ธนาคารแห่งประเทศไทย จัดงานแถลงข่าวเศรษฐกิจ ครั้งที่ 4/2563 เรื่อง “ภาวะเศรษฐกิจและการเงิน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไตรมาส 3/2563 และแนวโน้มไตรมาส 4/2563”

ธนาคารแห่งประเทศไทย จัดงานแถลงข่าวเศรษฐกิจ ครั้งที่ 4/2563 เรื่อง “ภาวะเศรษฐกิจและการเงิน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไตรมาส 3/2563
และแนวโน้มไตรมาส 4/2563”

 


วันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน2563 เวลา 09.45- 11.30 น. ณ ห้องปัญญาวิจิตร ธนาคารแห่งประเทศไทยสำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
โดย ผอส. ประสาท สมจิตรนึก กล่าวสรุปภาวะเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไตรมาสที่ 3 ปี 63 เพื่อทราบ ดังนี้ว่า
ภาวะเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไตรมาสที่ 3 ปี 2563 หดตัวน้อยลงจากไตรมาสก่อน ตามการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรค COVID-19 ที่ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาดำเนินการได้มากขึ้น ประกอบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ โดยการบริโภคภาคเอกชนกลับมาขยายตัวเล็กน้อยตามการใช้จ่ายสินค้าไม่คงทนและการใช้จ่ายภาคบริการ ซึ่งส่วนหนึ่งได้รับผลดีจากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว และวันหยุดยาวที่มากกว่าปีก่อน การใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวเร่งขึ้นตามรายจ่ายลงทุนที่เร่งเบิกจ่ายในหมวดที่ดินและสิ่งก่อสร้าง การลงทุนภาคเอกชนหดตัวน้อยลงจากหมวดก่อสร้างที่ขยายตัวตามพื้นที่ก่อสร้างและยอดจำหน่ายวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวดีขึ้น ด้านผลผลิตเกษตรขยายตัวจากผลผลิตยางพาราและปศุสัตว์ ขณะที่ด้านราคาปรับลดลงจากราคาข้าวเป็นสำคัญ อย่างไรก็ดี การผลิตภาคอุตสาหกรรมหดตัวสูงใกล้เคียงเดิม ตามการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และการผลิตน้ำตาล


ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบน้อยลงตามหมวดพลังงานที่หดตัวน้อยลง
จากราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศที่เพิ่มขึ้นตามราคาตลาดโลก รวมทั้งค่ากระแสไฟฟ้า และค่าน้ำประปา
ที่เพิ่มขึ้นหลังหมดมาตรการบรรเทาค่าครองชีพในช่วง COVID-19 ด้านตลาดแรงงานปรับดีขึ้นตามการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรมที่ฟื้นตัวตามภาวะเศรษฐกิจ แต่ภาพรวมยังเปราะบาง สำหรับภาคการเงิน
(ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2563) เงินฝากและสินเชื่อคงค้างขยายตัวใกล้เคียงไตรมาสก่อน โดยเงินฝากขยายตัวสูงจากมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐและความต้องการรักษาสภาพคล่องของธุรกิจ ขณะที่สินเชื่อขยายตัวจากสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องของธุรกิจ
​รายละเอียดของภาวะเศรษฐกิจและการเงินภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีดังนี้


การอุปโภคบริโภคภาคเอกชน กลับมาขยายตัวเล็กน้อย ตามการใช้จ่ายสินค้าไม่คงทนที่กลับมาขยายตัวจากการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น สอดคล้องกับการใช้จ่ายภาคบริการที่ขยายตัวจากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวและวันหยุดยาวที่มากกว่าปีก่อน ด้านการใช้จ่ายสินค้าคงทนหดตัวน้อยลง อย่างไรก็ดี การอุปโภคบริโภคสินค้าในชีวิตประจำวันยังหดตัว แสดงถึงกำลังซื้อโดยรวมยังคงอ่อนแอ สำหรับภาคบริการด้านการท่องเที่ยว หดตัวน้อยลงจากไตรมาสก่อน สะท้อนจากจำนวนผู้เยี่ยมเยือนที่หดตัวน้อยลง และรายได้ภาคบริการสาขาโรงแรมและภัตตาคารที่ปรับดีขึ้น
การใช้จ่ายภาครัฐ ขยายตัวเร่งขึ้นจากรายจ่ายลงทุนในหมวดที่ดินและสิ่งก่อสร้างของกรมทางหลวงชนบท กรมทางหลวง และกรมชลประทาน ส่วนหนึ่งเพื่อชดเชยการเบิกจ่ายที่ล่าช้าในช่วงครึ่งแรกของปีงบประมาณ ขณะที่รายจ่ายประจำชะลอลงในหมวดเงินอุดหนุนทั่วไปของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และองค์การบริหารส่วนจังหวัดในภาค

รายได้เกษตรกร หดตัวน้อยลง จากปัจจัยด้านผลผลิตสินค้าเกษตรที่กลับมาขยายตัว โดยผลผลิตยางพาราเพิ่มขึ้นตามความต้องการเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมผลิตถุงมือทางการแพทย์ และปศุสัตว์โดยเฉพาะสุกรและโคเนื้อที่เพิ่มขึ้นจากความต้องการของจีนและเวียดนาม ส่วนด้านราคาหดตัวจากราคาข้าวเปลือกเจ้าหอมมะลิและข้าวเปลือกเหนียว ตามผลผลิตที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
การลงทุนภาคเอกชน หดตัวน้อยลง จากการลงทุนในหมวดก่อสร้าง ตามพื้นที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างและยอดจำหน่ายวัสดุก่อสร้างที่ขยายตัว สำหรับการลงทุนในหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์หดตัวน้อยลง ตามยอดจำหน่ายรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ที่ปรับดีขึ้น ขณะที่การนำเข้าสินค้าทุนยังคงหดตัวสูงต่อเนื่อง


การผลิตภาคอุตสาหกรรม หดตัวสูงใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน ตามการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และการผลิตเยื่อกระดาษที่ลดลงจากความต้องการของต่างประเทศ และการผลิตน้ำตาลทรายลดลงจากผลกระทบของภัยแล้งเป็นสำคัญ อย่างไรก็ดี การผลิตเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์กลับมาขยายตัว สอดคล้องกับการบริโภคที่เริ่มฟื้นตัว
มูลค่าการค้าผ่านด่านศุลกากร ขยายตัวต่อเนื่อง ทั้งการส่งออกและนำเข้า โดยการส่งออกขยายตัว ในหมวดสินค้าที่ส่งไปจีนตอนใต้ เช่น ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์/อุปกรณ์ประเภท Cloud Computing ที่ขยายตัว ตามความต้องการใช้งานประมวลผล และจัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ และผลไม้ที่ขยายตัวสูง ตามความต้องการบริโภคและปริมาณผลผลิตที่สูงกว่าปีก่อน ด้านการนำเข้าขยายตัว จากสินค้าที่นำเข้าจากจีนตอนใต้เช่นกัน ในหมวดโทรศัพท์มือถือ/อุปกรณ์จากการเปลี่ยนเส้นทางขนส่งจากทางอากาศเป็นทางบกมากขึ้น และอุปกรณ์ไฟฟ้า จำพวกสื่อ/อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่ขยายตัวตามคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับการทำงานที่บ้าน


ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบน้อยลงมาอยู่ที่ร้อยละ -0.86 ตามหมวดพลังงานที่หดตัวน้อยลง จากราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศที่เพิ่มขึ้นตามราคาตลาดโลก รวมทั้งค่ากระแสไฟฟ้า และค่าน้ำประปาที่เพิ่มขึ้นหลังหมดมาตรการบรรเทาค่าครองชีพในช่วง COVID-19 ขณะที่หมวดอาหารสดชะลอลงตามราคาข้าว ด้านตลาดแรงงานปรับดีขึ้นตามการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรมที่ฟื้นตัวตามภาวะเศรษฐกิจ แต่ภาพรวมยังเปราะบาง
ภาคการเงิน (ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2563) เงินฝากและสินเชื่อคงค้างของสถาบันการเงินขยายตัวใกล้เคียงไตรมาสก่อน โดยเงินฝากคงค้างขยายตัว ตามเงินฝากออมทรัพย์ที่ยังอยู่ในระดับสูง จากมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐและความต้องการรักษาสภาพคล่องของธุรกิจ ด้านสินเชื่อคงค้างขยายตัวใกล้เคียง
ไตรมาสก่อน จากมาตรการสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องและมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐในช่วงต้นไตรมาส

​​Cr.ภาพศูนย์ข่าวขอนแก่น /ข้อมูล ธนาคารแห่งประเทศไทย
​​​​ 3 พฤศจิกายน 2563
ข้อมูลเพิ่มเติม : ส่วนเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำนักเศรษฐกิจภูมิภาค
โทรศัพท์: 0 4391 3534
E-mail: Sunatthc@bot.or.th

ข่าวที่น่าติดตาม