กาฬสินธุ์ ชาวนาอ่วมน้ำมันแพง รถเกี่ยวข้าว-ค่าขนส่งพาเหรดขึ้นราคา ขายข้าวไม่คุ้มทุน

กลุ่มชาวนา ผู้ปลูกข้าวนาปรัง พื้นที่อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ โอดครวญหนัก หลังเริ่มฤดูกาลเก็บเกี่ยว แต่กับเจอค่าน้ำมันพุ่งสูงเฉียดลิตรละ 50 บาท ส่งผลกระทบค่ารถเกี่ยวข้าวเพิ่มขึ้นจากไร่ลำ 600 บาทเป็นไร่ละ 700 บาท และค่าขนส่งระยะใกล้เที่ยวละ 500 บาท เป็นเที่ยวละ 600 บาท ขณะที่ขายขาวเปลือกได้เพียง กก.ละ 7 บาท วอนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีเร่งแก้ไขปัญหาด่วน
วันที่ 3 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงาน จากการติดตามภาวะค่าน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ โดยอัพเดทราคาน้ำมันชนิดต่างๆในวันนี้ เช่น ดีเซล ลิตรละ 48.28 บาท E85 ลิตรละ 36.23 บาท E20 ลิตรละ 39.49 บาท และแกสโซฮอลล์ ลิตรละ 44.12 บาท ได้ส่งผลกระทบต่อประชาชนทุกสาขาอาชีพ และขยายวงกลางขึ้นเรื่อยๆ

โดยเฉพาะช่วงนี้ที่เป็นระยะเริ่มต้นเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวนาปรัง ในพื้นที่ อ.ยางตลาด ที่ได้พบว่ารถเกี่ยวข้าว และรถขนส่ง มีการปรับขึ้นราคาตามภาวะน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ราคารับซื้อข้าวเปลือกนาปรังตามแหล่งรับซื้อทั่วไปยังอยู่เกณฑ์ต่ำ กก.ละ 7-7.50 บาทเท่านั้น ซึ่งหักลบกลบหนี้แล้วไม่คุ้มทุนเลย
นายบัณฑิต ภูบุตรตะ อายุ อายุ 58 ปี บ้านเลขที่ 391 หมู่ 4 ชาวนาบ้านตูม หมู่ 4 ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า จากภาวะน้ำมันวิกฤติและมีการปรับราคาสูงขึ้นทุกวัน ทำให้ทุกวันนี้ได้ส่งผลกระทบต่ออาชีพชาวนา

รวมถึงผู้ประกอบการรถเกี่ยวข้าว รถขนส่งเป็นอย่างมาก เนื่องจากรถเกี่ยวข้าวและรถขนส่งข้าวไปขายตามลานรับซื้อข้าวเปลือก ได้พาเหรดขึ้นราคาจากภาวะปกติอีก 100 บาท เดิมค่าจ้างรถเกี่ยวข้าวไร่ละ 600 บาท ก็เพิ่มเป็นไร่ละ 700 บาท ขณะที่ราคารถขนส่งระยะใกล้ ไม่เกิน 10 กม.คิดเที่ยวละ 500บาท ก็เพิ่มเป็นเที่ยวละ 600 บาท เป็นต้น ทั้งนี้ เป็นข้อตกลงที่เข้าใจกันระหว่างผู้ประกอบการรถเกี่ยวข้าวและรถขนส่งกับชาวนา ที่จะต้องมีการปรับราคาค่าจ้างตามกลไกราคาน้ำมัน

นายบัณฑิตกล่าวอีกว่า พอน้ำมันขึ้นราคากระทบทุกอย่างไปหมด รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภค ค่าครองชีพ แต่กลับขายข้าวเปลือกได้ในราคาค่อนข้างต่ำเพียง กก.ละ 7-7.50 บาทเท่านั้น ที่เมื่อคำนวณรายจ่ายกับรายรับแล้วไม่คุ้มทุน หรือชาวนาหลายรายขาดทุนเพราะได้ผลผลิตต่ำ เนื่องจากให้ปุ๋ยเคมีบำรุงต้นข้าวไม่เพียงพอ เพราะปุ๋ยเคมีก็มีการปรับขึ้นราคาถึงกระสอบละเกือบ 900-1,200 บาท จึงไม่มีเงินทุนเพียงพอที่จะซื้อปุ๋ยเคมีมาบำรุงต้นข้าวให้สมบูรณ์ และให้ผลผลิตต่อไร่สูง

“จากสถานการณ์น้ำมันแพงที่เกิดขึ้น รวมทั้งค่ารถเกี่ยวข้าว ค่าขนส่ง และปุ๋ยเคมี ยังมีราคาแพงสูง ซึ่งคาดว่ามีแนวโน้มที่จะมีการปรับราคาขึ้นอีก หากรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่เร่งรีบแก้ไขปัญหา จึงอยากเรียกร้องไปถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำมันแพงโดยเร็วไวด้วย เพื่อที่จะให้ทุกอย่างกลับมาสู่ภาวะปกติ โดยน้ำมันให้ควบคุมอยู่ที่ลิตรละประมาณ 35 บาท หรือราคารับซื้อข้าวเปลือกราคา กก.ละ 9 บาท พี่น้องประชาชน และชาวนาก็อยู่ได้แล้ว เพราะหากยังเป็นอยู่อย่างทุกวันนี้ พี่น้องประชาชนทั่วประเทศก็จะเดือดร้อน และอาชีพชาวนาอยู่ไม่รอดแน่” นายบัณฑิตกล่าวในที่สุด
