ภูเก็ต – ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8ปล่อยแถวออกตรวจสถานประกอบการ ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2018 (โควิด-19)    หลังพบมีการฝ่าฝืนจนทำให้ยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น

ภูเก็ต – ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8ปล่อยแถวออกตรวจสถานประกอบการ ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2018 (โควิด-19)    หลังพบมีการฝ่าฝืนจนทำให้ยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น

เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 27 พฤศจิกายน 2564 พลตำรวจโทอำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8  พร้อมด้วยนายอานุภาพ รอดขวัญ ยอดระบำ ปลัดจังหวัดภูเก็ต, พลตำรวจตรีเสริมพันธุ์ ศิริคง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต และผู้แทนจากหน่วยงานด้านความมั่นคง ร่วมปล่อยแถวออกตรวจสถานประกอบการ ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2018 (โควิด-19)    โดยเป็นการสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต, หน่วยตำรวจที่มีที่ตั้งอยู่ในจังหวัดภูเก็ต, เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารทั้งทหารบกและทหารเรือ, ฝ่ายปกครอง และสาธารณสุข รวม 115 นายลงพื้นที่เพื่อประชาสัมพันธ์ให้สถานประกอบการได้ปฏิบัติตามมาตราการป้องกันโรคโดยเคร่งครัดหลังมียอดผู้ติดเชื้อของจังหวัดภูเก็ตเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะสถานบริการซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่อาจมีการฝ่าฝืนคำสั่งของจังหวัดในเรื่องมาตราการป้องกันโรค

ทั้งนี้ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานบริการประเภทร้านจำหน่วยอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บริเวณย่านวงเวียนม้าน้ำ อ.เมืองภูเก็ต ซึ่งเป็นแหล่งรวมร้านประเภทดังกล่าวจำนวนมาก เมื่อไปถึงพบว่าบางร้านปิดบริการ ขณะที่บางร้านเปิดให้บริการปกติ ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงต่างทยอยเช็คบิลออกจากร้านในเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะตกใจ ประกอบกับใกล้เวลาที่ร้านจะต้องปิดให้บริการในเวลา 23.00 น.

พลตำรวจโทอำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8   กล่าวถึงการปล่อยแถวออกตรวจสถานประกอบการฯ ว่า เพื่อติดตามตรวจสอบว่าสถานประกอบการต่างๆ ได้มีการดำเนินการตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ของหน่วยงานภาครัฐหรือไม่ หากพบมีการฝ่าฝืน โดยเฉพาะหากมีการตักเตือนไปแล้วหลายครั้งและยังไม่ปฏิบัติตาม จำเป็นจะต้องมีการปฏิบัติตามกฎหมาย ประกอบกับเป็นช่วงก่อนถึงวันเลือกตั้งด้วย เพื่อให้พี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวได้รับทราบว่าทางเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายไม่ได้ปล่อยปละละเลย ซึ่งจะทำให้ภูเก็ตผ่านวิกฤตไปได้ เพราะขณะนี้ในภูเก็ตมีการพบผู้ติดเชื้อมากขึ้น  จึงจำเป็นที่จะต้องเพิ่มความเข้มงวด เพื่อไม่ให้เกิดการประแพร่กระจายในวงกว้าง

ด้านพลตำรวจตรีเสริมพันธุ์ ศิริคง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต กล่าวเพิ่มเติมว่า ในห้วงระหว่างวันที่ 1-27 พฤศจิกายน 2564 มีการตรวจสถานประกอบการ กิจการและกิจกรรม จำนวน 2,893 ครั้ง พบการกระทำผิดและดำเนินคดี จำนวน 21 คดี ผู้ต้องหา 25 คน  โยเป็นการดำเนินคดีในข้อกล่าวหาฝ่าฝืนคำสั่งจังหวัด จำนวน 20 คดี และการพนัน 1 คดี

ทั้งนี้ทางจังหวัดได้มีการสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการคุมเข้มสถานบันเทิงหลังพบเจ้าหน้าที่ตรวจคัดกรองเชิงรุกและพบว่ามีสถิติพบผู้ติดเชื้อในกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นทางจังหวัดจึงได้เพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด19อย่างเข้มงวดต่อไปเพื่อลดการแพร่ระบาดของโณคโดยผู้ที่ติดเชื้อส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยในกลุ่มสีเขียวเกือบทั้งหมด

สมชาย สังข์สนธ์

ผู้สื่อข่าวจังหวัดภูเก็ต

ข่าวที่น่าติดตาม