“ตม.เร่งระดมกวาดล้าง จับกุมพระต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง ไม่ผ่านการตรวจเชื้อ COVID-19 !!!”

“ตม.เร่งระดมกวาดล้าง จับกุมพระต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง ไม่ผ่านการตรวจเชื้อ COVID-19 !!!”

 

 

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด


สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบก.ตม.3,พ.ต.อ.สัญชัย โชคขยายกิจ รอง ผบก.ตม.3,ว่าที่ พ.ต.อ.ปริญญา กลิ่นเกษร ผกก.ตม.จว.สมุทรปราการ, พ.ต.ท.ชารัตน์ ชาคริตานันท์ รอง ผกก.ตม.จว.สมุทรปราการ, พ.ต.ท.พิทักษ์พงษ์ เจริญกุล รอง ผกก.ตม.จว.สมุทรปราการ, พ.ต.ท.เจษฎา บุรินทร์สุชาติ รอง ผกก.ปอพ.บก.สส.สตม.ปฏิบัติราชการ รอง ผกก.ตม.จว.สมุทรปราการ, พ.ต.ท.วุฒิภัทร นภาโชติ รอง ผกก.3 บก.สส.สตม.ปฏิบัติราชการ รอง ผกก.ตม.จว.สมุทรปราการ, ว่าที่ พ.ต.ท.กฤษณ์ มีบำรุง สว.กก.2 บก.สส.สตม.ปฏิบัติราชการ สว.ตม.จว.สมุทรปราการ, พ.ต.ต.นัฐพล ชมศิริ สว.ตม.จว.สมุทรปราการ จับกุมพระสงฆ์กัมพูชาหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมายโดยมีความเชื่อมโยงกันทำเป็นขบวนการลักลอบหลบหนี ก่อนมาแอบอาศัยในโครงการเอื้ออาทรร้างย่านบางพลีออกตระเวนบิณฑบาตเรี่ยไรเงินจากชาวบ้าน ดังนี้


สืบเนื่องจากเมื่อ วันที่ 11 ก.ค.63 ที่ผ่านมา พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3 สั่งการให้ ว่าที่ พ.ต.อ.ปริญญา กลิ่นเกษร ผกก.ตม.จว.สมุทรปราการ นำกำลังเจ้าหน้าที่ ตม.จว.สมุทรปราการ สนธิกำลังเข้าตรวจค้นที่ดินรกร้างเนื้อที่ประมาณ 100 ไร่ มีต้นไม้และต้นหญ้าขึ้นหนาทึบซึ่งตั้งอยู่ริมถนนทางคู่ขนานทางเข้าสนามบินสุวรรณภูมิ นำไปสู่การจับกุมพระสงฆ์ชาวกัมพูชาที่หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายเพื่อเข้ามาบิณฑบาตเรี่ยไรเงินจากชาวบ้านกว่า 11 รูป เจ้าหน้าที่ตม.จว.สมุทรปราการ จึงได้ทำการสืบสวนเพื่อขยายผลขบวนการรูปแบบดังกล่าวเรื่อยมาโดยการหาข่าวในพื้นที่ ก่อนสืบทราบว่ามีพระสงฆ์จำนวนหนึ่งซึ่งมีพฤติกรรมและรูปแบบคล้ายคลึงกันแอบพักอาศัยอยู่ภายในโครงการเอื้ออาทรที่ถูกทิ้งร้างซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่เกิดเหตุวันที่ 11 ก.ค.63 ไม่ไกลมากนัก ภายหลังคดีดังกล่าว พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.มีบัญชาให้ทำการขยายผล ว่าที่ พ.ต.อ.ปริญญา กลิ่นเกษร ผกก.ตม.จว.สมุทรปราการ จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนนำกำลังไปคอยซุ่มดูจนทราบที่อยู่และพฤติกรรมขบวนการดังกล่าว


ต่อมาเมื่อ เวลา 07.00 น. วันที่ 28 ก.ค. พ.ต.อ.ปริญญา กลิ่นเกษร ผกก.ตม.จว.สมุทรปราการ พร้อมเจ้าหน้าที่ตม.จว.สมุทรปราการ ได้นำกำลังไปดักซุ่มเพื่อตรวจค้น จับกุมขบวนการพระสงฆ์กัมพูชาลักลอบเข้าเมืองมาบิณฑบาตเรี่ยไรเงิน ที่เกิดเหตุเป็นโครงการเอื้ออาทรร้าง ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ซึ่งมีอาคารสูงที่ถูกปล่อยทิ้งร้างกว่า 10 อาคาร เนื้อที่ประมาณ 50 ไร่ เจ้าหน้าที่ต้องเดินเท้าเข้าไปในป่ารกทึบไกลกว่า 100 เมตร เพื่อเข้าปิดล้อมตรวจค้นอาคารร้างอาคารต่ออาคารจนพบพระสงฆ์พักอาศัยจำนวนกว่า 5 รูป เมื่อพระทั้งหมดเห็นเจ้าหน้าที่ต่างพากันวิ่งหนีเข้าไปซ่อนตัวภายในอาคารร้างดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมได้ทั้งหมด


จากการตรวจค้นพื้นที่พักซึ่งเป็นอาคารซึ่งถูกปล่อยทิ้งร้าง พบบาตรและจีวรตามห้องต่าง ๆในอาคารร้าง และยังพบถุงอาหาร อาหารแห้งที่ได้มาจากการออกบิณฑบาตวางอยู่ภายในห้อง จากการตรวจสอบพบว่า พระสงฆ์ทั้งหมดเป็นชาวกัมพูชาที่หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย จึงได้นำตัวทั้งหมดเดินทางมายังวัดบางโฉลงนอกเพื่อทำการลาสิกขา และนำตัวไปทำประวัติก่อนผลักดันกลับประเทศต่อไป
จากการสอบถามทราบว่าพระทั้งหมดบวชพระมาจากประเทศกัมพูชาและลักลอบเข้ามาในประเทศไทย ตามช่องทางธรรมชาติในจังหวัดสระแก้ว แล้วนั่งรถตู้โดยสารเดินทางเข้ามาที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (หมอชิต) และต่อรถแท็กซี่มาที่จังหวัดสมุทรปราการ ก่อนที่จะมาอาศัยอยู่ในที่รกร้างดังกล่าวได้ประมาณ 3-5 วันแล้ว

โดยมีการนัดหมายกันทางโทรศัพท์ และจะตระเวนออกบิณฑบาต ในช่วงเช้ามืด และเรี่ยไรเงินจากชาวบ้านในละแวกดังกล่าว โดยหลังจากที่กลับจากบิณฑบาตแล้วก็จะกลับมารวมกลุ่มกันพักผ่อน โดยมิได้ศึกษาพระธรรมหรือปฏิบัติตามกิจของสงฆ์แต่อย่างใด และเมื่อได้เงินจำนวนหนึ่งก็จะเดินทางกลับประเทศกัมพูชา พอเงินหมดก็จะเดินทางกลับเข้ามาใหม่ ยอมรับว่าบิณฑบาตในประเทศกัมพูชาได้อาหารน้อยและไม่ได้ปัจจัยจึงตัดสินใจเดินทางมาในประเทศไทยเพราะว่าคนไทยชอบถวายปัจจัยใส่บาตร จึงอาจเป็นพฤติกรรมที่สร้างแรงบันดาลใจให้มีพระปลอมจำนวนมาก ออกมาสร้างความเสื่อมเสียให้ พุทธศาสนาสร้างความเดือดร้อนให้แก่ชาวบ้าน


ทั้งนี้ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.กำชับให้เจ้าหน้าที่ ตม.ทุกหน่วยทั่วประเทศ ประสานหน่วยที่เกี่ยวข้องกวดขัน จับกุมผู้ที่หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายเพื่อป้องกันไม่ให้มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ระลอก 2 และไม่ให้มีการละเมิดกฎหมายอื่นๆอีกเป็นอันขาด
สตม.ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม.มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

 

ข่าวที่น่าติดตาม