28/03/2026

ปทุมธานี-สาวร้องถูกชายฉกรรจ์อ้างเป็นตำรวจบุกบ้านรีดทรัพย์วงจรปิดจับภาพ

IMG_9920

ปทุมธานี-สาวร้องถูกชายฉกรรจ์อ้างเป็นตำรวจบุกบ้านรีดทรัพย์วงจรปิดจับภาพ
เมื่อเวลาประมาณ 13.30 น. วันที่ 28 มีนาคม 2569 ที่สถานีตำรวจภูธรธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจฯ สายไหมต้องรอด ได้พา นางสาวยุวดี อนุ อายุ 29 ปี ผู้เสียหาย เข้าแจ้งความกับ พ.ต.อ.จรินทร์ อธิปธานนท์ ผกก.สภ.ธัญบุรี หลังมีกลุ่มชายฉกรรจ์ สวมเครื่องแบบตำรวจ 1 นาย และ นอกเครื่องแบบ 8 คน ขับรถมาจอดหน้าบ้าน และเปิดประตูตะโกนเรียกผู้เสียหาย เพื่อขอเข้าตรวจค้นบ้าน เหตุเกิดที่บ้านพัก ชุมชนตลาดคลอง 13 อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี แต่ผลการตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย กระทั่งกลุ่มผู้ก่อเหตุไปเห็นสมุดบันทึกชื่อผู้ที่เคยมากู้ยืมเงิน จึงพาตัวผู้เสียหายไปโรงพักเมืองปทุมธานี หวังแจ้งข้อหา ปล่อยเงินกู้โดยไม่ได้รับอนุญาต และรีดทรัพย์เป็นเงิน จำนวน 200,000 บาท แต่ !! ถ้าหาเงินมาได้ภายใน 10 นาที ให้จ่าย 1 แสนบาท / ย้ำให้ผู้เสียหายคิดให้ดี ถ้าติดคุก ลูก 2 คน อยู่อย่างไรผู้เสียหายไม่มีเงิน แล้วบอกไปว่าทั้งเนื้อตัวมีทอง 2 บาท / กลุ่มผู้ก่อเหตุรีบถามเก็บทองไว้ที่ไหน จากนั้นจึงกลับไปเอาที่บ้านพักผู้เสียหายผู้เสียหายตัดสินใจเข้าร้องเรียน ศูนย์ดำรงธรรม จ.ปทุมธานี แต่เจ้าหน้าที่ไม่รับแจ้ง โดยให้เหตุผลว่า ถึงร้องที่ศูนย์ดำรงธรรม ก็ต้องส่งเรื่องไป สภ.ธัญบุรี คิดหรือว่าตำรวจจะดำเนินคดีกันเอง ผู้เสียหายจึงเข้าร้องเพจสายไหมต้องรอด ซึ่งหลังรับเรื่องจะพาเดินทางเข้าแจ้งความดังกล่าว
ทางด้าน นางสาวยุวดี อนุ อายุ 29 ปี ผู้เสียหาย เล่าว่า เหตุเกิดเมื่อเช้าของวันที่ 25 มี.ค. ที่ผ่านมา เวลา 07.27 น. ได้มีรถฮอนด้าสีขาว ไม่ทราบแผ่นป้ายทะเบียนมาจอดในที่หน้าบ้าน 1 คัน ไม่เกิน 1 นาที มีรถตู้ รถตู้ตำรวจอะค่ะ ที่ติดป้ายว่าโพลิส เข้ามาจอดแล้วได้ทำการเปิดประตูรั้วเข้าบ้านไปเลย โดยที่ไม่ได้เรียกเราเลย เข้ามาเอง เข้ามาเองก็ได้งัดประตูหน้าบ้านก่อน แต่มันเปิดไม่ออก เปิดไม่ได้ เขาก็ทำการทุบจนไปทุกห้องของลูกสาวนะคะ ให้ลูกสาวเนี่ยเรียกแม่กับพ่อออกมานะคะ แต่ทีเนี้ยเราได้ยินแล้วเราก็ออกมา เราได้ยินแล้ว พอเราเดินออกมา เขาก็บอกว่า มานี่มาฟังหมายเ ขาก็ยืนอ่านหมายให้เราฟังหน้าประตูรั้วบ้านเรานะคะ แต่ว่าเราขอดูเอกสารใบที่เป็นหมาย แต่เขาไม่ให้ดู ไม่ได้ให้มีการเซนต์ใดใดทั้งสิ้น แล้วเขาก็ได้ทำการเข้าไปในบ้านนะคะ เข้าไปตรวจค้นภายในห้องนอนนะคะ พอเข้าไปในห้องนอนเขายึดโทรศัพท์มือถือของเราทั้ง 2 เครื่อง แล้วขอรหัสผ่านเดี๋ยวนั้นเลย โดยบอกว่าต้องการตรวจสอบ โทรศัพท์มือถือของเรานะคะ แล้วก็เข้าค้นทุกห้องเลย ว่ามีสิ่งผิดกฎหมายหรือเปล่า ซึ่งค้นแล้วทุกห้องมี 4 ห้อง แต่ไม่เจอสิ่งผิดกฎหมายใดๆทั้งสิ้น แต่ไม่เจอสมุด 1 เล่ม ที่มีคนมากู้ยืมเงินเรา แล้วเราเขียนไว้เราจดไว้ ประมาณ 13 คน ยอดเงินไปถึง 100,000 บาท เขาก็บอกว่าคุณปล่อยเงินกู้นะคะ ผิดกฎหมายขึ้นรถไปโรงพักเลย เราก็ขึ้นไปกับเขา พอไปถึงโรงพักปึ๊บ เขาก็บอกว่า มึงปล่อยเงินกู้ผิดกฎหมายมึงรู้ไหม ทรัพย์สินที่มึงมีอยู่จะถูกยึด ไม่ว่าจะบ้านหรือรถหรืออะไรทั้งสิ้นที่เป็นชื่อของมึง จะโดนยึดทั้งหมด ถ้ามึงไม่อยากโดนยึดทรัพย์สิน ไม่อยากให้ดำเนินคดีทางกฎหมาย กูเรียก 200,000 หามาให้หน่อย แล้วหนูก็อยู่ที่โรงพักกับเขาสักพักนึงจนคุยกับแฟนว่า เราไม่มีหรอก 200,000 น่ะ เขาก็ไม่มีอยู่แล้วว่า เราไม่มีเงินเขาเอารหัสบัญชีธนาคารเข้าไปเช็คยอดเงิน เรามีเงินไปถึง 200,000 แน่นอน
และทีนี้เขาก็เลยบอกว่า กูให้ 10 นาที หายได้ไหมเอาแค่ 1 แสนบาท หาได้ไหม โทรหาใครก็ได้ ถ้าเอาให้ได้ 1 แสน มึงไม่สงสารลูกมึงบ้างเหรอ ถ้ามึงติดคุกกันไป ลูกมึงจะอยู่กับใคร 2 คน ใครจะเลี้ยงลูกมึงป่านนี้ข้าวปลาก็ยังไม่ได้กิน ปล่อยให้เด็กอยู่ตามลำพัง หนูก็เลยคิดว่า ก็คิดถึงลูกเป็นห่วงลูก เพราะลูกต้องมาตั้งแต่เช้าข้าวปลาลูกก็ยังไม่ได้กิน เพราะปกติเราจะเป็นคนหาให้เขากิน เพราะเขายังเด็ก แล้วพอเราก็ยื่นข้อเสนอไป พี่หนูไม่มีเงินหรอก แต่หนูมีเป็นทอง พี่พาหนูกลับไปบ้านได้ไหม ทองอยู่ที่บ้าน จำนวน 2 เส้น เส้นละ 1 บาท ทั้งหมดเป็นจำนวน 2 บาท เขาก็บอกได้ พอมาถึง ก่อนถึงหน้าปากซอยบ้าน เขาให้โทรหาลูกสาว บอกว่าให้เอาทองมาให้หน่อยหน้าปากซอย ลูกสาวก็เดินเอาทองออกมาให้ แล้วก็ยืนให้กับตำรวจ ที่อยู่บนรถคันนั้น แล้วตำรวจก็ได้ทำการยื่นเงินมาให้หนู 10,000 บาท บอกว่ามาใช้เลี้ยงลูกเพราะพวกหนูไม่มีตังค์เหลือแล้ว แล้วเขาก็ถอยรถออกมาหน้าปากซอย แล้วก็เอาหนูมาทิ้งไว้ตรงป่าเลยปากซอยไปอีก เพื่อให้หนูเดินกลับ
โดยเอาหนูมาทิ้งไม่ไกลมากค่ะ ประมาณ 300 เมตรได้ โดยตอนที่บอกว่าเอามาอยู่ที่โรงพักเนี่ย คือ สภ.เมืองปทุมธานี ที่ด้านหน้าโดยตอนที่ไปค้นบ้านคือที่คลอง 13 ธัญบุรี โดยเขาอ้างว่าเขาเป็นตำรวจที่เมือง แล้วที่เขาบอกว่าเขาค้นบ้านเราเนี่ย เขาบอกว่าเนื่องจากน่าจะมีสิ่งของผิดกฎหมาย แต่เขาก็ไม่ได้บอกนะว่าอะไร แต่พอค้นแล้วมันไม่เจอสิ่งของผิดกฎหมายอะไรทั้งสิ้น หมายค้นก็ไม่ให้เราดู โดยเขาบอกแค่ว่าขอค้นบ้านเฉยๆเลย ที่เจาะจงที่จะค้นบ้าน ส่วนที่เจอสมุดที่จดชื่อคนมายืมเงินไว้นั้น เขาขู่หนูตลอดเวลา ขู่ว่าใครจพดูลูกมึง ใครจะเลี้ยงลูกมึง มึงต้องทำตามกูนะ ลูกมึงไม่มีคนดูนะ เพราะว่าแม่เสียไปแล้วก็ไม่มีใครดูลูกให้เราแล้ว เราก็ต้องเรียงเอง แต่ถ้าสมมุติเราต้องติดคุกเนี่ย ก็ไม่มีใครดูลูกเลยซักทั้งคน ขนาดคุนพ่อโทรมาเขายังไม่ให้รับเลย คือเขายึดไปหมดเลยทุกอย่าง ไม่ให้เอาอะไรติดตัวไปเลย ตอนนั้นคือแฟนเราก็ไปด้วย เดิมตอนแรกคิดว่าไปโรงพักธัญบุรี แต่ว่าเขาไม่ได้พามาที่นี่ เขามาด้วยกัน 9 คน แต่งชุดตํารวจหนึ่งคน นอกเครื่องแบบ 8 คน รถมา 2 คัน คือรถเก๋งสีขาว แล้วก็รถตู้ตำรวจ 1 คัน
ทางด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ หรือ เอก สายไหมต้องรอด กล่าวว่า พอได้รับแจ้งผมเองก็เลยประสานมาที่ ผกก สภ.ธัญบุรี ก็คือจะพาผู้เสียหายมาพบท่านผู้กำกับเพื่อให้ท่านช่วยตรวจสอบว่าใน 9 คนเนี่ยมันเป็นตำรวจจริงไหมหรือถ้าเป็นตำรวจเป็นตำรวจกี่คนนะครับเป็นชาวบ้านกี่คนหรือเป็นตำรวจทั้งหมดเลยคือตอนเนี้ยก็ยังไม่ได้ปักใจเชื่อว่ามันเป็นตำรวจทั้งหมดหรือว่าใช่ตำรวจไหมนะครับเพียงแต่ว่ามันต้องตรวจสอบ เนื่องจากว่าในคลิปวิดีโอเนี่ยเห็นเป็นรถตู้ติดสัญลักษณ์โลโก้ของตำรวจมานะครับแต่ว่าพฤติกรรมเนี่ยมันไม่ได้ให้ตำรวจเนี่ยพฤติกรรมของโจรมากกว่าแล้วก็ผมได้มีโอกาสคุยกับลูกสาวซึ่งอายุ 13 ปีเนี่ยซึ่งแม่เป็นคนโทรบอกว่าให้ให้เอาทองออกมาให้ตำรวจหน่อย และลูกสาวก็ลงมาเป็นเอาทองมานะครับและกลับไปยื่นให้กับชายที่อ้างเป็นตำรวจด้วย เพราะฉะนั้นก็จะมีพยานสำคัญก็คือเป็นลูกสาวอันนี้ก็สำคัญเรื่องลูกสาวเนี่ยอยู่ที่บ้านตอนที่ตัวผู้เสียหายเนี่ยไปอยู่ที่นู่นนะครับแล้วก็กลับมาเพราะฉะนั้นก็เดี๋ยวเชื่อมั่นว่า ทางสภ.ธัญบุรีเนี่ยน่าจะทำความจริงให้ปรากฏได้เพราะว่าผมเคยประสานเคสกับทาง สภ.ธัญบุรีนะครับแล้วก็ทำรวดเร็ว ผมเชื่อว่าเคสเนี้ยก็จะรวดเร็วเช่นเดียวกันนะครับ
ทางด้าน พ.ต.อ.จรินทร์ อธิปธานนท์ ผกก.สภ.ธัญบุรี กล่าวว่า หลังรับเรื่องทางเราก็จะได้ทำการตรวจสอบว่าบุคลดังกล่าว เป็นตำรวจจริงหรือไม่ ถ้าเป็นข้าราชการตำรวจของเราก็จะให้ผู้บังคับบัญชาตรวจสอบ ซึ่งในเบื้องต้นได้รายงานทางผู้บังคับบัญชาไปแล้ว หลังจากที่คุณเอกประสานมา เราก็รายงานตรงไปยัง พลตำรวจตรี พีรพล โชติกเสถียร ผบก ภ.จว.ปทุมธานี แล้วและได้มีคำสั่งให้เรื่องนี้ให้กระจ่าง หากมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวข้องให้รีบแจ้งไปยังท่านจะดำเนินคดีอย่างเต็มที่ เพราะเป็นคำสั่งของท่าน ผบ.ตร. อยู่แล้วในการที่จะอุ่นใจให้กับประชนชน เราจะให้ความเป็นธรรมอย่างเต็มที่ ในส่วนของรถตู้ที่ติดเครื่องหมาย ติดแผ่นป้ายทะเบียนตาโล่ ซึ่งตัวรถมีการทำสัญญาลักษณ์คล้ายรถตำรวจ ซึ่งเราได้ทะเบียนมาแล้วเราก็ให้ฝ่ายทะเบียนตรวจสอบได้อยู่แล้ว ส่วนข้อมูลอื่นๆ เมื่อเราได้มาแล้วก็ให้ผู้บังคับบัญชาตรวจสอบ แปบเดี๋ยวก็น่าจะรู้แล้วครับ
ในส่วนที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าไปขอตรวจค้นบ้านนั้น โดยจากเหตุการณ์ที่ขอค้นบ้านของทางเจ้าพนักงานเราจะแสดงหมายค้นก่อนอยู่แล้ว ซึ่งจะให้ท่านดูรายละเอียดของหมาย และจะอ่านให้ท่านฟัง เมื่ออ่านเสร็จก็จะต้องเซ็นต์รับทราบหมาย แล้วก็ตามด้วยการตรวจค้น ในกรณีที่เจ้าพนักงานตรวจพบสิ่งของผิดกฎหมาย ก็จะทำการบันทึกตรวจยึด แล้วก็ให้เจ้าของบ้านหรือผู้ที่เซ็นต์รับหมายประมาณนี้ครับ
ทางด้าน พลตำรวจตรี พีรพล โชติกเสถียร ผบก ภ.จว.ปทุมธานี ได้กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับทราบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวนั้น ทางผู้เสียหายได้มีการไปร้องที่ เอกสายไหมต้องรอด ซึ่งตนก็ได้รับรายงานว่า ตำรวจชุดที่เข้าไปบ้านผู้เสียหาย เป็นชุดของ นปพ.จังหวัดปทุมธานี ซึ่งได้นำรถตู้ตราโล่ โดยนำหมายค้นเข้าไปตรวจสอบ โดยที่ได้รับตามข่าวนั้นทราบว่ามีตำรวจประมาณ 8-9 คน ส่วนรายละเอียดต่างๆนั้น ตนยังไม่รับทราบว่าเป็นการเข้าไปตรวจค้นเรื่องอะไรและมีเหตุการณ์ตามที่ผู้เสียหายมาร้องทุกข์ ขณะนี้ตนได้สั่งการให้หัวหน้าชุด นปพ.ฯ ทำรายงานเข้ามา พร้อมกับให้ทางผู้เสียหายเข้าแจ้งความ ดำเนินคดี โดยจะให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งหากพบว่าทางตำรวจมีความผิดจริง ก็จะดำเนินการทันทีตนไม่เลี้ยงไว้แน่ เพราะนโยบายของตนนั้นเคยมอบหมายให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาทั้งหมดทั่วทั้งจังหวัดไปแล้ว และตอนนี้ก็ได้มีการตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง เกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นและจะดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบของ ตร. โดยจะให้ตำรวจชุดที่เกี่ยวข้องทั้งหมด มาช่วยราชการ ที่ ภ.จว.ปทุมธานี เพื่อจะไม่ให้ทำงานไปสัมผัสกับประชาชน อีกด้วย ตนได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นให้ทราบเรื่องทั้งหมดแล้ว
ภาพข่าว  สมยศ-ลีลานุช โสภณวิมลรัตน์ /ปทุมธานี 0891223132

ข่าวที่น่าติดตาม