สุโขทัย-ย้อนรำลึกวีรกรรม 2 พ่อขุน ณ เมืองบางขลังสุโขทัย สร้างแรงจูงใจดึงนักท่องเที่ยวศึกษาอดีต

สุโขทัย-ย้อนรำลึกวีรกรรม 2 พ่อขุน ณ เมืองบางขลังสุโขทัย สร้างแรงจูงใจดึงนักท่องเที่ยวศึกษาอดีต

 

จังหวัดสุโขทัย อำเภอสวรรคโลกและเทศบาลตำบลเมืองบางขลัง ขอเชิญร่วมเขียนประวัติศาสตร์ชาติไทย ร่วมน้อมรำลึกวีรกรรมพ่อขุนศรีอินทราทิตย์และพ่อขุนผาเมือง ครบรอบ 4 ปี แห่งการอัญเชิญประดิษฐาน 10-12 สิงหาคม 2563 ณ สำนักงานเทศบาลตำบลเมืองบางขลัง ตลาดสินค้าชุมชน, นิทรรศการประวัติศาสตร์เมืองบางขลัง


การแสดงพื้นบ้าน, แสง สี เสียง ปีนี้ดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19
“บางขลังยังความยิ่งใหญ่ในตำนาน มีสุโขทัยเพราะมีบางขลัง อนุสาวรีย์ตระหง่านพ่อขุนผาเมือง พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ รากฐานไทยจึงเป็นไทย มีสุโขทัย มีอยุธยา รัตนโกสินทร์สืบมา ไม่มีบางขลัง ไม่มีแผ่นดินไทย นายโอฬาร ธนสัญชัย นายอำเภอสวรรคโลก จ.สุโขทัย ได้หารือร่วมกับนายวิทยา เกษรพรหม ปลัดเทศบาลตำบลเมืองบางขลัง ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศบาลตำบลเมืองบางขลัง และปลัดอำเภอสวรรคโลก ส่วนราชการ เพื่อเขียนโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงหลังภัยโควิด-19 โดยมีนายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ซึ่งได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างงาน สร้างรายได้กระจายไปยังชุมชน เพื่อให้ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยว


เมืองบางขลังสำคัญอย่างไร? “เมืองบางขลัง” เป็นเมืองในประวัติศาสตร์ กำเนิดขึ้นมาร่วมสมัยกับเมืองเก่าสุโขทัย เมืองเก่าศรีสัชนาลัย ปรากฏในศิลาจารึกหลักที่ 2 วัดศรีชุม, ศิลาจารึกหลักที่ 3 จารึกนครชุม, พงศาวดารโยนก, หนังสือชินกาลมาลีปกรณ์ สรุปได้ว่า พ่อขุนบางกลางหาวและพ่อขุนผาเมืองยกทัพมารวมพล ซ้อมรบกันที่เมืองบางขลัง และเกณฑ์นักรบเมืองบางขลังเข้าตียึดเมืองสุโขทัยคืนจากขอมสบาดโขลญลำพง แล้วสถาปนาพ่อขุนบางกลางหาวเป็นพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ปฐมกษัตริย์ครองกรุงสุโขทัยสืบมา


มีพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนศรีอินทราทิตย์และพ่อขุนพระเมืองประดิษฐานคู่กัน ขนาดหนึ่งเท่าครึ่งพระองค์จริง ที่ได้รับการอนุญาตและควบคุมการปั้นหล่อจากกรมศิลปากรอย่างใกล้ชิด ยังมีแหล่งโบราณสถานและโบราณวัตถุ โบราณสถานวัดโบสถ์ วัดใหญ่ชัยมงคล หลวงพ่อสามพี่น้องและพระร่วงนำทาง ที่กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติของชาติแล้ว โบราณสถานแห่งอื่นๆ มีขนาดไม่ใหญ่นัก รวม 22 แห่ง มีการขุดพบพระพุทธรูป พระเครื่องที่ถือกันว่าขลังและศักดิ์สิทธิ์ พบเตาเผาโบราณและภาชนะดินเผาบรรจุกระดูกมนุษย์เป็นหลักฐานว่าเมืองสำคัญของประเทศไทย


เทศบาลตำบลเมืองบางขลังตระหนักถึงมรดกวัฒนธรรมที่บรรพชนได้รังสรรค์เอาไว้ จึงได้ร่วมกับชาวบ้านทำการวิจัยเพื่อท้องถิ่น(CBR) และการท่องเที่ยวโดยชุมชน(CBT) โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.)และสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ(วช.) จำนวน 4 เรื่อง ตั้งแต่ พ.ศ.2554 เป็นต้นมา โดยศ.ศรีศักดิ์ วัลลิโภดม และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(สกสว.หรือ สกว.เดิม) ได้สนับสนุนงบประมาณให้ ศ.ศรีศักดิ์ วัลลิโภดม ผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดีและมานุษยวิทยา พร้อมด้วยคุณสุดารา สุจฉายา, คุณเมธินีย์ ชอุ่มผล จากมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยพันธุ์ และนิตยสารเมืองโบราณ ศึกษา “ประวัติศาสตร์สังคมเมืองบางขลัง” จนเป็นที่รู้จักกว้างขวางมากขึ้น


นอกจากนี้สถาบันพระปกเกล้าภายใต้การนำของ ศ.วุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการฯ รศ.ดร.อรทัย ก๊กผล รองเลขาธิการฯได้มอบหมายให้ดร.ไพบูลย์ โพธิ์สุวรรณ พร้อมด้วยคุณสุมามาลย์ ชาวนา และคุณอติพร แก้วเปีย ลงพื้นที่เมืองบางขลังเพื่ออบรมให้ความรู้“คนรุ่นใหม่ ชุมชนไทยไร้ถัง”แก่ภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนนำมาสู่ “เมืองบางขลังสะอาดไร้ถัง” ที่มีเจ้าหน้าที่เทศบาลจับคู่ อสม.เคาะประตูบ้านทุกหลังรณรงค์คัดแยกขยะ มีการประกวดครัวเรือนต้นแบบปลอดขยะ มอบรางวัลและให้โอวาทโดยนายเทียนชัย วงศ์ษา ท้องถิ่นจังหวัดสุโขทัย


ปัจจุบันนายประคอง สายจันทร์ ผู้จัดการพื้นที่พิเศษอุทยานประวัติสุโขทัย-ศรีสัชนาลัย-กำแพงเพชร (อพท.4) เข้ามาสนับสนุนชมรมท่องเที่ยววิถีเมืองบางขลังในเชิงรุกด้วย อบรมสื่อความหมายชุมชน สร้างเรื่องราวทางการท่องเที่ยว
ที่ผ่านมาในการร่วมใจกันของชุมชนและเทศบาลเมืองบางขลังในการรุกพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่จนรับรางวัลธรรมาภิบาล 2563 ล่าสุดนวัตกรรม“ท่องเที่ยววิถีเมืองบางขลัง สิ่งแวดล้อมยั่งยืน” ก็ได้รับการคัดเลือกผ่านเข้ารอบสุดท้าย เป็น 1 ใน 28 รางวัลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการบริหารจัดการที่ดี ซึ่งมีเงินรางวัล 22 ล้านบาท ซึ่งเมืองบางขลังก็อาจจะได้นำรางวัลก้อนนี้มาพัฒนาบ้านเมืองและการท่องเที่ยวที่มีตำนานต่อไป และการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

 

ข่าวที่น่าติดตาม