ส่งท้ายปีกุน Biometrics จับรวด 7 คดี

ส่งท้ายปีกุน Biometrics จับรวด 7 คดี

 

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี , พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับ ดูแลชาวต่างชาติ ที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชนทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด

 

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.สตม. ,พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม. ,พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร รอง ผบช.สตม. ,พล.ต.ต.วีรพล เจริญศิริ ผบก.ตม.2 และ พ.ต.อ.ปรีชา
กองแก้ว รอง ผบก.ตม.2 ได้สั่งการให้ ระดมกวาดล้างอาชญากรรม และกวดขันจับกุมคนต่างด้าวที่เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย หรือ ที่มีพฤติกรรมจะเข้ามากระทำความผิดทางอาญา หรือ ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายให้บังเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ต่อมา พล.ต.ต.วีรพล เจริญศิริ ผบก.ตม.2 ได้รับรายงานจาก พ.ต.อ.เพลิน กลิ่นพยอม ผกก.กก.สส.ปป.บก.ตม.2 ว่า ในห้วงระหว่างเดือน ธ.ค.62 กองกำกับการสืบสวนปราบปราม กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 มีผลการจับกุมคดีสำคัญๆ จำนวน 7 ราย กล่าวคือ

รายที่ 1 ถึง รายที่ 4 เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.62 เวลาประมาณ 11.30 น. กองกำกับการสืบสวนปราบปราม
กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 ได้รับการประสานจากสายการบิน EVA Airline พบชายหญิงชาวตุรกี 2 ราย ลักษณะคล้ายคู่รักได้ไปออกบัตรที่นั่งเที่ยวบิน BR067 เพื่อเดินทางไปเที่ยวยังกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยได้แสดงหนังสือเดินทางราชการประเทศตุรกี ที่เคาน์เตอร์ออกบัตรที่นั่งโดยสาร เจ้าหน้าที่กองกำกับการสืบสวนปราบปรามฯ จึงได้รีบรุดเข้าตรวจสอบและได้พบกับผู้โดยสารต้องสงสัยจึงได้ขอตรวจสอบเอกสารการเดินทาง พบว่าหนังสือราชการทั้ง 2 เล่ม ต้องสงสัยว่าจะมีการปลอมแปลง จึงได้นำหนังสือเดินทางของชาวตุรกีทั้งสองไปตรวจสอบกับระบบพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล (BIOMETRICS) พบว่า หนังสือเดินทางราชการประเทศตุรกีมีลักษณะแตกต่างจากของจริง เชิญคนต่างด้าวชาวตุรี ทั้ง 2 คนมาสอบถามเพิ่มเติม ผลการ

ตรวจสอบ พบว่า ชายหญิงชาวตุรกีทั้ง 2 คน ไม่ได้เดินทางมาด้วยกันแต่อย่างใด แต่กลับพบว่า หญิงชาวตุรกีได้เดินทางมากับเพื่อนชาวตุรกี อีก 2 คน เป็นชายและหญิง เจ้าหน้าที่กองกำกับการสืบสวนปราบปรามฯ จึงดำเนินการสืบสวนพร้อมทำการตรวจสอบโดยคาดการณ์ว่า ชายหญิงชาวตุรกี ทั้ง 2 คน ที่เดินทางมาด้วยนั้น อาจจะพยายามเดินทางไปยังประเทศอังกฤษเช่นกัน โดยในเวลาประมาณ 12.30 น. จึงได้ตรวจพบชาวตุรกีทั้ง 2 คน ที่เดินทางมาด้วยบริเวณโถงผู้โดยสารขาออกหน้าประตูทางออกขึ้นเครื่อง C4 โดยทั้งสองได้ใช้หนังสือเดินทางราชการตุรกีแสดงต่อเจ้าสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG916 เพื่อเดินทางไปกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และจาการสืบสวนขยายผลเพิ่มเติม พบว่า ชาวตุรกี ทั้ง 4 คน ซื้อหนังสือเดินทางมาจากนายหน้าชาวตุรกี รับเล่มที่เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี ราคาประมาณ เล่มละ 20,000 บาท เจ้าหน้าที่กองกำกับการสืบสวนปราบปรามฯ จึงจับกุมในฐานความผิด “ปลอมและใช้หรือมีไว้ซึ่งหนังสือเดินทางของปลอม (หนังสือเดินทางประเทศ TURKEY (ปลอม)) ในการเดินทางระหว่างประเทศ” และนำตัวส่ง พงส.สภ.ทสภ. เพื่อดำเนินคดีต่อไป
รายที่ 5 เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.62 เวลาประมาณ 19.10 น. กองกำกับการสืบสวนปราบปราม กองบังคับการ


ตรวจคนเข้าเมือง 2 ได้รับการประสานจากฝ่าย ตม.เข้า ด่าน ทอ.สุวรรณภูมิ กรณีระบบพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล (BIOMETRICS) พบคนต่างด้าวสัญชาติอิหร่านใช้หนังสือเดินทางประเทศฝรั่งเศสปลอมจะเดินทางเข้าในประเทศไทย โดยชายอิหร่านได้เดินทางมาพร้อมกับครอบครัว จากการสอบถามชายชาวอิหร่านยอมรับว่า “ตนเองได้ติดต่อนายหน้าชาวอิหร่านเพื่อจัดหาหนังสือเดินทางประเทศฝรั่งเศสปลอม โดยเสียค่าใช้จ่าย จำนวน 5,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 150,000 บาท และมีวัตถุประสงค์เพื่อเดินทางต่อไปยังประเทศแคนาดา” เจ้าหน้าที่กองกำกับการสืบสวนปราบปรามฯ จึงจับกุมในฐานความผิด “ปลอมและใช้หรือมีไว้ซึ่งหนังสือเดินทางของปลอมฯ (หนังสือเดินทางประเทศฝรั่งเศสปลอม)” และนำตัวส่ง พงส.สภ.ทสภ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนครอบครัวที่เดินทางมาด้วยกันจากลักษณะของพฤติการณ์ผิดวิสัยของชาวต่างชาติที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวทั่วไป จึงได้ปฏิเสธการเข้าในราชอาณาจักรพร้อมส่งกลับยังประเทศต้นทางต่อไป


รายที่ 6 เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.62 เวลาประมาณ 21.20 น. กองกำกับการสืบสวนปราบปราม กองบังคับการ
ตรวจคนเข้าเมือง 2 ได้รับการประสานจากฝ่าย ตม.เข้า ด่าน ทอ.สุวรรณภูมิ กรณีระบบพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล (BIOMETRICS) พบคนต่างด้าวสัญชาติโดมินิกันใช้หนังสือเดินทางประเทศโดมินิกันปลอมจะเดินทางเข้าในประเทศไทย โดยชายต่างด้าวรายดังกล่าวได้อ้างว่าตนเองเดินมาเพื่อท่องเที่ยวในประเทศไทย จนในที่สุดก็ยอมรับว่าตนเองได้ใช้หนังสือเดินทางโดมินิกันปลอมจริง เจ้าหน้าที่กองกำกับการสืบสวนปราบปรามฯ จึงจับกุมในฐานความผิด “ปลอมและใช้หรือมีไว้ซึ่งหนังสือเดินทางของปลอมฯ (หนังสือเดินทางประเทศโดมินิกันปลอม)” และนำตัวส่ง พงส.สภ.ทสภ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


รายที่ 7 เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.62 เวลาประมาณ 10.45 น. กองกำกับการสืบสวนปราบปราม กองบังคับการ
ตรวจคนเข้าเมือง 2 ได้ออกกวดขันเพื่อเป็นการป้องกันปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนังสือเดินทาง จนได้พบกับผู้โดยสารต้องสงสัยบริเวณหน้าโถงผู้โดยสารขาออก ประตูเทียบเครื่องบิน G4 จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตรวจคนเข้าเมือง จึงได้ทำการตรวจสอบเอกสารการเดินทาง ผลการตรวจพบหนังสือเดินทางประเทศมาเลเซียอาจจะเป็นหนังสือเดินทางปลอมเนื่องจากมีลักษณะของระบบนิรภัยที่แตกต่างจากของจริง และจากการตรวจค้นพบหนังสือเดินทางประเทศศรีลังกา และได้ยอมรับว่าหนังสือเดินทางประเทศมาเลเซียเป็นของปลอมส่วนหนังสือเดินทางประเทศศรีลังกาเป็นของจริง

และให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ตนเองได้ซื้อหนังสือเดินทางประเทศมาเลเซียปลอมมาในราคา 1,000 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 30,000 บาท) ” เจ้าหน้าที่กองกำกับการสืบสวนปราบปรามฯ จึงจับกุมในฐานความผิด “ปลอมและใช้หรือมีไว้ซึ่งหนังสือเดินทางของปลอมฯ (หนังสือเดินทางประเทศมาเลเซียปลอม)” และนำตัวส่ง พงส.สภ.ทสภ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปสรุปผลการปฏิบัติในรอบปี พ.ศ.2562 ของ บก.ตม.2 ตลอดระยะเวลาห้วง 1 ปีที่ผ่านมา บก.ตม.2 ได้ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชนทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด ปรากฏผลการปฏิบัติดังนี้


1. ดำเนินการปฏิเสธการเข้ามาในราชอาณาจักรฯ จำนวน 13,992 ราย
2. จับกุมบุคคลตามหมายจับ จำนวน 786 ราย
3. จับกุมตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง รวม 255 ราย ประกอบด้วย
3.1 OVERSTAY จำนวน 60 ราย
3.2 การกระทำความผิดเกี่ยวกับหนังสือเดินทาง จำนวน 82 ราย
3.3 ไม่ผ่านการตรวจ และหลบหนีเข้าเมืองฯ จำนวน 113 ราย
การจับกุมการกระทำความผิดข้างต้น เป็นผลจากความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในสนามบิน โดยเฉพาะ การให้ความรู้แก่หน่วยงานที่เป็นเครือข่ายประชาคมของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งได้กำหนดให้มีการประชุมประชาคมข่าว
เป็นประจำทุกเดือน โดย กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 เป็นเจ้าภาพ และมี หน่วยงานต่างๆ เช่น การท่าอากาศยานหรือ AOT กลุ่มธุรกิจการบิน หรือAOC ศุลกากร ปปส. หน่วยงานตำรวจต่างๆ เช่น ตร.ท่องเที่ยว สันติบาล ตร.ปส. สภ.สุวรรณภูมิ เข้าร่วมประชุม

สตม. ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่าง ๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณอย่างยิ่ง