‘แพร่ –ชนกนันท์’ รุกคืบดึง ‘อนุทิน’ ขยายรันเวย์แพร่ รับ Boeing-Airbus บูสต์ท่องเที่ยว ‘เมืองศิลปะ

‘แพร่ –ชนกนันท์’ รุกคืบดึง ‘อนุทิน’ ขยายรันเวย์แพร่ รับ Boeing-Airbus บูสต์ท่องเที่ยว ‘เมืองศิลปะ
“ส.ส.เบน ชนกนันท์” สบช่อง “อนุทิน” เยือนเมืองแพร่ ชงโปรเจกต์ขยายสนามบินเป็นวาระด่วน เปิดทางรับเครื่องบินลำใหญ่ ฟื้นเศรษฐกิจเมืองรอง หลัง “มท.1” สั่งการ “แม่เลี้ยงติ๊ก-2 ส.ส.แพร่” ประสานคมนาคมเร่งรัดงบเวนคืน-อัพเกรดอาคารผู้โดยสาร
เมื่อวันที่ 1 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานถึงภารกิจของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในโอกาสเดินทางเป็นประธานเปิดงาน “ประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮ เมืองแพร่แห่ตุงหลวง ประจำปี 2569” ณ วัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง จ.แพร่ เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมี นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ พร้อมด้วย นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู, น.ส.ชนกนันท์ ศุภศิริ (ส.ส.เบน) และ นายชนาธิป ศุภศิริ (ส.ส.ธิป) ส.ส.แพร่ เขต 1 และเขต 2 ให้การต้อนรับ
น.ส.ชนกนันท์ หรือ “ส.ส.เบน” เปิดเผยถึงการหารือร่วมกับนายกรัฐมนตรีว่า นายอนุทินแสดงความประทับใจในบรรยากาศและความอบอุ่นของจังหวัดทางภาคเหนือ พร้อมทั้งสอบถามถึงปัญหาการคมนาคมทางอากาศของจังหวัดแพร่ ซึ่งปัจจุบันไม่มีเที่ยวบินพาณิชย์ลงจอดมาเป็นเวลานาน ส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงของนักท่องเที่ยว โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ “แม่เลี้ยงติ๊ก” และ ส.ส.แพร่ทั้ง 2 คน เร่งประสานงานผ่านกระทรวงคมนาคม เพื่อสานต่อโครงการพัฒนาท่าอากาศยานแพร่ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว
”เบื้องต้นได้กราบเรียนท่านนายกฯ ว่าขอให้การขยายสนามบินแพร่เป็นลำดับความสำคัญแรกๆ ในช่วงเปิดสมัยประชุมสภาฯ นี้ เพราะเป็นความต้องการของคนแพร่ในการฟื้นฟูการท่องเที่ยว ซึ่งท่านนายกฯ รับปากและเห็นด้วยว่าเป็นเรื่องที่ดีอย่างยิ่งที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมืองรอง” น.ส.ชนกนันท์ กล่าว
สำหรับความคืบหน้า โครงการขยายขีดความสามารถท่าอากาศยานแพร่ มีรายละเอียดสำคัญดังนี้:
การขยายทางวิ่ง (Runway): จากเดิม 1,500 เมตร เพิ่มเป็น 2,100 เมตร เพื่อให้รองรับเครื่องบินขนาดใหญ่ อาทิ Boeing 737 หรือ Airbus A320 ได้ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการขอรับงบประมาณเพื่อเวนคืนที่ดิน
อาคารผู้โดยสารหลังใหม่: อยู่ระหว่างการออกแบบเพื่อเพิ่มศักยภาพการรองรับผู้โดยสารจาก 150 คนต่อชั่วโมง เป็น 300 คนต่อชั่วโมง
ส.ส.แพร่ เขต 1 กล่าวทิ้งท้ายว่า หากโครงการดังกล่าวเสร็จสมบูรณ์ จะเป็นการต่อยอดความสำเร็จหลังจากที่จังหวัดแพร่ได้รับการประกาศเป็น “เมืองแห่งศิลปะ” (Art City) ประจำปี 2568 ซึ่งจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้เข้าสู่จังหวัดอย่างมหาศาล
