เชียงใหม่-ธ.ก.ส. พร้อมสนับสนุนสินเชื่อเพื่อรวบรวมผลไม้ปี 63 วงเงินสินเชื่อรวม 1,000 ล้านบาท (ชมคลิป)

เชียงใหม่-ธ.ก.ส. พร้อมสนับสนุนสินเชื่อเพื่อรวบรวมผลไม้ปี 63 วงเงินสินเชื่อรวม 1,000 ล้านบาท

 

 

วันที่ 30 มิถุนายน 2563 ที่โรงแรมเมอร์เคียวเชียงใหม่ นายวิรุฬ พรรเทวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และนายภูมิ เกลียวสิริกุล ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการสาขาภาคเหนือตอนบน ธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ร่วมกันเปิดสัมมนาโครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมผลไม้ ปี 2563

ธ.ก.ส. หนุนเกษตรกร สหกรณ์การเกษตร กลุ่มเกษตรกร และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนดำเนินธุรกิจ รวบรวมผลไม้ ได้แก่ ลำไย ลิ้นจี่ มะม่วง เงาะ ทุเรียน มังคุด และลองกอง เพื่อดูดซับปริมาณและกระจาย ผลผลิตผลไม้ในช่วงฤดูกาลไปยังตลาดในจุดต่าง ๆ พร้อมเตรียมวงเงินสินเชื่อกว่า 1,000 ล้านบาท รองรับ โดยมีกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ชดเชยดอกเบี้ยให้อีกร้อยละ 3 ต่อปี ในช่วง 6 เดือนแรก ระยะเวลา จ่ายเงินกู้ตั้งแต่บัดนี้ถึง 30 กันยายน 2563

นายภูมิ เกลียวสิริกุล ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการสาขาภาคเหนือตอนบน ธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. ได้ดำเนินโครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมผลไม้ ปี 2563 เพื่อสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนและสร้างความเข้มแข็งในการดำเนินธุรกิจรับซื้อรวบรวมผลไม้ของเกษตรกร และสถาบันเกษตรกร เป็นการช่วยดูดซับปริมาณผลไม้ในช่วงฤดูกาลไม่ให้ราคาตกต่ำและเพิ่มทางเลือกในการ กระจายผลไม้ไปยังแหล่งจาหน่ายต่าง ๆ อีกทั้งช่วยยกระดับมาตรฐานการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แกเ่กษตรกรผู้ขึ้น ทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ ปี 2563 กับกรมส่งเสริมการเกษตร โดยเน้นผลไม้หลัก 7 ชนิด ได้แก่ ลำไย ลิ้นจี่ มะม่วง เงาะ ทุเรียน มังคุด และลองกอง วงเงินสินเชื่อรวม 1,000 ล้านบาท ระยะเวลาจ่ายเงินกู้ตั้งแต่ บัดนี้ถึง 30 กันยายน 2563

สำหรับผู้ที่ต้องการขอสินเชื่อต้องเป็นเกษตรกร สหกรณ์การเกษตร กลุ่มเกษตรกรหรือกลุ่มวิสาหกิจ ชุมชนที่มีประสบการณ์ในการรวบรวมผลไม้ กำหนดวงเงินกู้กรณีเป็นเกษตรกรสูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาท อัตรา ดอกเบี้ย MRR (ปัจจุบันเท่ากับร้อยละ 6.50 ต่อปี) กรณีกลุ่มเกษตรกร สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท กรณี สหกรณ์การเกษตร สูงสุดไม่เกิน 50 ล้านบาท และกรณีกลุ่มวิสาหกิจชุมชน สูงสุดไม่เกิน 20 เท่าของ เงินทุนตนเองและไม่เกิน 20 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย MLR (ปัจจุบันเท่ากับร้อยละ 4.875 ต่อปี)โครงการ ดังกล่าวกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรจะชดเชยดอกเบี้ยให้ร้อยละ 3.00 ต่อปี ในช่วง 6 เดือนแรกนับจาก วันที่จัดทาสัญญาเงินกู้ โดยกาหนดชำระคืนเงินกู้ไม่เกิน 6 เดือนนับจากวันที่จัดทำสัญญาเงินกู้ และไม่เกินวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564

นอกจากนี้ธนาคารยังสนับสนุนผู้ประกอบการให้มีเงินทุนหมุนเวียนในการรับซื้อลำไยจากเกษตรกร เพื่อนำไปรวบรวมหรือแปรรูปเพื่อการส่งออก โดยพร้อมสนับสนุนสินเชื่อ SME เกษตร อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 ต่อปี ในระยะเวลา 3 ปี หลังจากนั้นคิดดอกเบี้ยในอัตรา MRR หรือ MLR แล้วแต่กรณี

นายภูมิกล่าวต่อไปว่า ในส่วนของฝ่ายกิจการสาขาภาคเหนือตอนบน ซึ่งดูแล 8 จังหวัดภาคเหนือ ตอนบน(เชียงราย แพร่ เชียงใหม่ ลำปาง น่าน พะเยา ลำพูน และแม่ฮ่องสอน) ขณะนี้มีผู้สนใจเข้าร่วมทุก โครงการแล้วกว่า 100 ราย วงเงินที่ขอกู้กว่า 400 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถจ่ายเงินกู้เพื่อไปดำเนินการรับ ซื้อลำไยได้เร็วที่สุดภายในไม่เกินเดือนกรกฎาคมนี้ ขอเชิญชวนผู้ประกอบการที่สนใจสามารถ สอบถามรายละเอียดและติดต่อขอเข้าร่วมโครงการได้ที่ ธ.ก.ส. ในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบนทุกสาขาได้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป


นภาพร ขัติยะ/เชียงใหม่

ข่าวที่น่าติดตาม