28/02/2026

สมุทรสงคราม- แกนนำมะพร้าวน้ำหอม เตรียมเข้าพบ รมต.เกษตรฯ คนใหม่ ดันแก้โครงสร้างราคาบิดเบี้ยว

IMG_4583

สมุทรสงคราม- แกนนำมะพร้าวน้ำหอม เตรียมเข้าพบ รมต.เกษตรฯ คนใหม่ ดันแก้โครงสร้างราคาบิดเบี้ยว
เสียงสะท้อนจากสวนมะพร้าวเมืองแม่กลองดังขึ้นอีกครั้ง เมื่อแกนนำเกษตรกร ประกาศเตรียมเข้าพบ รมต.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์คนใหม่ ทันทีหลังรัฐบาลจัดตั้งแล้วเสร็จ ชี้ปัญหาเรื้อรังที่ทำให้ “เส้นทางมะพร้าวน้ำหอมไทยปลายทางรุ่งเรือง แต่ต้นทางกลับร่วงโรย” เพราะโครงสร้างราคาบิดเบี้ยว กดชาวสวนเหลือลูกละ 2 บาท
นายชัยยันต์ เจียมศิริ ประธานเครือข่ายสภาเกษตรกรปรับปรุงคุณภาพไม้ผลจังหวัดสมุทรสงคราม เปิดเผยว่า ช่วงรอยต่อปี 2568-2569 คือห้วงเวลาหนักหนาที่สุดของชาวสวนมะพร้าวน้ำหอม ราคาหน้าสวนดิ่งเหลือเพียงลูกละ 2-3 บาท ทั้งที่ตลาดปลายทางและคำสั่งซื้อส่งออกยังเดินหน้าต่อเนื่อง สะท้อนว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่อุปสงค์หดตัว หากแต่อยู่ที่ “กลไกราคา” ที่ไม่เป็นธรรม
ราคามะพร้าวเริ่มปรับลดลงตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2568 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2569 โดยเฉพาะเดือนมกราคมซึ่งผลผลิตออกสู่ตลาดมากที่สุด ประกอบกับอากาศหนาวทำให้การบริโภคลดลงตามฤดูกาล ยิ่งซ้ำเติมให้ราคาถูกกดต่ำ อย่างไรก็ตาม หลังเทศกาลตรุษจีนเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นและผลผลิตทยอยลดลง คาดว่าราคาจะเริ่มฟื้นช่วงมีนาคม-พฤษภาคม อาจขยับขึ้นไปที่ 10-15 บาทต่อลูก
แต่สำหรับชาวสวน ระดับ “อยู่ได้” ต้องไม่ต่ำกว่า 10 บาทต่อลูก และแม้ในช่วงผลผลิตล้นตลาดก็ไม่ควรต่ำกว่า 5 บาท เพราะต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่ 4-5 บาทต่อลูก โดยเฉพาะค่าแรงที่ลดไม่ได้ การขายที่ 2-3 บาทจึงเท่ากับขาดทุนทันที หลายสวนต้องกู้เงินหมุนเวียน แบกภาระหนี้สะสม
ภาพซ้ำที่เกษตรกรไทยเผชิญคือ “ปลูกได้ แต่ขายไม่ได้ราคา” การค้าภายในประเทศยังพึ่งพาพ่อค้าคนกลางหรือล้งเป็นหลัก ทำให้ผู้ผลิตขาดอำนาจต่อรองเมื่อผลผลิตออกพร้อมกันหลายพื้นที่จะเกิดภาวะล้นตลาดระยะสั้น ราคาหน้าสวนจึงถูกกดลงง่าย ขณะที่ข้อมูลราคาขาดความโปร่งใส ชาวสวนเข้าถึงข้อมูลตลาดที่แท้จริงได้ไม่เท่าเทียม
บทเรียนจากวิกฤตครั้งนี้ชี้ว่า เมื่ออำนาจต่อรองกระจุกในมือผู้ซื้อไม่กี่ราย ราคาจึงถูกกำหนดจากปลายทาง ต้นทางที่รับความเสี่ยงทั้งต้นทุน สภาพอากาศ และความผันผวน กลับไม่มีส่วนร่วมกำหนดทิศทางราคา แม้ปลายทางเติบโตและส่งออกคึกคัก แต่รายได้ไม่ไหลกลับอย่างเป็นธรรม
นอกจากปัญหาราคา ชาวสวนยังเรียกร้องรัฐตรวจสอบธุรกิจที่อาจขาดความโปร่งใส ทั้งการสวมนอมินี การรวมศูนย์ผ่านเครือข่ายนายหน้า และพฤติกรรมกดราคารับซื้อ พร้อมผลักดันมาตรการยกระดับคุณภาพ เพื่อรักษาภาพลักษณ์มะพร้าวน้ำหอมไทยในตลาดโลก ไม่ให้ปัญหามาตรฐานบั่นทอนความเชื่อมั่นระยะยาว
ข้อเสนอสำคัญที่จะยื่นต่อรัฐมนตรีเกษตรฯ คือการแก้ระเบียบและกฎหมาย เพื่อบรรจุมะพร้าวน้ำหอมเป็น “พืชเศรษฐกิจ” ปัจจุบันยังไม่ได้รับสถานะดังกล่าว ทำให้รัฐไม่สามารถใช้มาตรการประกันราคาและชดเชยได้เช่นเดียวกับพืชหลักอย่าง ข้าว, มันสำปะหลัง และ ปาล์มน้ำมัน
“คนที่แบกรับต้นทุนทั้งหมดคือชาวสวน ตั้งแต่ลงแรงวันแรกถึงวันเก็บเกี่ยว หากระบบยังไม่เป็นธรรม ต่อให้ปลายทางรุ่งเรืองเพียงใด ต้นทางก็จะร่วงโรยซ้ำแล้วซ้ำเล่า” นายชัยยันต์ย้ำ พร้อมเตือนว่า หากไม่มีการแก้ไขอย่างจริงจัง อาชีพสวนมะพร้าวอาจไม่สามารถดึงคนรุ่นใหม่มาสานต่อได้ และวิกฤตราคาลูกละ 2 บาท อาจไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่เกษตรกรต้องเผชิญ
000000000000000000000000000000000

ข่าวที่น่าติดตาม