นิพนธ์ฯ ชู นครศรีฯ “เมืองมรดกโลก นครแห่งอารยธรรม” ตามแนวทางนโยบายขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน

นิพนธ์ฯ ชู นครศรีฯ “เมืองมรดกโลก นครแห่งอารยธรรม” ตามแนวทางนโยบายขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน

 

 


เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2563 เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการ (ชั้น 4) ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2)เป็นประธานมอบนโยบายการดำเนินงาน “ขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน” จังหวัดนครศรีธรรมราช
โดยมีนายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช นายวิทยา แก้วภราดัย อดีตรัฐมนตรีและส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์
ผู้แทนภาคส่วน และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

นายนิพนธ์ กล่าวว่า ตามที่พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีคำสั่งเมื่อเดือน ส.ค.63 แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน โดยให้รัฐมนตรีแต่ละคนรับผิดชอบในพื้นที่เขตละ 2-3 จังหวัด เพื่อขับเคลื่อน กำกับ ดูแล ติดตามและรับฟัง แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเร่งด่วนของประชาชนในระดับพื้นที่เพราะปัญหาของแต่ละจังหวัดมีความแตกต่างกันจากลักษณะภูมิประเทศ สภาพเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม ในส่วนของตนรับผิดชอบ จ.สงขลา และ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็น 2 จังหวัดใหญ่ของภาคใต้ โดยปัญหาที่เป็นความเดือดร้อนหรือความจำเป็นเร่งด่วน หรือความจำเป็นเร่งด่วนของจังหวัด ใน 4 ประเด็น ประกอบด้วย ปัญหาด้านการเกษตร ปัญหาด้านแรงงาน ปัญหายาเสพติด และปัญหาด้านการรับรู้ในการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน โดยเบื้องต้นทางจังหวัดจะได้บูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเร่งด่วนในจังหวัด และสร้างการรับรู้แก่ประชาชน

โดยเฉพาะปัญหาที่ดินทำกิน การออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดินให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งเรื่องนี้ก็ถือว่ามีความสำคัญ ปัญหาในเรื่องของการถือครองกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่มีปัญหาทับซ้อนระหว่างที่ดินของรัฐ กับที่ดินของประชาชน ให้เร่งรัดเจ้าหน้าที่ในการกำหนดแนวเขตระหว่างที่ดินของรัฐไม่ว่าจะเป็นที่ดินป่าไม้ หรือที่ดินเขตห้าม ที่ดินใดมีข้อพิพาทอยู่และไม่ใช่ที่ดินของรัฐ ก็จะส่งเจ้าหน้าที่มาออกสำรวจรังวัด ออกเอกสารสิทธิ์ให้กับพี่น้องประชาชน ในส่วนของที่ดินของรัฐซึ่งไม่สามารถพิสูจน์สิทธิ์ได้ว่าถือการครอบครองมาก่อน ก็จะต้องนำไปสู่กระบวนการที่นำไปสู่ คทช. ให้พี่น้องประชาชนแม้จะไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินมาก่อนสามารถเข้าไปทำประโยชน์ได้

นายนิพนธ์ กล่าวต่ออีกว่า ขอฝากในส่วนเรื่องของความปลอดภัยบนท้องถนน ว่า อุบัติเหตุทางถนน ถือเป็นภัยคุกคามต่อการเสียชีวิตของประชาชนอยู่ในขณะนี้ ประเด็นเร่งด่วนที่ต้องบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วนในการดำเนินการเสริมสร้างประสิทธิภาพการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในระดับพื้นที่ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยขอชื่นชมจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่มีโมเดลที่สำคัญคือ “ท่าซักโมเดล” ซึ่งตนได้นำไปเผยแพร่ทั่วทั้งประเทศคือการให้ชุมชน มีส่วนร่วมในการดูแลความปลอดภัยโดยเฉพาะถนนของท้องถิ่น โดยร่วมมือระหว่างท้องที่ และ ท้องถิ่นร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่อย่างจริงจัง

นอกจากนี้ นายนิพนธ์ ยังได้มอบนโยบายในการดูแลเรื่องป่าพรุ ที่ให้ทุกฝ่ายช่วยกันเข้าไปดูว่าทำอย่างไรให้นำน้ำจากที่ต่างๆ หรือสามารถขุดสระน้ำเก็บไว้ใช้ในหน้าแล้งนี้เวลาเกิดไฟไหม้ในป่าพรุจะได้มีน้ำในการดับไฟป่าได้ และยังมีประเด็นที่ต้องติดตามโดยเฉพาะการแพร่ระบาดของประเทศเพื่อนบ้านซึ่งอาจมีการลักลอบเดินทางเข้าประเทศไทยโดยเฉพาะแรงงานต่างด้าวอาจจะเล็ดลอดเข้ามาสู่พื้นที่ชั้นในเพื่อหางานทำเนื่องจึงจำเป็นต้องขอความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ และประชาชนให้ช่วยกันสอดส่องดูแล และให้ความสำคัญกับเยาวชน สร้างความเข้าใจที่ดีกับเยาวชนตามที่คณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันที่นายกรัฐมนตรีอยากเห็นการสร้างความเข้าใจที่ดีกับเยาวชน ให้เข้าใจถึงประวัติการเมืองและประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ร่วมถึงความสำคัญสถาบันหลักของชาติ จึงอยากจะเน้นให้ทุกฝ่ายให้ความสำคัญกับเรื่องนี้

พร้อมทั้งได้ผลักดันนำเสนอวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร (พระบรมธาตุนครศรีธรรมราช) เพื่อขึ้นบัญชีเป็น “เมืองมรดกโลก นครแห่งอารยธรรม” ภายใต้การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยต้องอาศัยการเชื่อมโยงวัฒนธรรมและโบราณคดีของพื้นที่ พร้อมเปิดโอกาสให้ชุมชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการเรียนรู้ และทำความเข้าใจถึงคุณค่าของพื้นที่ ในลักษณะของการท่องเที่ยวโดยชุมชนท้องถิ่น ซึ่งเป็นที่ยอมรับแล้วว่า นครศรีธรรมราช เป็นเมืองที่มีจุดแข็งเรื่องการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจการดำเนินงาน “ขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน” ที่ให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน ต่อไป

 

นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา

ข่าวที่น่าติดตาม