ร้อยเอ็ด…เจดีย์รวงข้าว…ชาวบ้านธวัชดินแดง ลงแขกเกี่ยวข้าวเตรียมงานบุญกิจกรรม#เจดีย์รวงข้าว#ในงาน “ประเพณีบุญคูณลานสู่ขวัญ”บุญกุ้มข้าววัดสันติวิหารร้อยเอ็ดปีแรกในระหว่างวันที่ 16 -17 มกราคม 2565

ร้อยเอ็ด…เจดีย์รวงข้าว…ชาวบ้านธวัชดินแดง ลงแขกเกี่ยวข้าวเตรียมงานบุญกิจกรรม#เจดีย์รวงข้าว#ในงาน “ประเพณีบุญคูณลานสู่ขวัญ”บุญกุ้มข้าววัดสันติวิหารร้อยเอ็ดปีแรกในระหว่างวันที่ 16 -17 มกราคม 2565

 

วันนี้(27 พ.ย.64)เวลา 09.39 น.หลวงพ่อพระครูปริยัติวรศาสน์(พระมหาชำนิ)เจ้าคณะตำบลธงธานี เจ้าอาวาสวัดสันติวิหาร ต.ธงธานี อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด พร้อมผู้นำชุมชน พาชาวบ้านกว่า50 คนร่วมลงแขกเกี่ยวข้าวเพื่อเตรียมจัดงานบุญกิจกรรม #เจดีย์รวงข้าว# ในงาน “ประเพณีบุญคูณลานสู่ขวัญ”บุญกุ้มข้าววัดสันติวิหารร้อยเอ็ด ในระหว่างวันที่ 16 -17 มกราคม 2565 เพื่อสืบสานตำนานพระแม่โพสพ ณ วัดสันติวิหาร ต.ธงธานี อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด

สำหรับ “เจดีย์รวงข้าว” ถือเป็นศิลปะที่เกิดจากแรงศรัทธาของชาวบ้าน สร้างขึ้นเพื่อประเพณีบุญบายศรีสู่ขวัญข้าวคูณลาน หรือ บุญคูณลาน ตามความเชื่อโบราณฮีตสิบสอง คองสิบสี่ของชาวอีสาน โดยจะประกอบพิธีหลังฤดูกาลเก็บเกี่ยว เพื่อระลึกถึงบุญคุณของพระแม่โพสพและแสดงออกถึงความกตัญญูต่อแผ่นดินที่ให้ผลผลิตเพื่อการยังชีพ และเพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและการเพาะปลูก ตลอดจนเพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและสืบสานศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่น

เจดีย์รวงข้าว ในประเพณีบุญบายศรีสู่ขวัญข้าวคูณลาน เมื่อถึงช่วงเวลาประกอบพิธีบุญคูณลานชาวบ้านส่วนใหญ่ยังนวดข้าวไม่เสร็จ จึงนำมัดข้าวที่ยังไม่แยกเมล็ดข้าวออกจากฟางมาถวายวัดจนเกิดเป็นแนวคิดในการนำมัดรวงข้าวดังกล่าว มาสร้างเป็นเจดีรวงข้าว และพัฒนารูปแบบมาจนมีขนาดใหญ่และสวยงามอลังการเช่นปัจจุบัน

การเตรียมการสร้าง “เจดีย์รวงข้าว” เพื่อใช้ในการประกอบพิธีบุญบายศรีสู่ขวัญคูนลานนั้น จะเป็นการอาศัยแรงศรัทธาและพลังความสามัคคีจากคนในชุมขนในการร่วมกิจกรรมพร้อมทำการคัดและมัดรวงข้าวที่สมบูรณ์ ซึ่งได้จากศรัทธาของชาวบ้านที่นำมารวบรวมกันไว้ที่วัด จากนั้นนำมาประดับตกแต่งอย่างประณีตจนกลายเป็นเจดีย์รวงข้าวขนาดใหญ่ซึ่งใช้ระยะเวลาการสร้างโดยประมาณ 1 เดือน นับจากวันเริ่มต้นสู่วันเสร็จสมบูรณ์ จึงถือได้ว่าการประกอบพิธีบุญบายศรีสู่ขวัญคูนลาน เป็นผลงานศิลปะชั้นเยี่ยมที่สะท้อนถึงพลังแห่งศรัทธาและความสามัคคีในชุมชนได้เป็นอย่างดี

อนึ่งคำว่า “ลาน” หมายถึงสถานที่สำหรับนวดข้าว “คูณ” คือการทำให้เพิ่มขึ้น คำนี้จึงมีความหมายว่าการนำข้าวที่นวดแล้วกองให้สูงขึ้น เป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ เป็นเหมือนการทำขวัญข้าว เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ข้าวที่อยู่ภายในลาน ซึ่งโดยปกติแล้วการทำบุญคูณลานของชาวบ้านจะทำไม่พร้อมกัน แต่จะขึ้นอยู่กับการเก็บเกี่ยวข้าว หากมีการขนข้าวเข้ายุ้งข้าวเมื่อใดก็ถือเอาวันนั้นเป็นวันทำบุญคูณลาน เป็นกิจกรรมร่วมกันของครอบครัวและสมาชิกในชุมชน มีการนิมนต์พระสงฆ์มาเจริญพระพุทธมนต์ และการประกอบพิธีบายศรีสูตรขวัญให้แก่ข้าว

ช่วงท้ายหลวงพ่อพระครูปริยัติวรศาสน์(พระมหาชำนิ)กล่าวว่ากิจกรรมดังกล่าววัดสันติวิหารพึ่งจะจัดขึ้นเป็นปีแรกในปีนี้2565 เดิมทีจะสร้างเป็นปราสาทข้าวแต่ปีนี้ไม่ทันชาวบ้านส่วนใหญ่ก็พากันเกี่ยวข้าวโดยใช้รถเกี่ยวเพื่ออำนวยความสะดวกและประหยัดเวลาในการเก็บเกี่ยวหมดแล้ว การที่จะสร้างปราสาทข้าวต้องใช้ข้าวจำนวนมากต้องใช้คนเกี่ยวและกรรมวิธีในการดำเนินการข้อนข้างที่จะละเอียดทุกข้้นตอน ปีนี้อาตมาเลยจะพาชาวบ้าน ทำเจดีย์รวงข้าว ซึ่งขั้นตอนก็ไม่ยุ่งยากนัก เพื่อระลึกถึงบุญคุณของพระแม่โพสพและแสดงออกถึงความกตัญญูต่อแผ่นดินที่ให้ผลผลิตเพื่อการยังชีพ และเพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและการเพาะปลูก ตลอดจนเพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและสืบสานศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่น

สำหรับข้าวที่จะใช้ในการจัดกิจกรรม เจดีย์รวงข้าวในครั้งนี้จะใช้ข้าวเปลือกประมาณ 2 ตัน หรือ2,000 กิโลกรม ซึ่งได้มาจากศรัทธาของชาวบ้านที่นำมาถวายวัดและทางวัดได้จัดซื้อจากชาวบ้านบ้างเพื่อแบ่งเบาภาระของชาวบ้านในช่วงที่ข้าวยากหมากแพงและพิษโควิด-19 เท่าที่ทางวัดจะสมารถดำเนินการได้ตามกำลังและตามมีตามเกิดผู้ให้และผู้รับเกิดความสบายใจ

ส่วนหลังจากงานเสร็จข้าวทั้งหมดก็จะนำไปบริจาคทาน ให้กับชาวบ้านที่ต้องการนำไปใส่เล้า/ฉางเพื่อเป็นสิริมงคล และทางวัดก็จะเก็บไว้เพื่อใช้ในการจัดกิจกรรมทางพุทธศานาของวัดต่อไป พระมหาชำนิ กล่าวในที่สุด สาธุ

โกสิทธิ์/ร้อยเอ็ด(ห)
087-864-4400

ข่าวที่น่าติดตาม