัวหน้าทีมพรรคประชาธิปัตย์ ออกตัวช้า มีเวลาลงพื้นที่น้อย ต้องอาศัยทีม “พี่เลี้ยง” คือ สส.ในพื้นที่ของพรรค 3 คน เป็น”ตัวช่วย” ในการ หาคะแนนเสียง ประกอบกับ “ไพเจน” ไม่เคยเล่นการเมืองมากก่อน จึงยังไม่”ซึมซับ” วัฒนธรรมการเมือง และประกอบกับ วันนี้ กระแสของพรรคประชาธิปัตย์ไม่เหมือนกับในอดีต จึงทำให้ หัวหน้าที่พรรคประชาธิปัตย์อย่าง “ไพเจน” ต้องใช้เวลาที่เหลืออยู่หาเสียงอย่างหนัก และเหนื่อย

สำหรับนโยบายการหาเสียงนั้น ทีมสงขลาประชารัฐ ที่มี พ.อ.พิเศษ สุชาติฯ เป็นหัวหน้าทีม ชูนโยบาย”มาเพื่อพัฒนา ไม่ได้มาเพื่อหาผลประโยชน์” และคำขวัญว่า “อบจ.สีขาว” มาตั้งแต่นั้น พร้อมเสนอ นโยบายเร่งด่วน ใช้งบประมาณปีละ 1,080 ล้าน ให้ทุกหมู่บ้านชุมชน คิดเอง บริหารเอง เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ อยู่ดี และมีสุข

ในส่วนนโยบายของทีมคือ สร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่,ขนส่งมวลชนและโลจิติก ,การศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต, มีการตั้งงบประมาณในการส่งเสริมการท่องเที่ยว 50 ล้านทั้ง 16 อำเภอ เพื่อสวัสดิการและสาธารณะ 50 ล้าน ,เพื่อส่งเสริมการกีฬา 50 ล้าน

ส่วนทางด้านของทีมพรรคประชาธิปัตย์ ใช้ คำขวัญ”รวมพลัง ร่วมสร้างสุข” และ ชูเรื่องการแก้ปัญหา”น้ำแล้ง น้ำท่วม” ซึ่งเป็นปัญหาของคนใน 4 อำเภอของคาบสมุทรสทิงพระ และคนเมืองอย่าง อ.หาดใหญ่ ที่เคยประสพกับ ปัญหาน้ำท่วม มาหลายครั้ง

การเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งนี้ เมื่อทีม”พี่เลี้ยง” และผู้สนับสนุน ที่เป็น นักเมือง ช่วยหาเสียให้ไม่ได้ จึงเป็นอีกหนึ่งงานหนักของผู้สมัคร ที่เป็น”น้องใหม่” และไม่”คุ้นชิน” กับ ในเรื่องของ”การเมือง” ในขณะที่ผู้สมัครที่เคยผ่าน เวทีการเมือง มาแล้ว จะได้เปรียบกว่า แม้ว่าจำนวน อดีต ส.อบจ.เก่า จะอยู่กับทีมหนึ่งทีมใดมากกว่า ก็ไม่ได้เป็นตัวแปรของการเลือกตั้ง เพราะถ้า ทีมไหนได้รับเลือกจากประชาชนให้เป็น นายก อบจ. ,สจ. หรือ ส.อบจ. ที่ สอบได้ ก็จะ แห่แหน มาอยู่ด้วยอยู่แล้ว

ถ้ามองความพร้อม ความได้เปรียบ เซียนทางการเมือง”ฟันธง”ว่า ถ้าเลือกตั้งวันนี้ฯ ทีม สงขลาประชารัฐ”เข้าวิน” แต่การเมืองท้องถิ่น ยังมีปัจจัยอื่นที่เป็น”ตัวแปร” อีกมาก และสิ่งสำคัญที่มักจะเป็นผู้”ชี้ขาด” การเมือง ท้องถิ่นคือ” กระสุน” ที่ทีมไหนมามาก และ “ยิง” เข้าเป้าได้มากกว่า

ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่า ในเวลาที่เหลืออยู่ 30 กว่าวัน ทั้ง 2 ทีม จะงัดกลยุทธ์อะไรเด็ดๆมา”มัดใจ” ประชาชน เพื่อการเดินเข้าสู่เส้นชัย ที่มีตำแหน่ง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นเดิมพัน และมีงบประมาณ 2,000 ล้าน เป็นตัว”ขับเคลื่อน” ในการบริหารท้องถิ่น ตามที่แต่ละทีมได้ให้สัญญาประชาคมเอาไว้ในการเดิน ยกมือไหว้ เพื่อขอคะแนนเสียงจากประชาชนชาวจังหวัดสงขลา

 

นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา

ข่าวที่น่าติดตาม