28/01/2026

ปทุมธานี-‘ภัทรพล ฐิติภวัตสกุล’ ขออาสาแก้ปัญหา ‘ปทุมธานีเขต 3 เบอร์ 8 พรรคเพื่อไทย

IMG_4330

ปทุมธานี-‘ภัทรพล ฐิติภวัตสกุล’ ขออาสาแก้ปัญหา ‘ปทุมธานีเขต 3 เบอร์ 8 พรรคเพื่อไทย

ในสมรภูมิการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขตเลือกตั้งที่ 3 นับเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด ไม่เพียงเพราะเป็นเขตเศรษฐกิจสำคัญของอำเภอคลองหลวง หากแต่ยังเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายของผู้คน ปัญหาสังคม และการพัฒนาเมืองที่ซับซ้อน
หนึ่งในผู้สมัครที่ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่อง คือ นายภัทรพล ฐิติภวัตสกุล หรือที่ชาวบ้านคุ้นเคยในชื่อ “เค” ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย หมายเลข 8 อายุ 44 ปี อดีตผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดปทุมธานี ที่ตัดสินใจก้าวจากบทบาทผู้ถ่ายทอดปัญหาสู่บทบาทผู้ลงมือแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง

กว่า 20 ปีในวิชาชีพสื่อมวลชน นายภัทรพลทำหน้าที่รายงานข่าว คลุกคลีอยู่กับชุมชน หมู่บ้าน วัด โรงเรียน ตลาด และหน่วยงานรัฐในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เขาเห็นทั้งความเจริญและความเหลื่อมล้ำ เห็นทั้งโอกาสและความเดือดร้อนที่ประชาชนต้องเผชิญซ้ำแล้วซ้ำเล่า “การเป็นคนข่าว ทำให้ผมไม่เคยมองปัญหาจากห้องแอร์ แต่เห็นจากชีวิตจริงของชาวบ้าน” นายภัทรพล กล่าว

เขตเลือกตั้งที่ 3 ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีทั้งชุมชนดั้งเดิม แรงงาน ภาคเกษตร และภาคธุรกิจผสมผสานกัน ปัญหายาเสพติด น้ำท่วม การจราจร การศึกษา และค่าครองชีพ เป็นเรื่องที่ประชาชนสะท้อนออกมาอย่างต่อเนื่อง และเป็นสิ่งที่นายภัทรพลยืนยันว่า “ตนเองรู้จริง เพราะเคยรายงานข่าวเหล่านี้ด้วยตัวเอง”

นอกจากประสบการณ์ภาคสนาม นายภัทรพลยังต่อยอดองค์ความรู้ด้านนโยบาย ด้วยการศึกษาจนสำเร็จระดับปริญญาตรี สาขาการเมืองการปกครอง จากมหาวิทยาลัยปทุมธานี เพื่อให้เข้าใจกลไกของรัฐและการบริหารงานสาธารณะอย่างเป็นระบบ เขาเลือกลงสมัครในนามพรรคเพื่อไทย เพราะเห็นว่านโยบายของพรรค “ตอบโจทย์ชีวิตคนตัวเล็ก” โดยเฉพาะนโยบายหลักอย่างบัตรทอง 30 บาทรักษาทุกโรค ที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับแนวทางการทำงาน หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชน นายภัทรพลวางนโยบายการพัฒนาไว้แบบรอบด้าน ครอบคลุมทุกช่วงวัย เริ่มจากการแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชน โดยเสนอแนวคิดการแยก “ผู้เสพ” ออกจาก “ผู้ค้า” มองผู้เสพเป็นผู้ป่วยที่ต้องได้รับการบำบัดอย่างถูกวิธี ผ่านหน่วยงานรัฐที่มีความพร้อม เช่น ศูนย์ฝึกของตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 1 ซึ่งมีทั้งการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจอย่างเป็นระบบ

ปัญหาน้ำท่วมในฤดูน้ำหลาก เป็นอีกเรื่องที่เขาให้ความสำคัญเป็นพิเศษ จากประสบการณ์ตรงในเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ปี 2554 ทำให้เขาเห็นถึงความจำเป็นของการวางแผนระยะยาว การบริหารจัดการน้ำ และการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องเผชิญความเสียหายซ้ำซาก
ด้านการศึกษา นายภัทรพลเชื่อมั่นว่า “การศึกษาคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดของประเทศ” เขาผลักดันแนวคิดให้เยาวชนได้เรียนฟรีจนจบระดับปริญญาตรี เพื่อสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ และเปิดโอกาสให้เด็กในพื้นที่มีอนาคตที่ดีขึ้น
ในมิติด้านเศรษฐกิจ เขตเลือกตั้งที่ 3 มีตลาดค้าส่งและการส่งออกขนาดใหญ่ เขามองเห็นโอกาสในการยกระดับรายได้ของประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกร ผ่านการส่งเสริมการค้าอย่างเป็นธรรม ลดการกดราคาจากพ่อค้าคนกลาง และนำเทคโนโลยีรวมถึงระบบ AI มาช่วยวิเคราะห์ตลาด เพื่อให้ทันต่อการแข่งขันในยุคใหม่ ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้มั่นคง สามารถปลดหนี้ครัวเรือนได้จริง

ด้านศาสนาและวัฒนธรรม พื้นที่มีประชาชนที่นับถือศาสนาพุทธและอิสลามเป็นหลัก นายภัทรพลเสนอการสร้างกิจกรรมร่วมกันของทุกศาสนา เพื่อเสริมสร้างความรัก ความสามัคคีในชุมชน โดยเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม รวมถึงการส่งเสริมบทบาทของวัดพระธรรมกาย ซึ่งมีศักยภาพด้านสถานที่และบุคลากร ให้เป็นศูนย์กลางกิจกรรมของชุมชน
ขณะที่ปัญหาการจราจร โดยเฉพาะถนนบางขัน–หนองเสือ ที่มีการก่อสร้างและขยายเขตประปาล่าช้า เขายืนยันว่าจะผลักดันให้โครงการเดินหน้าอย่างโปร่งใส หากพบความล่าช้าหรือไม่ชอบมาพากล ต้องมีการตรวจสอบและดำเนินคดี พร้อมทั้งบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเข้มงวด ร่วมกับตำรวจและเทศกิจ เพื่อให้ผิวจราจรถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
“ผมมั่นใจว่าสามารถทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานในพื้นที่ได้ เพราะรู้จักกันจากการทำข่าวมานาน เป้าหมายเดียวคือทำให้พี่น้องประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น” นายภัทรพลกล่าวทิ้งท้าย พร้อมย้ำว่าการตัดสินใจสุดท้ายยังอยู่ที่ประชาชนว่าจะมอบความไว้วางใจให้ใครเข้ามารับใช้พื้นที่แห่ง

ข่าวที่น่าติดตาม