25/01/2026

สตม. สรุปกวาดล้างสแกมเมอร์หัวโจก หมาย INTERPOL รอบ 3 เดือน ยันขยายเข้มต่อเนื่อง

IMG_4161

สตม. สรุปกวาดล้างสแกมเมอร์หัวโจก หมาย INTERPOL รอบ 3 เดือน ยันขยายเข้มต่อเนื่อง

หลังรัฐบาล และ สตช. ประกาศเข้ม สกัดและกวาดล้างต่างชาติผิดกฎหมาย โดยเฉพาะกลุ่มแสกมเมอร์ที่หวังใช้ไทยเป็นแหล่งหลบซ่อน โดย สตม. ได้เปิดแผนกวาดล้างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงก่อนปีใหม่ตั้งแต่ พฤศจิกายน 2568 ถึง มกราคมปีนี้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาล

ล่าสุด เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี โฆษก สตม. ได้เปิดเผยว่า พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. ได้สั่งการให้ ผบก. ในสังกัดทุก บก. เข้ากวาดล้างคนต่างชาติที่มีพฤติกรรมน่าเชื่อว่าเป็นภัยต่อความสงบเรียบร้อยของประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มสแกมเมอร์ ระดับหัวโจก ซึ่งมีการประสานงานร่วมกับตำรวจสากล หรือ INTERPOL พบว่า มีผลการจับกุมต่างชาติระดับหัวโจกซึ่งอาศัยฟรีวีซ่า แฝงตัวเข้าไทย โดยใช้หนังสือเดินทางชาติอื่นเพื่อหลบเลี่ยงตัวตน ยกตัวอย่าง เช่น

12 พฤศจิกายน 2568 จับกุม นายอู๋ สัญชาติจีน อายุ 40 ปี ใช้หนังสือเดินทางวานูอาตูเพื่อหลบเลี่ยงตัวตน โดยได้รับการประสานจากตำรวจสากลภายหลังว่า เป็นคนร้ายคดีสแกมเมอร์ มูลค่าความเสียหาย 250 ล้านบาท คารถหรู ในหมู่บ้านราชพฤกษ์ กทม.

17 ธันวาคม 2568 จับกุม นายหวง (Mr. HUANG) สัญชาติจีน อายุ 44 ปี โดยได้รับการประสานจากตำรวจสากลภายหลังว่า เป็นคนร้ายคดีสแกมเมอร์จีน มูลค่าความเสียหายกว่า 1,000 ล้านบาท หลังหนีจากเมียนมาเข้าไทย และใช้หนังสือเดินทางเม็กซิโกปลอม กำลังเดินทางออกจากไทย รวบตัวไว้ได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ

7 มกราคม 2569 จับกุมแก๊งอาชญากรรมทางไซเบอร์บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ โดยพบว่ามี 1 ราย หนีหมายจับคดีฉ้อโกงมูลค่าประมาณ 30 ล้านบาท มาจากประเทศจีน รวมทั้งสิ้น 7 ราย โดยจับกุมในเขตพื้นที่ห้วยขวาง กทม.

13 มกราคม 2569 จับกุม นายหยาง หรือ นายยัง สัญชาติจีน อายุ 41 ปี ใช้หนังสือเดินทางโดมินิกันเพื่อหลบเลี่ยงตัวตน โดยได้รับการประสานจากตำรวจสากลภายหลังว่า เป็นสแกมเมอร์ระดับ Tier 1 ขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โดยมีฐานใหญ่ที่ฟิลิปปินส์ และแฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยวเข้าไทย มาพำนักในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

และล่าสุด เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 ได้เข้าจับกุม แก็งโรแมนสแกมชาวแอฟริกา 13 ราย เป็นชาวไนจีเรีย 11 ราย ชาวโกตดิวัวร์ (ไอโวรี่โคสต์) 2 ราย หลังซุกตัวก่อเหตุในคอนโด ย่านเมืองทองธานี ปากเกร็ด จ.นนทบุรี มูลค่าความเสียหายกว่า 2 ล้านบาท โดยเหยื่อถูกหลอกในหลายพื้นที่ เช่น หนองคาย และ กทม.

นอกจากนั้นในมิติการสกัดกั้น โดยเฉพาะด่าน ตม. ทางอากาศ ได้มีการปฎิเสธการเข้าเมืองคนต่างชาติที่เข้าลักษณะกลุ่มเสี่ยง ที่อาจแฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยวเข้าประเทศ ในช่วง 3 เดือน ก่อนและหลังปีใหม่ รวมราว 7,900 ราย โดยพิจารณาจากแผนการท่องเที่ยว การจองซื้อที่พัก และตั๋วขากลับ โดยเพิ่มการตรวจสอบประวัติการเดินทางจากประเทศกลุ่มเสี่ยงมากขึ้น เช่น กัมพูชา เมียนมา อีกขั้นตอนหนึ่ง

ซึ่ง พล.ต.ต.เชิงรณฯ ยอมรับว่า มาตรการคัดกรองนี้ อาจส่งผลกระทบต่อความหนาแน่นในการรอคิวเข้ารับการตรวจหนังสือเดินทางของคนต่างชาติที่รอนานขึ้นบ้าง แต่เพื่อประโยชน์ด้านความมั่นคง ทาง ผบช.สตม. ตัดสินใจให้ต้องคงมาตรการนี้ไว้ก่อน เพื่อสกัดไม่ให้คนต่างชาติที่เสี่ยงต่อการกระทำผิดใช้ไทยเป็นพื้นที่หลบซ่อน พักพิง เพื่อก่อเหตุ หรือฟอกเงิน

อีกทั้ง ผบช.สตม. ยังให้ทุก บก. เพิ่มความเข้มในการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง โดยจะติดตามผลทุกระยะ พล.ต.ต.เชิงรณฯ กล่าว

ข่าวที่น่าติดตาม