14/02/2026

ขอนแก่น-พรรคไทยก้าวใหม่ สร้างมิติใหม่ในการหาเสียง นำผู้สมัครลงพื้นที่ ชุมแพโมเดล

S__65880072_0

ขอนแก่น-พรรคไทยก้าวใหม่ สร้างมิติใหม่ในการหาเสียง นำผู้สมัครลงพื้นที่ ชุมแพโมเดล การแก้ไขปัญหาน้ำทั้งระบบ หลังจากที่ได้ดำเนินการภายใต้โครงการพระราชดำริ เพื่อเป็นแนวทางบอกต่อนโยบายเด่น แก้ไขปัญหาน้ำแล้งน้ำท่วมทั้งระบบ

ที่บ่อน้ำสาธารณะบ้านนาเพียง ต.นาเพียง อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น คุณหญิงกัลยา โสภณพาณิชย์ประธานพรรคไทยก้าวใหม่ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ผศ.ดร. ศักย์ ทับพลี รองหัวหน้าพรรค, ดร. เศรษฐฐากรณ์ วงษ์อทรยะสกุล, ธเนศ นะธิศรี ที่ปรึกษาประธานพรรค และ ผู้สมัคร สส.เขต และสส.บัญชีรายชื่อพรรคไทยก้าวใหม่ ลงพื้นที่เพื่อดูต้นแบบการแก้ปัญหาน้ำทั้งระบบ และการเพาะปลูกถั่วเขียวพืชที่ใช้น้ำน้อยนอกฤดูกาลที่สร้างผลกำไรงาม เพื่อนำไปหาเสียงนโยบายเด่นของพรรค เป็นการแก้ปัญหาเกษตรที่ต้นแบบ

คุณหญิงกัลยาโสภณพาณิชย์ประธานพรรคไทยก้าวใหม่ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สืบเนื่องจากปัญหาการบริหารจัดการน้ำของประเทศไทย บ่อน้ำที่ขุดในประเทศเป็นแสน ๆ บ่อ หน้าฝนจะมีน้ำ หน้าแล้งจะไม่มีน้ำ ปกติทั่วไปจะเป็นอย่างนั้น แต่ในครั้งนี้ได้นำพาคณะของเรามาดูผลงานที่ประสบความสำเร็จแล้ว สามารถแก้ปัญหาให้กับประชาชนได้ ด้วยความรู้และเทคโนโลยี และผู้ชำนาญการ ของพรรคไทยก้าวใหม่

การลงพื้นที่ที่มีการบริหารจัดการน้ำได้อย่างประสบผลสำเร็จแล้ว สามารถนำไปบอกต่อว่า นโยบายของพรรคเราแก้ปัญหาด้วยการทำได้จริง ไม่ใช่ขายฝัน เราขายสิ่งที่แก้ปัญหาให้ประชาชนได้โดยตรง ซึ่งวันนี้พาคณะมาดูของจริงว่าบ่อน้ำที่ขุดด้วยความรู้ มีสีเขียว น้ำไม่เคยแห้ง จากเดิมน้ำในบ่อนี้น้ำแห้งตลอด โดยเปรียบเทียบจากบ่อที่มีการขุดแบบปกติ ไม่ใช้องค์ความรู้ น้ำจะไม่สามารถใช้ได้ตลอดปี ถึงหน้าแล้งก็จะแห้งขอด

ดังนั้นจึงได้พาทีมงานลงมือดูให้เห็นกับตา สามารถที่จะพูดได้ว่า พรรคเรามีนโยบายที่จะแก้ปัญหาเรื่องน้ำให้ประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกรให้มีน้ำใช้ตลอดปี หลังจากขุดบ่อแล้วจะมีน้ำจากหน้าฝนนี้ไปถึงหน้าฝนหน้า สามารถที่จะบริหารจัดการใช้น้ำได้ ซึ่งบ่อแห่งน้ำทางผู้เชี่ยวชาญคณะของเราได้ทำเรื่องการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชนตามแนวพระราชดำริ ซึ่งตนเองเป็นประธานดำเนินการมาหลายปีแล้ว

เริ่มตั้งแต่กระทรวงศึกษาธิการ ให้วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีของกระทรวงศึกษาธิการ 47 แห่ง เรียนรู้ เรียนทฤษฎี และสร้างหลักสูตรชลกร เพื่อให้สอนคนที่มาเรียนในวิทยาลัยเกษตรฯ สามารถที่บริหารจัดการน้ำได้ เราไม่ได้ขาดน้ำ แต่เราขาดผู้บริหารจัดการน้ำ เพื่อให้มองเห็นภาพปริมาณน้ำฝนทั้งปี เฉลี่ย 245,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ต่อปี ถ้าคิดเป็น 100 เปอร์เซ็น น้ำฝนตกมา 100 หยด

ภาคอีสานที่ว่าแล้งเก็บน้ำฝนได้ 3.5 หยด แล้วอีก 90 กว่าหยดไปไหน ทำลายบ้านเรือน เลือกสวนไร่นา ถนนหนทาง ไหลลงสู่แม่น้ำลำคลอง ทำให้เกิดความแห้งแล้ว นั่นคือ เราไม่สามารถจัดการได้ เมื่อเรามีความรู้ เรามีเทคโนโลยี มีเครื่องมือ ที่สามารถบอกได้ว่า บ่อนี้ที่ไม่มีน้ำ หน้าฝนมาน้ำก็หลาก เราสามารถนำน้ำเหล่านั้นลงไปเก็บไว้ใต้ดิน ทำธนาคารน้ำใต้ดิน

สำหรับที่ตำบลนาเพียง อำเภอชุมแพ แห่งนี้ ในช่วงฤดูฝน จะมีน้ำหลาก เข้าท่วมไร่นา ทำลายระบบเศรษฐกิจ ทางเราได้มาศึกษาทั้งตำบล ทำการออกแบบเพื่อจะช่วยแก้ปัญหาน้ำ จนสำเร็จคิดเป็น 80 % โดยเหลืออีก 3 บ่อ ซึ่งขุดไม่ทันเพราะเข้าฤดูฝนก่อน ตรงนี้เป็นที่ประจักษ์ ว่าเราสามารถทำพื้นที่ สองหมื่นไร่ของตำบลนาเพียง ไม่ให้เกิดน้ำหลาก จากการที่ล้นมาจากแม่น้ำเชิญ แม่น้ำพรหม มีน้ำใช้ตลอดปี ซึงเป็นพื้นที่ต้นแบบ ถือได้ว่าเป็นนาเพียงโมเดล หรือ ชุมแพโมเดลก็ว่าได้

ทางด้าน นายธเนศ นะธิศรี ที่ปรึกษาประธานพรรคไทยก้าวใหม่ เผยว่า จริง ๆ แล้วประเทศไทยมองการแก้ปัญหาเรื่องน้ำมิติเดียว คือเรื่องน้ำบนดิน คอนเสปของพรรคไทยก้าวใหม่ มองการแก้ปัญหาเรื่องน้ำทั้งระบบ คือน้ำไม่ได้อยู่เฉพาะบนดิน ยังมีน้ำใต้ดินด้วย เราควรที่จะน้ำข้อมูลน้ำใต้ดินขึ้นมาวิเคราะห์ นำข้อมูลเหล่านั้นมาเป็นจุดเด่นในการแก้ไขปัญหาน้ำ พื้นที่ใดที่เหมาะสม เราสามารถเปลี่ยนน้ำที่หลากที่เป็นอุปรรค ไปเป็นน้ำต้นทุนในฤดูแล้งให้กับเกษตรได้

 

ซึ่งนาเพียงก็ถือเป็นโครงการนำร่องของโครงการคุณหญิงกัลยา ได้ทำมาในปีนี้ เป็นสเกลแรกที่ลงสู่ชุมชนขนาดใหญ่ แห่งแรกในประเทศไทย ที่แก้ปัญหาน้ำหลาก น้ำแล้ง พร้อมยังมีการต่อยอดไปถึงพืชเศรษฐกิจที่จะโยงเรื่องน้ำไปสู่ปัญหาปากท้องของเกษตรกร

นายธเนศ กล่าวอีกว่า สำหรับในพื้นที่ภาคอีสานปัญหาเรื่องดินเค็ม น้ำเค็ม ซึ่งทางพรรคเรามีเทคโนโลยีที่สามารถที่จะเข้ามาบอกได้เลยว่า ตรงนั้นน้ำกร่อย น้ำเค็มลึกเท่าไหร่ เราจะใช้การบริหารจัดการน้ำอย่างไรให้เหมาะสมกับพื้นที่นั้น ซึ่งเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่เรานำไปใช้ ทุกก้าวที่เราเดิน ลึกลงไป 100 เมตร เราจะมองเห็นดินเค็ม น้ำเค็ม ถ้าเกษตรต้องการทำธนาคารน้ำใต้ดิน เรามามารถบอกเกษตรได้ว่าบริเวณนี้สามารถจะทำได้หรือเปล่า ถ้าหากทำไม่ได้เราจะใช้เทคนิคอะไรเข้ามาแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้

ซึ่งในอดีตปัญหาดินเค็ม น้ำเค็ม เราปล่อยทิ้งเลย ปัจจุบันเราสามารถใช้ข้อมูลเดลต้าเหล่านี้นำมาวิเคราะห์ได้ ซึ่งครั้งนี้น่าจะเป็นครั้งแรกในประเทศไทยในการนำเทคโนโลยีจริง ๆ ไม่ใช่เพียงตำพูดที่จับต้องไม่ได้ ซึ่งตอนนี้เราทำแบบจับต้องได้ในมือ ซึ่งเราสามารถนำพาโครงการขยายออกไปได้ทั่วประเทศ

จากนั้นทางคณะได้เดินทางไปดูบ่อน้ำเปรียบเทียบระหว่างบ่อน้ำที่มีการศึกษาเป็นระบบของโครงการฯ และบ่อน้ำที่ได้งบอุดหนุนจากภาครัฐ เพื่อเปรียบเทียบในการกักเก็บน้ำ ซึ่งผลเปรียบเทียบน้ำที่ขุดจากโครงการรัฐ ที่ไม่มีการศึกษาไม่สามารถกักเก็บน้ำในฤดูแล้งไว้ได้ พร้อมกับไปดูผลผลิตจากแหล่งน้ำต้นทุนในการปลูกถั่วเหลืองของเกษตรอีกด้วย

ข่าวที่น่าติดตาม