เชียงใหม่#มทบ.33  จัดพิธีเทิดพระเกียรติพระเจ้ากาวิละ น้อมรำลึกถึงวีรกรรมของพระองค์ท่าน

เชียงใหม่#มทบ.33  จัดพิธีเทิดพระเกียรติพระเจ้ากาวิละ น้อมรำลึกถึงวีรกรรมของพระองค์ท่าน

 


เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 08.30 น. พลตรี สืบสกุล บัวระวงศ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 เป็นประธานในพิธีเทิดพระเกียรติพระเจ้ากาวิละ พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมพิธีฯ ประกอบด้วย อดีตผู้บัญชาการ , เจ้านายฝ่ายเหนือ , ผู้วาราชการจังหวัดเชียงใหม่ และหัวหน้าส่วนราชการ , ศาล , อัยการ , ตำรวจ , กงสุลต่างประเทศ , สมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา มณฑลทหารบกที่ 33 , หน่วยทหารในพื้นที่พร้อมกำลังพลและครอบครัว , มูลนิธิ , สมาคม , องค์กรเอกชน และพ่อค้าประชาชนชาวเชียงใหม่ ประมาณ 500 คน ณ ลานอนุสาวรีย์พระเจ้ากาวิละ ค่ายกาวิละ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

พระราชประวัติพระเจ้ากาวิละ        พระเจ้ากาวิละ พระบรมราชาธิบดีศรีสุริยวงศ์อินทรสุรศักดิ์ สมญามหาขัตติยราชชาติราชาไชยสวรรย์ เจ้าขัณฑสีมาพระนครเชียงใหม่ราชธานี มีพระนามเดิมว่า “นายกาวิละ” เป็นบุตรของเจ้าฟ้าชายแก้ว กับแม่เจ้าจันตา หรือ นางจันทาเทวี ประสูติเมื่อ ปีจอ ตรงกับปี พ.ศ.2285 หรือตรงกับสมัยพระเจ้าอยู่หัว บรมโกศแห่งกรุงศรีอยุธยาหากนับชาติภูมิย้อนหลังไปแล้ว พระเจ้ากาวิละฯ ทรงเป็นนัดดาของ นายหนานทิพช้าง หรือเจ้าพระยาสุละวะฤาไชยสงคราม ผู้กอบกู้เมืองนครลำปางให้เป็นอิสระจากเมืองลำพูน นับได้ว่าพระเจ้ากาวิละทรงสืบเชื้อสายมาจากวีรบุรุษผู้กล้าหาญแห่งเมืองนครลำปาง


พระเจ้ากาวิละทรงแกล้วกล้าสามารถในการทำศึกสงคราม โดยได้นำทัพหน้าของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ภายใต้การนำของพระยาจักรีและพระยาสุรสีห์ เดินทัพจากเมืองลำปาง เข้าตีขับไล่พม่าออกจากเมืองเชียงใหม่ และช่วยเหลือเจ้าฟ้าชายแก้วพระบิดา ออกจากที่คุมขังของพม่าได้สำเร็จ เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2317


ต่อมาพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงสถาปนาพระเจ้ากาวิละขึ้นเป็นเจ้าเมืองประเทศราช ครองเมืองเชียงใหม่ มีนามศักดิ์สมญาว่า ” พระบรมราชาธิบดี ศรีสุริยวงศ์ อินทรสุรศักดิ์ สมญามหาขัตติยราชชาติราชาไชยสวรรย์ เจ้าขัณฑสีมา พระนครเชียงใหม่ราชธานี ” เป็นใหญ่ในล้านนา 57 หัวเมือง ทรงครองเมืองเชียงใหม่จนถึงปี พ.ศ. 2358 ก็ทรงถึงแก่พิราลัย เมื่อพระชนมายุได้ 74 พรรษา


พระเจ้ากาวิละทรงเป็นฑูตที่สามารถ ทรงเป็นปราญ์ที่เห็นการณ์ไกล ทรงพอพระทัยในการรบ ทรงเจนจบในการปกครอง ทรงเรืองรองด้วยจริยธรรม และทรงเป็นต้นตระกูลเจ้าเจ็ดตน ซึ่งต่อมาได้รับพระราชทานนามสกุลเป็น ณ เชียงใหม่ ณ ลำพูน และ ณ ลำปาง พระเจ้ากาวิละเป็นปูชนียบุคคลที่สมควรได้รับการยกย่องอย่างยิ่ง พระองค์ได้ประกอบคุณงามความดี และสร้างวีรกรรมอันไม่รู้ลืม เป็นวีรบุรุษแห่งอาณาจักรล้านนา เป็นนักรบที่กล้าหาญ และเป็นขุนศึกที่มีชื่อเสียงในการรบของอาณาจักรล้านนาในสมัยนั้น

ได้รวบรวมเมืองเชียงใหม่เข้าเป็นแผ่นดินเดียวกันกับกรุงธนบุรี – กรุงรัตนโกสินทร์ ชาวเชียงใหม่ล้านนาไทยได้รับอิสรภาพ และความเป็นปึกแผ่น ร่มเย็นเป็นสุขมาถึงทุกวันนี้ เพราะอาศัยพระบารมีของพระเจ้ากาวิละ พระองค์ทรง ” เก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง ” (รวบรวมพลเมือง) รวบรวมหัวเมืองล้านนาเข้าด้วยกัน ทรงทะนุบำรุงส่งเสริมพระพุทธศาสนาในล้านนาให้ รุ่งเรือง ประชาชนร่มเย็นเป็นสุขตราบนั้นมานับได้ 246 ปีล่วงมาแล้ว เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ และน้อมรำลึกถึงวีรกรรมของพระองค์ท่าน มณฑลทหารบกที่33 จึงได้จัดพิธีเทิดพระเกียรติพระเจ้ากาวิละขึ้นในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ของทุกปี

ภาวินันท์ บุตรหล้า รายงาน

ข่าวที่น่าติดตาม