สมุทรสงคราม-ประมงไทยสะเทือนทั้งประเทศ น้ำมันเขียวจ่อพุ่งลิตรละ 35 บาท เสี่ยงเรือครึ่งประเทศจอด อาหารทะเลราคาแพงแน่

สมุทรสงคราม-ประมงไทยสะเทือนทั้งประเทศ น้ำมันเขียวจ่อพุ่งลิตรละ 35 บาท เสี่ยงเรือครึ่งประเทศจอด อาหารทะเลราคาแพงแน่
สถานการณ์ราคาน้ำมันโลกที่ผันผวนจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง กำลังส่งผลกระทบมาถึงภาคประมงไทยแล้วอย่างรุนแรง โดยเฉพาะ “น้ำมันเขียว” เชื้อเพลิงหลักของเรือประมง ซึ่งมีแนวโน้มปรับขึ้นราคาอีกลิตรละ 10 บาทภายในสัปดาห์นี้ จากเดิมลิตรละ 25 บาท เป็น 35 บาท สร้างความตกตะลึงให้กับชาวประมงทั่วประเทศ และอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมประมงไทย
นายมงคล สุขเจริญคณา ประธานสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย และนายกสมาคมประมงจังหวัดสมุทรสงคราม เปิดเผยว่า ข่าวการขึ้นราคาน้ำมันครั้งนี้ทำให้ผู้ประกอบการเรือประมงช็อกทั้งประเทศ เพราะต้องเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนอย่างหนัก เดิมทีภาคประมงยังต้องเผชิญกับแนวโน้มการลดปริมาณจัดสรรน้ำมันลงครึ่งหนึ่ง จากเดิมประมาณ 40-50 ล้านลิตรต่อเดือน เหลือเพียง 20-25 ล้านลิตรต่อเดือน แม้ล่าสุดจะมีการทบทวนชะลอมาตรการดังกล่าว แต่การปรับขึ้นราคาน้ำมันก็ยังเป็นปัญหาใหญ่ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
สำหรับเรือประมงพาณิชย์หนึ่งลำ ต้องใช้น้ำมันดีเซลเฉลี่ยวันละ 700-1,000 ลิตร หากราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นลิตรละ 10 บาท เท่ากับต้นทุนต่อเที่ยวเรือเพิ่มขึ้นทันทีหลายหมื่นบาท โดยเฉพาะเรือที่ต้องออกทำการประมงหลายวันติดต่อกัน ซึ่งต้องใช้น้ำมันในปริมาณมหาศาล
ปัจจุบันประเทศไทยมีเรือประมงพาณิชย์ที่ได้รับอนุญาตประมาณ 9,000 ลำ แต่หากราคาน้ำมันปรับขึ้นตามที่คาดการณ์ ผู้ประกอบการจำนวนมากอาจจำเป็นต้องชะลอการออกเรือ เพราะไม่สามารถแบกรับต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้นได้ สมาคมประมงประเมินว่า อาจมีเรือประมงต้องจอดมากถึง 4,000-5,000 ลำ หรือเกือบครึ่งหนึ่งของทั้งประเทศ ซึ่งจะทำให้ปริมาณสัตว์น้ำที่นำขึ้นฝั่งลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และมี แนวโน้มผลักดันราคาอาหารทะเลในตลาดให้สูงขึ้นตามไปด้วย และไม่เพียงแต่เรือประมงขนาดใหญ่เท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ ชาวประมงพื้นบ้านก็เผชิญปัญหาเช่นกัน หลังสถานีบริการน้ำมันหลายแห่งงดจำหน่ายน้ำมันใส่ถังหรือแกลลอน ทำให้เรือขนาดเล็กไม่สามารถซื้อน้ำมันไปใช้ได้ตามปกติ
ผลกระทบจึงลุกลามไปตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมตั้งแต่แพปลา ผู้รวบรวมสัตว์น้ำ ผู้ค้าปลีกอาหารทะเล โรงงานแปรรูป ไปจนถึงภาคการขนส่ง และสุดท้ายผู้บริโภคอาจต้องซื้ออาหารทะเลในราคาที่แพงขึ้น ขณะเดียวกัน ยังมีความกังวลว่าอาจเกิดการลักลอบนำเข้าสัตว์น้ำจากต่างประเทศที่ไม่ได้มาตรฐาน มาสวมสิทธิ์จำหน่ายในตลาดไทย จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น สมาคมการประมงแห่งประเทศไทย เตรียมเข้าพบนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะเป็นผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ในวันที่ 18 มีนาคม 2569 เวลา 14.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อสะท้อนความเดือดร้อนของชาวประมงทั่วประเทศ
ข้อเสนอสำคัญคือ ขอให้รัฐบาลตรึงราคาน้ำมันเขียวไม่เกินลิตรละ 30 บาท โดยระบุว่าระดับราคาที่ทำให้ชาวประมงสามารถอยู่รอดได้จริงควรอยู่ที่ไม่เกินลิตรละ 25 บาท เพื่อป้องกันไม่ให้ภาคการผลิตอาหารของประเทศได้รับผลกระทบรุนแรง ภาคประมงจึงเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งหารือกับหน่วยงานด้านพลังงาน หาแนวทางช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ก่อนที่วิกฤตต้นทุนพลังงานจะทำให้เรือประมงจำนวนมากต้องจอดนิ่ง และกระทบความมั่นคงทางอาหารของประเทศในระยะยาว
000000000000000000000000000000000000
