“สตม.ปราบฯ ขบวนการขนคน เหิมเกริมไม่หลาบจำ ประกันตัวแล้วกระทำผิดซ้ำทันที”

“สตม.ปราบฯ ขบวนการขนคน เหิมเกริมไม่หลาบจำ ประกันตัวแล้วกระทำผิดซ้ำทันที”

 

 

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด


สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง ผบก.ตม.3, และ พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด ผกก.สส.บก.ตม.3 ร่วมแถลงข่าว การจับกุมตัว ดังนี้ 1.นายเอกพจน์ อายุ 46 ปี สัญชาติไทย 2.นายฮง อายุ 37 ปี สัญชาติกัมพูชา 3.นายที อายุ 31 ปี สัญชาติกัมพูชา


โดยกล่าวหาผู้ถูกจับที่ 1 ว่า “รู้ว่าคนต่างด้าวซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักร โดยฝ่าฝืน พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม”
โดยกล่าวหาผู้ถูกจับที่ 2 และ 3 ว่า “เป็นคนต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมด้วยของกลาง รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน กรุงเทพฯ พร้อมโทรศัพท์มือถือ จำนวน 5 เครื่อง และสมุดควบคุมรายรับรายจ่าย จำนวน 2 เล่ม


โดยมีพฤติการณ์ดังนี้ เจ้าพนักงานฯชุดจับกุมได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีกลุ่มขบวนการลักลอบนําคนต่างด้าวเพื่อเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย ซึ่งบุคคลต่างด้าวกลุ่มดังกล่าวมีการลักลอบเดินทางออกนอก
ราชอาณาจักรไทยไปแล้วและมีการลักลอบเดินทางกลับเข้ามาในราชอาณาจักรอีกครั้งตามช่องทางธรรมชาติบริเวณ ชายแดนด่านบ้านแหลม ต.เทพนิมิต อ.โป่งน้ำร้อน จว.จันทบุรี โดยทราบว่าปัจจุบันมีการปิดด่านพรมแดนเนื่องจาก สถานการณ์โรคระบาดติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

โดยครั้งนีจะมีกลุ่มขบวนการดังกล่าวนําคนต่างด้าว เดินเท้าข้ามชายแดนฝั่งตลาดบ้านแหลม(ประเทศกัมพูชา) โดยการเดินทางครั้งนี้จะให้คนต่างด้าวเดินทางเข้ามาเอง และจะมีการนัดแนะให้นั่งคอยอยู่บริเวณตลาดบ้านแหลม ในเวลาพลบค่ำ เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจค้น จับกุม จากนั้นจะนำรถยนต์ไปบรรทุกซุกซ่อนเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบและลักลอบเดินทางเข้าเมืองชั้นใน โดยกลุ่มคนต่างด้าวดังกล่าวจะถือหนังสือเดินทางตบตาเจ้าหน้าที่หากตรวจสอบ

จนกระทั่งถึงเวลาเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสังเกตเห็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์ทอง ทะเบียนกรุงเทพฯ ซึ่งได้สืบสวนทราบว่าเป็นรถเป้าหมายที่มีพฤติการณ์ลักลอบขนคนเข้าเมือง ขับผ่านในบริเวณที่เกิดเหตุ จึงได้ติดตามสะกดรอยจนกระทั่งถึงบริเวณตึกแถวที่เกิดเหตุ จึงได้เข้าจับกุม ผลการจับกุมพบ ผู้ต้องหาที่ 1 ทราบชื่อภายหลังว่าเป็น นายเอกพจน์ อายุ 46 ปี สัญชาติไทย ผู้ถูกจับที่ 1 รับว่า ได้ขับขี่รถยนต์ของกลางไปรับผู้โดยสารประกอบด้วย ผู้ถูกจับที่ 2 และ3 ซึ่งเป็นคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชาซึ่งเข้าเมืองมาโดยผิดกฎหมาย มาหลบซ่อนในจุดที่เกิดเหตุซึ่งตนเป็นผู้ครอบครอง

ต่อมาจากการขยายผลพบว่า ผู้ถูกจับที่ 1 เพิ่งถูกจับกุมในความผิดฐาน “ให้การช่วยเหลือ ซ่อนเร้น คนต่างด้าวให้เข้ามาในราชอาณาจักรฯ” และเพิ่งได้รับการประกันตัวจากศาลจังหวัดจันทบุรี ได้เพียงวันเดียว แต่กลับบังอาจมากระทำผิดซ้ำ โดยไม่เกรงกลัวต่อความผิดแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ทำการจับกุมตัวพร้อมของกลางส่ง พงส.กก.สส.บก.ตม.3 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สตม.ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม.มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

 

ข่าวที่น่าติดตาม