03/03/2026

เคล็ดลับการดูแลกระดูกและข้ออย่างยั่งยืน : วิตามินที่ช่วยดูแลระบบกระดูกและข้อ เส้นประสาท

2

เคล็ดลับการดูแลกระดูกและข้ออย่างยั่งยืน : วิตามินที่ช่วยดูแลระบบกระดูกและข้อ เส้นประสาท

 


นพ.สุนทร ศรีสุวรรณ์ นายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์ โรงพยาบาลศูนย์หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา กล่าวถึง
ในปัจจุบัน ปัญหาอาการปวดข้อและกระดูกไม่ได้จำกัดอยู่เพียงกลุ่มผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ยังพบมากในวัยทำงานที่ขาดการดูแลโครงสร้างร่างกายอย่างถูกวิธี บ่อยครั้งที่การรักษาจบลงด้วยการพึ่งพายาแก้ปวดกลุ่มสเตียรอยด์หรือยาต้านการอักเสบ (NSAIDs) ติดต่อกันเป็นเวลานาน ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อระบบทางเดินอาหารและไต


หัวใจสำคัญของการรักษาที่ยั่งยืนคือการ “เสริมสร้างโครงสร้างจากภายใน” ผ่านสารอาหารและพฤติกรรมบำบัด ที่สามารถดูแลได้ด้วยตนเอง
1. แคลเซียม (Calcium): พื้นฐานหลักของโครงสร้างกระดูก
แคลเซียมเป็นแร่ธาตุที่มีปริมาณมากที่สุดในร่างกาย และเป็นองค์ประกอบสำคัญกว่า 99% ของมวลกระดูก อย่างไรก็ตาม ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์แคลเซียมเองได้ จึงจำเป็นต้องได้รับจากการรับประทานอาหารในปริมาณที่เพียงพอในแต่ละวัน กลไกการทำงาน: เมื่อร่างกายได้รับแคลเซียมเพียงพอ แคลเซียมจะถูกนำไปสะสมเพื่อเพิ่มความหนาแน่นมวลกระดูก (Bone Mass Density) ป้องกันภาวะกระดูกบางและกระดูกพรุน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของกระดูกหักในผู้สูงอายุ หลักฐานทางการแพทย์: การศึกษาที่รวบรวมข้อมูลจากหลายงานวิจัย (Meta-analysis) ยืนยันว่าการได้รับแคลเซียมในปริมาณที่เหมาะสม ช่วยลดอัตราการสูญเสียมวลกระดูกและลดความเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกสะโพกหักได้อย่างมีนัยสำคัญ

2. วิตามินดี (Vitamin D): กุญแจสำคัญในการดูดซึมแร่ธาตุ
เปรียบเสมือน “ผู้นำพา” แคลเซียมเข้าสู่ร่างกาย หากปราศจากวิตามินดี ร่างกายจะดูดซึมแคลเซียมจากทางเดินอาหารได้เพียง 10-15% เท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอต่อการสร้างกระดูก กลไกการทำงาน: วิตามินดี 3 (Cholecalciferol) มีบทบาทสำคัญในการควบคุมสมดุลของแคลเซียมและฟอสฟอรัสในกระแสเลือด นอกจากนี้ยังมีผลต่อความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ช่วยในการทรงตัวและลดความเสี่ยงจากการหกล้ม
3. วิตามินบีรวม (Vitamin B Complex): กลไกฟื้นฟูระบบประสาท
สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการปวดร้าวลงขาหรือมีอาการชาจากการกดทับเส้นประสาท วิตามิน บี 1, บี 6 และ บี 12 มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการซ่อมแซมปลอกประสาทที่เสียหาย (Nerve Sheath) หลักฐานทางการแพทย์: ผลการศึกษาในวารสาร Clinical Rheumatology ยืนยันว่าการเสริมวิตามินบีรวมร่วมกับยาลดอักเสบ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการลดปวดได้ดีกว่าการใช้ยาเพียงอย่างเดียว และช่วยลดระยะเวลาการใช้ยาแก้ปวดที่ส่งผลกระทบต่อกระเพาะอาหารได้อย่างมีนัยสำคัญ
4. วิตามินซี (Vitamin C): ตัวกลางสำคัญในการสร้างคอลลาเจนและเส้นเอ็น วิตามินซีไม่ได้มีประโยชน์เพียงแค่เสริมสร้างภูมิต้านทาน แต่ในทางศัลยกรรมกระดูก วิตามินซีคือ “Co-factor” หรือสารตั้งต้นที่ร่างกายขาดไม่ได้ในการสังเคราะห์คอลลาเจน ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของเส้นเอ็นและกระดูกอ่อน หลักฐานทางการแพทย์: งานวิจัยจาก Orthopaedic Journal of Sports Medicine ระบุว่าวิตามินซีช่วยเร่งการสมานตัวของเนื้อเยื่อและกระดูกหลังการบาดเจ็บ รวมถึงมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดการอักเสบเรื้อรังภายในข้อต่อ
5. วิตามินเค 2 (Vitamin K2): กลไกการนำแคลเซียมเข้าสู่กระดูก
หากแคลเซียมเปรียบเสมือน “อิฐ” ที่ใช้สร้างบ้าน วิตามินเค 2 ก็เปรียบเสมือน “ปูน” ที่ทำหน้าที่ยึดเกาะ วิตามินชนิดนี้ช่วยกระตุ้นโปรตีน Osteocalcin เพื่อดึงแคลเซียมจากกระแสเลือดเข้าสู่มวลกระดูกโดยตรง ลดความเสี่ยงของการเกิดหินปูนเกาะผนังหลอดเลือด หลักฐานทางการแพทย์: วารสาร Osteoporosis International เผยแพร่ข้อมูลว่าผู้ที่มีระดับวิตามินเคต่ำ มีความเสี่ยงต่อภาวะข้อเข่าเสื่อมและกระดูกหักสูงกว่าปกติ การได้รับวิตามินเคอย่างเพียงพอจึงเป็นเกราะป้องกันโรคกระดูกพรุนในระยะยาว
6. กายภาพบำบัด (Physical Therapy): การเสริมสร้างความมั่นคงของข้อต่อการเสริมสารอาหารคือการเตรียม “เสบียง” แต่การกายภาพบำบัดคือการ “ฝึกทหาร” หรือกล้ามเนื้อรอบข้อต่อให้แข็งแรง เพื่อทำหน้าที่แบ่งเบาภาระการรับน้ำหนักของกระดูก หลักฐานทางการแพทย์: ข้อมูลจาก Cochrane Database of Systematic Reviews ยืนยันว่าการออกกำลังกายบำบัด (Therapeutic Exercise) มีประสิทธิภาพในการเพิ่มพิสัยการเคลื่อนไหวและลดความเจ็บปวดในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมได้เทียบเท่ากับการใช้ยาแก้ปวด โดยไม่มีผลข้างเคียงต่อระบบภายในร่างกาย
บทสรุปจากมุมมองของแพทย์
การดูแลสุขภาพกระดูกและข้อที่ดีที่สุด คือการ “ป้องกันและฟื้นฟู” มากกว่าการรอให้เกิดอาการปวดแล้วรักษาด้วยยาเพียงอย่างเดียว การรับประทานอาหารที่ครบถ้วน (เช่น ผักใบเขียว ผลไม้รสเปรี้ยว และโปรตีนคุณภาพสูง) ควบคู่ไปกับการบริหารร่างกายอย่างสม่ำเสมอ คือหนทางสู่ชีวิตที่ “แก่แต่เก๋า” แข็งแรง และพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน
สามารคศึกษาความรู้เพิ่มเติมได้ใน https://www.thedoctorbone.com

นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา