ระยอง-สภ.เมืองระยอง ยกเลิกทำแผนประกอบคำรับสารภาพกลางคัน หนุ่มวัยรุ่นแทงคอนับ 10 แผล ลุงวัย 62 ปี ป่วยอัมพฤกษ์เสียชีวิต

ระยอง-สภ.เมืองระยอง ยกเลิกทำแผนประกอบคำรับสารภาพกลางคัน หนุ่มวัยรุ่นแทงคอนับ 10 แผล ลุงวัย 62 ปี ป่วยอัมพฤกษ์เสียชีวิต

 

เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 13 ส.ค.ที่ สภ.เมืองระยอง พล.ต.ต.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ภ.2 นำตัวนายชูชาติ ประคำ อายุ 25 ปี หนุ่มโรงงานอุตสาหกรรมแห่งหนึ่งใน จ.ระยอง อยู่บ้านเลขที่ 6/46 ถนนหนองบัว ต.เชิงเนิน อ.เมืองระยอง จ.ระยอง แถลงข่าวหลังตามจับกุมได้ที่ห้องพักอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง พร้อมของรถจักรยานยนต์ หมายเลขทะเบียน 1 กม – 8951 ระยอง 1 คัน หมวกกันน็อค 1 ใบ เสื้อผ้าที่สวมใส่เกิดเหตุ 1 ชุด และอาวุธมีดปลายแหลม 1 เล่ม หลังก่อเหตุใช้อาวุธมีดปลายแหลมแทงคอ นายยุทธพงษ์ พลกุล อายุ 62 ปี ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ เจ้าของร้านขายของชำ กว่า 10 แผล เสียชีวิต นอกจากนี้ยังมีนางทองอยู่ สุวรรณ อายุ 58 ปี น้องเมีย ถูกแทงที่คอได้รับบาดเจ็บเช่นเดียวกัน ขณะพยายามเข้าช่วยพี่เขย

เบื้องต้น ได้นำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ร้านขายของชำ เลขที่ 50/19 ถนนชายกระป่อม 2 ต.เชิงเนิน อ.เมืองระยอง จ.ระยอง จุดที่ลงมือใช้อาวุธมีดแทงคอนายยุทธพงษ์ จนถึงแก่ความตาย แต่ต้องยกเลิกกลางคัน หลังมีประชาชนไปรอดูหน้าผู้ต้องหาจำนวนมาก เกรงไม่ปลอดภัยจึงยกเลิกกลางคัน โดยมี พล.ต.ต.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ภ.2 เดินทางไปให้กำลังใจมอบกระเช้าและเงินจำนวนหนึ่ง เป็นขวัญกำลังใจให้นางทองอยู่ น้องเมียที่พยายามเข้าช่วยพี่เขย และนางสมศรี ภรรยาผู้ตาย


จากการสอบสวน นายชูชาติ ให้การรับสารภาพว่า ทำงานในโรงงานแห่งหนึ่งใน จ.ระยอง ขณะขี่รถจักรยานยนต์ผ่านร้านค้า รถเกิดน้ำมันหมด จึงแวะเติมแต่ไม่มีเงินจึงบอกกับผู้ตายว่าจะกลับไปเอาเงินมาให้แต่ผู้ตายไม่ยอมจนเกิดการโต้เถียงกันอย่างรุนแรง ประกอบกับผู้ตายได้ขว้างมีดใส่ จึงบันดาลโทสะจับมีดขึ้นมาจ้วงแทงไปหลายครั้ง เป็นจังหวะที่มีผู้หญิงมาช่วยจึงแทงผู้หญิงไปด้วย ก่อนจะรีบขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีกลับไปที่ห้องพัก ล้างตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วโยนมีดและเสื้อผ้าทิ้งไปหลังห้องพัก แล้วก็ขี่รถจักรยานยนต์ไปรับภรรยาที่เลิกงานกลับห้องพักตามปกติ ขณะกำลังจะวางแผนหลบหนี แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามมาจับได้เสียก่อน

ด้าน พล.ต.ต.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ภ.2 กล่าวว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหามีปัญหาเรื่องการทำงาน เนื่องจากถูกไล่ออกจากงานจนมีปัญหากระทบเรื่องการเงิน และถูกผู้ตายด่าทอ จึงลงมือก่อเหตุ เบื้องต้นตั้งข้อหาฆ่าชิงทรัพย์ ทั้งนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในตำรวจภูธรภาค 2 ดูแลชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเต็มที่ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 นี้ ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบเดือดร้อนต่อความเป็นอยู่ แต่อยากจะให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความพร้อมได้สนับสนุนกล้งวงจรปิดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการติดตามจับกุมคนร้าย ซึ่งคดีนี้ได้ประโยชน์จากกล้องวงจรปิดจนสามารถนำมาซึ่งการจับกุมผู้ต้องหาได้อย่างรวดเร็ว

วฐิต กลางนอก ข่าว/ภาพ
ธีรวัฒน์ อินธิพันธ์ รายงาน

ข่าวที่น่าติดตาม