01/12/2025

ปัตตานี-ผช.รมต.ยุติธรรมลงพื้นที่ตรวจเรือนจำกลางปัตตานี วางโร้ดแมปเรือนจำต้นแบบด้านการศึกษา–อาชีพ มุ่งลดการกระทำผิดซ้ำและสร้างความปลอดภัยให้สังคม

S__10043498
ปัตตานี-ผช.รมต.ยุติธรรมลงพื้นที่ตรวจเรือนจำกลางปัตตานี วางโร้ดแมปเรือนจำต้นแบบด้านการศึกษา–อาชีพ มุ่งลดการกระทำผิดซ้ำและสร้างความปลอดภัยให้สังคม
21 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา นายสิรภพ ดวงสอดศรี ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงยุติธรรม นำโดย พันตำรวจโท พงษ์ธร ธัญญสิริ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม และนายโกมล พรมเพ็ง รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ลงพื้นที่ตรวจราชการที่เรือนจำกลางปัตตานี ตำบลบานา อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ซึ่งเป็นพื้นที่ในเขตตรวจราชการที่ 7 โดยมีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรมในจังหวัดปัตตานีเข้าร่วมให้การต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง
ผู้บัญชาการเรือนจำกลางยะลา รักษาราชการแทนผู้บัญชาการเรือนจำกลางปัตตานี พร้อมเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ได้รายงานภาพรวมผลการดำเนินงาน ปัญหาอุปสรรค และแนวทางการพัฒนาระบบราชทัณฑ์ในพื้นที่ชายแดนใต้ต่อคณะผู้ตรวจราชการ รวมถึงการนำชมการทำงานภายในเรือนจำในหลายด้าน อาทิ สถานพยาบาลผู้ต้องขัง ระบบดูแลสุขภาพและโภชนาการ ห้องแม่และเด็ก พื้นที่กิจกรรมของผู้ต้องขังหญิง ตลอดจนการฝึกทักษะอาชีพที่จัดขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมผู้ต้องขังก่อนพ้นโทษ
ปัญหาเรื้อรัง: น้ำท่วม–การศึกษาต่ำ–ภาษาไทยสื่อสารไม่ได้
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่เรือนจำกลางปัตตานีเผชิญอย่างต่อเนื่อง คือปัญหาน้ำท่วมขังภายในพื้นที่เรือนจำเมื่อเกิดฝนตกหนัก เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ลุ่มและตั้งอยู่ใกล้ชายฝั่งทะเล ส่งผลกระทบต่อความสะดวกในการดูแลและจัดระเบียบกิจกรรมของผู้ต้องขัง
นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า ผู้ต้องขังจำนวนมากขาดทักษะพื้นฐานทางการศึกษา เช่น ไม่สามารถอ่านออกเขียนได้ หรือไม่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสะท้อนถึงความจำเป็นในการบูรณาการกับหน่วยงานด้านการศึกษาในจังหวัด เพื่อพัฒนาทักษะการอ่าน เขียน และการใช้ภาษา รวมถึงการเพิ่มทักษะอาชีพควบคู่กับการให้ความรู้ด้านกฎหมายและผลของการกระทำผิด เพื่อป้องกันไม่ให้กลับมากระทำผิดซ้ำหลังพ้นโทษ
สิรภพย้ำแนวคิด “ความยุติธรรมต้องเข้าถึงได้จริง” และทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ
นายสิรภพ ดวงสอดศรี กล่าวว่า หัวใจของกระทรวงยุติธรรมคือการทำให้ประชาชนได้รับความยุติธรรมอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใดก็ตาม พร้อมระบุว่า หน่วยงานในกระทรวงยุติธรรมต้องลดช่องว่างการทำงานระหว่างกันและบูรณาการพลังร่วมเพื่อให้การอำนวยความยุติธรรมในพื้นที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
ผู้ช่วยรัฐมนตรีฯ กล่าวด้วยว่า จากการลงพื้นที่ตรวจราชการทั้ง 3 จังหวัดชายแดนใต้ พบว่าภาพรวมการทำงานภายในเรือนจำเป็นที่น่าพอใจ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานด้วยความมุ่งมั่น และมีระบบคัดกรองผู้ต้องขังที่เข้มงวด โดยเฉพาะด้านสุขภาพ มีการประสานงานกับโรงพยาบาลในพื้นที่อย่างเป็นระบบ ผู้ต้องขังมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับเจ้าหน้าที่ และกล้าสื่อสารกับผู้ตรวจเยี่ยมมากขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงบรรยากาศการบริหารจัดการที่มีความเป็นมนุษย์และให้เกียรติซึ่งกันและกัน
อย่างไรก็ตาม นายสิรภพระบุว่า ยังมีเรื่องเร่งด่วนที่ต้องเร่งแก้ไข เช่น ปัญหาทรัพย์สินและที่ดินที่กรมบังคับคดีไม่สามารถขายทอดตลาดได้มานานกว่า 10 ปี เนื่องจากตั้งอยู่ในพื้นที่เสี่ยงและไกลชุมชน ซึ่งส่งผลต่อประชาชนและกระบวนการยุติธรรม จำเป็นต้องเข้ามาสนับสนุนบุคลากรให้มีศักยภาพมากขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาที่สะสมมานาน มุ่งพัฒนาสู่ “เรือนจำต้นแบบการศึกษาและอาชีพ” รองรับชีวิตใหม่หลังพ้นโทษ
สำหรับแนวทางการพัฒนาระบบราชทัณฑ์ในพื้นที่ นายสิรภพระบุว่า เรือนจำกลางปัตตานีจะถูกขับเคลื่อนไปสู่การเป็น “เรือนจำต้นแบบด้านการศึกษาและฝึกทักษะอาชีพ” ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม โดยเน้นน้อมนำหลักการทรงงานและโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริมาปรับใช้ เป้าหมายสำคัญคือ ผู้ต้องขังต้องได้รับการพัฒนาความรู้และทักษะอาชีพที่สามารถนำไปใช้ได้จริง สร้างโอกาสประกอบอาชีพสุจริตในสถานประกอบการเมื่อพ้นโทษ ลดอัตราการกระทำผิดซ้ำ สร้างความปลอดภัยให้ครอบครัว ชุมชน และสังคมโดยรวม เสริมมาตรการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดควบคู่กัน
สถานการณ์ผู้ต้องขังปัจจุบันเรือนจำกลางปัตตานีมีผู้ต้องขังกว่า 1,000 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้ต้องขังต่างด้าว 36 ราย โดยสถิติความผิดสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ คดียาเสพติด คดีเกี่ยวกับทรัพย์ คดีเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย
เจตนารมณ์ที่ชัดเจน: พ้นโทษต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้จริง
การลงพื้นที่ครั้งนี้ นายสิรภพได้เน้นย้ำว่า เรือนจำไม่ใช่เพียงสถานที่คุมขัง แต่คือพื้นที่สำหรับการฟื้นฟูและเยียวยา เพื่อให้ผู้ต้องขังสามารถกลับออกไปใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรี และไม่ย้อนกลับมากระทำผิดซ้ำ โดยรัฐจะต้องทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนหลัก ทั้งด้านการศึกษา อาชีพ สุขภาพ และการเข้าถึงความยุติธรรมอย่างเท่าเทียม
ตอริก สหสันติวรกุล ปัตตานีรายงาน

ข่าวที่น่าติดตาม