ยผ.เดินหน้าเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชนผู้มีส่วนได้เสียโครงการก่อสร้างถนนบูรพาชลทิต (ระยะที่ 2) ถนนส่งเสริมการท่องเที่ยวเลียบชายทะเล (ชมคลิป)

ระยอง-ยผ.เดินหน้าเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชนผู้มีส่วนได้เสียโครงการก่อสร้างถนนบูรพาชลทิต (ระยะที่ 2) ถนนส่งเสริมการท่องเที่ยวเลียบชายทะเล

 

 

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 8 ต.ค.2563 ที่หอประชุมศาลาประชาคมอำเภอแกลง จังหวัดระยอง นายสุรชัย ยุติธรรมานนท์ นายอำเภอแกลง เป็นประธานเปิดการสัมมนาเพื่อประชาสัมพันธ์และรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โครงการก่อสร้างถนนบูรพาชลทิต ระยะที่ 2 ครั้งที่ 3 จัดโดยสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดระยอง ได้มอบหมายให้มหาวิทยาลัยบูรพา ดำเนินการศึกษาสำรวจและออกแบบถนนบูรพาชลทิต (ระยะที่ 2) ให้เป็นถนนท่องเที่ยวเลียบทะเล รองรับการท่องเที่ยวและการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก

ภายใต้โครงการปรับปรุงมาตรฐานสินค้าและธุรกิจบริการด้านการท่องเที่ยว กิจกรรมศึกษาจัดทำแผนแม่บทและสำรวจออกแบบรายละเอียดและวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โดยมี นายธวัชชัย สุภาผล โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดระยอง เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมได้รับเกียรติจาก ผศ.อุทาร พิชญาภรณ์ เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการการบริหารราชการแผ่นดิน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ คณะที่ปรึกษาฯมหาวิทยาลัยบูรพา นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.ทวีศักดิ์ เทพพิทักษ์ ผู้จัดการโครงการฯ ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและองค์กรภาคประชาสังคมในพื้นที่อำเภอแกลง เข้าร่วมสัมมนาในครั้งนี้จำนวนมาก

นายธวัชชัย สุภาผล โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดระยอง กล่าวว่า จังหวัดระยองและภาคเอกชนของจังหวัดระยอง ได้ผลักดันการก่อสร้างถนนบูรพาชลทิต (ระยองที่ 2) มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้เสนอต่อนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีในการประชุม ครม.สัญจรที่จังหวัดระยอง เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา เพื่อพัฒนาให้เป็นถนนท่องเที่ยวแห่งใหม่เชื่อมต่อระยะที่ 1 จากอำเภอแกลง ถึงอำเภอบ้านฉาง ผ่านแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ จำนวน 11 แห่ง ระยะทางเกือบ 100 กิโลเมตร ซึ่งการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ครั้งนี้ เพื่อศึกษาความเหมาะสมและความเป็นไปได้ในด้านต่างๆ ของการก่อสร้างถนนบูรพาชลทิต ระยะที่ 2

ทั้งด้านจราจร เศรษฐศาสตร์ สถาปัตยกรรม สิ่งแวดล้อมและการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยจะนำความคิดเห็นที่ได้ไปประกอบการออกแบบแนวเส้นทาง พร้อมทั้งออกแบบแหล่งท่องเที่ยวให้เป็นแลนด์มาร์กที่มีความโดดเด่น และปรับปรุงภูมิทัศน์ใหม่ จะใช้ระยะเวลาประมาณ 1 ปี หากดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ จะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว และช่วยพัฒนาระบบโครงข่ายคมนาคมให้สามารถเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวเลียบชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก ตลอดจนแก้ปัญหาจราจรได้ในอนาคต รองรับการท่องเที่ยวและการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC

ธีรวัฒน์ อินธิพันธ์ รายงาน

ข่าวที่น่าติดตาม