สงขลา-เดอะโฮปสงขลาไม่ทนโร่พบผู้กำกับการ 9 ตำรวจตระเวนชายแดน หลังพบคดี ด.ต.ทารุณกรรมสุนัขไม่คืบ อีกทั้งแนวโน้มส่อสุนัขถูกทำร้ายทารุณกรรมเพิ่ม ลั่นตอนนี้พยานแสดงตัวแล้วคดีไม่คืบอีก “กฎหมายมีไว้ทำไมล่ะคะ”

สงขลา-เดอะโฮปสงขลาไม่ทนโร่พบผู้กำกับการ 9 ตำรวจตระเวนชายแดน หลังพบคดี ด.ต.ทารุณกรรมสุนัขไม่คืบ อีกทั้งแนวโน้มส่อสุนัขถูกทำร้ายทารุณกรรมเพิ่ม ลั่นตอนนี้พยานแสดงตัวแล้วคดีไม่คืบอีก “กฎหมายมีไว้ทำไมล่ะคะ”

ที่ ค่ายท่านมุก กองกำกับการ 9 กองบังคับการฝึกพิเศษ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน นางสมคิด บุหงาชาติ ประธานองค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์เดอะโฮปสงขลา ( The hope Songkhla ) ได้เข้าพบ พันตำรวจเอก เชษฐ์วิทย์ นีระฮิง ผู้กำกับการ 9 กองบังคับการฝึกพิเศษ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน เพื่อยื่นหนังสือขอให้สอบสวน กรณีที่มีการร้องเรียนว่า ตำรวจยศ ‘ด.ต.’ ก่อเหตุทารุณกรรมสุนัขที่มีเจ้าของและสุนัขจรจัด ประมาณ 20-30 ตัว โดยมีการแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่รับผิดชอบไปแล้ว แต่ในด้านของคดียังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร

นางสมคิดฯบอกว่า ก่อนหน้านี้มีประชาชนร้องเรียนไปยังกลุ่มเดอะโฮปสงขลาว่า ในพื้นที่ค่ายท่านมุก มีการวางยาและยิงสุนัขตายระหว่างเดือนมิถุนายน 2568 – ตุลาคม 2568 ประมาณ 20-30 ตัว ผู้ก่อเหตุเป็นตำรวจ ยศ ด.ต. ซึ่งมีบ้านพักอยู่ในค่ายท่านมุก และเลี้ยงไก่อยู่บริเวณบ้านพัก เกิดความโมโหที่ไก่ของตัวเองถูกสุนัขกัดตาย จึงก่อเหตุดังกล่าว ทั้งนี้สุนัขที่ถูกวางยาหรือถูกทำร้ายส่วนหนึ่งเป็นสุนัขจรจัด และส่วนหนึ่งก็เป็นสุนัขที่มีเจ้าของ

ซึ่งทราบข้อมูลจากแหล่งข่าวบอกว่า เคยได้ยิน ด.ต.คนดังกล่าวพูด “ถ้าสุนัขกัดไก่ ก็ต้องมีการตายเกิดขึ้น” หลังจากนั้นก็พบว่า มีสุนัขถูกวางยาและยิงตาย เริ่มตั้งแต่เดือน พ.ค. ถึงปัจจุบัน รวมแล้วกว่า 20-30 ตัว จึงถือว่าเป็นการทารุณกรรม มีความผิดตาม มาตรา 20 พ.ร.บ.ทารุณกรรมสัตว์ฯ และมีความผิดตามประมวลอาญา มาตรา 157
ก่อนหน้านั้นเราเคยเข้ามาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 23 ตุลาคมโดยพบกับผู้กำกับคนก่อน ได้ยื่นเอกสารขอให้ท่านชี้แจงปัญหาการวางยาเบื่อและยิงสุนัขในค่าย ซึ่งได้รับการชี้แจงว่าอยู่ในระหว่างการหาข้อเท็จจริงเพื่อจะแจ้งให้ทางเดอะโฮปทราบ จนวันที่ 27 มกราคม ได้มีเหตุยิงสุนัขอีกตัวนึง

โดยก่อนหน้านั้นเราไม่ได้รับแจ้งว่าความคืบหน้าในการสอบสวนเป็นอย่างไรในวันนี้เราจึงมาเพื่อนำหนังสือให้ทางผู้กำกับคนใหม่ ให้ท่านได้ชี้แจงว่า ต่อไปนี้เราจะดำเนินการอย่างไรในการแก้ปัญหาสุนัขถูกวางยาหรือยิงในค่ายฯ
สำหรับการแจ้งความในครั้งนี้กับสุนัขซึ่งโดนยิงชื่อ “ข้าวเหนียว” ไม่สามารถระบุคนกระทำได้แต่เหตุการณ์ครั้งที่ผ่านมาประมาณเดือนตุลาคมมีการยิงสุนัขตัวนึง ซึ่งพยานมีความพร้อมแล้วโดยจะมีการแจ้งความเพิ่มเติมและเพิ่มกับเคสล่าสุด ซึ่งเป็นต่างกรรมต่างวาระ โดยทางเดอะโฮปสงขลาจะช่วยเหลือในการแจ้งความ
จริงๆแล้วมันควรที่จะเป็นกรณีเร่งด่วนกับกรณีที่ผ่านมา พอมีความล่าช้าเลยมีผลกระทบต่ออย่างเช่นน้องข้าวเหนียวทำให้เกิดอันตราย เจ้าของต้องเสียเงินในการรักษา ซึ่งเราได้ชี้แจงท่านผู้กำกับให้กับผู้ที่เลี้ยงไก่ในบริเวณนี้ ไม่ให้ไก่ออกมานอกพื้นที่

สำหรับคดีคิดว่าน่าจะมีความคืบหน้าเพราะพยานกล้าแสดงตัวแล้ว โดยก่อนหน้านี้พยานไม่กล้าแสดงตัวเพราะเห็นว่าเป็นหน่วยงานเดียวกัน แต่ ณ วันนี้สุนัขตายและมีจำนวนเยอะมากกว่า 30 ตัว ก็เกิดรวมกันเป็นปึกแผ่นได้แล้ว ที่จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะฉะนั้นการย้ายไม่ใช่การแก้ปัญหา การแก้ปัญหาคือเราต้องเอาคนที่กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้ ไม่งั้นจะมีกฎหมายไว้เพื่ออะไร เรามีกฎหมายพระราชบัญญัติป้องกันการทำทารุณกรรม โทษจำคุก 2 ปีปรับ 4 หมื่น ต่างกรรมต่างวาระ หากยังไม่มีความคืบหน้าเราต้องคิดว่ากฎหมายมีไว้ทำไมล่ะคะ ประธานองค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์เดอะโฮปสงขลา ( The hope Songkhla ) บอกทิ้งท้าย
ทั้งนี้ เดอะโฮปสงขลา ได้แนะนำการแก้ไขปัญหาต้นเหตุของสุนัขจรจัดในพื้นที่ค่ายท่านมุก ที่มีเนื้อที่กว่า 2,000 ไร่ โดยให้จัดโครงการทำหมัน และปล่อยให้มีสุนัขชุมชน เพื่อเป็นกันชนไม่ให้สุนัขจากที่อื่นเข้าไปอยู่อาศัย

นายณุภัทรณีย์ พิทักษ์วง์อรุณ อายุ 33 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของสุนัขที่ถูกวางยาจนตาย บอกว่าลักษณะการวางยาคือมีการเอาข้าวใส่ถุงคลุกกับไก่ย่างเป็นก้อนๆซึ่งลักษณะแบบนี้จะเป็นทุกเคสที่มีน้องหมาตาย คือจะเห็นแบบนี้ตลอด ซึ่งในวันที่หมาตัวเองตายประมาณ 05.00 น.ก็เห็นคนก่อเหตุเดินมาและลักษณะถุงข้าวก็เป็นแบบเดิม มีน้องหมาที่ตัวเองเลี้ยงไว้ไปกิน ก็คิดว่าน้องออกไปเดินปกติ จนกระทั่งประมาณ 7 โมงก็เรียกน้องเข้าบ้านซึ่ง ทุกๆตัวเข้าบ้านหมด แต่มีเจ้ากาแฟไม่เข้ามา พอเดินเข้าไปดูก็พบว่าถูกวางยาคือลักษณะเหมือนกับหมาจรตัวอื่นๆที่เคยโดน

ส่วนหมาอีกตัวที่เคยเลี้ยงไว้ก็ตายซึ่งลักษณะมีคราบเขียวๆที่ปากและก้น จึงเชื่อว่าไม่ได้ตายธรรมดาแต่ตายเพราะถูกวางยา ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา แต่ตอนนั้นไม่ได้มีการแจ้งความเพียงแค่ร้องเรียนไปทางหน่วยเหนือของกำลังพลนี้ และทราบว่ามีการจัดคณะกรรมการสอบกันภายใน แต่ถึงวันนี้ยังไม่มีความคืบหน้าในรายรายละเอียด แต่ได้ยินแว่วๆว่าอาจไม่ถูกใจผู้ร้อง “ตอนนี้สื่อในสังคมที่เห็นจะด่าหมา ว่าถ้าหมาไม่มีพฤติกรรมก้าวร้าว ก็คงไม่เกิดเหตุการณ์วางยา แต่อยากให้ทุกคนหันมามองว่า หมาที่โดนวางยาตายเป็นหมาที่มีเจ้าของ ซึ่งเคยมีเคสนึงมีหมาซึ่งเป็นของแม่บ้านตำรวจไปกัดไก่เค้า ก็มีการจ่ายค่าเสียหาย แต่กรณีนี้ไม่มีการพูดถึง

แต่พอหมาเราไปกัดไก่เค้าพอลงข่าวคนก็มาด่า เรารู้สึกว่าไม่เป็นธรรม ซึ่งไก่เค้าเลี้ยงแบบปล่อยปละละเลย เลี้ยงแบบปล่อย ส่วนหมาเราล่ามไว้หรืออยู่ในกรง พอไก่วิ่งมาหมาก็ไปหยอก และเราก็ได้พูดแล้วว่าหากเป็นหมาเราหรือหมามีเจ้าของให้มาแจ้งเรายินดีชดใช้ค่าเสียหาย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือเขาไม่มาแจ้งกลับวางยาหรือแอบยิง ทั้งที่หมาเราไม่ได้ไปกัดไก่เขาเลย รู้สึกเสียใจนะเราเลี้ยงหมาก็รักหมาเรา เขาเลี้ยงไก่ก็เข้าใจว่าเขารักไก่เขา แต่หมาเราไม่มีพฤติกรรมแบบนั้น และบอกเขาแล้วว่าหากเป็นหมาเราก็จะรับผิดชอบ แต่นี่เขากลับวางยาเบื่อแบบสุ่ม วางไปทั่ว นับได้กว่า 20 ตัว บางตัวเราขุดหลุมฝังเองด้วยซ้ำสามารถไปชี้จุดได้เลยว่าฝังตรงไหนบ้าง และแม้ว่าอาจจะไม่เห็นตอนเขาวางยาแต่เมื่อมีหมาตาย ใครๆก็พูดชื่อได้เลยว่าคนนี้เป็นคนทำ นายณุภัทรณีย์ฯบอก

ด้านพันตำรวจเอก เชษฐ์วิทย์ นีระฮิง ผู้กำกับการ 9 กองบังคับการฝึกพิเศษ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน เปิดเผยว่าตนเองในฐานะผู้บังคับบัญชาไม่ได้ปกป้องลูกน้องหรือกำลังพลที่ก่อเหตุ เบื้องต้นจะเรียกผู้สงสัยก่อเหตุมาพูดคุย เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีก ส่วนที่เกิดขึ้นแล้วหากมีหลักฐานพยานก็ว่ากันไปตามกฎหมาย นอกจากนี้ยังพร้อมที่จะดำเนินการต่างๆเพื่อเป็นการจัดระเบียบสุนัขตามที่เดอะโฮปสงขลาแนะนำต่อไป
นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา
