ชุมพร –  ปิดคดีโจรปล้นทองห้างบิ๊กซี สาขาชุมพร

ชุมพร –  ปิดคดีโจรปล้นทองห้างบิ๊กซี สาขาชุมพร

ตำรวจตำรวจภูธรภาค 8 และ ตำรวจภูธรจังหวัดชุมพรร่วมแถลงข่าว “จับคนร้ายปล้นทองห้างบิ๊กซี สาขาชุมพร” ได้แล้ว

     วันนี้(21 พ.ย. 64) ณ สภ.เมืองชุมพร พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ รอง ผบช.ภ.8 ร่วมกับ พล.ต.ต.วิรุฬห์ สุวรรณวงศ์ ผบก.ภ.จว. ชุมพร และชุดสืบสวนสอบสวนจับกุมร่วมแถลงข่าว พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ รอง ผบช.ภ.8 กล่าวว่า ภายใต้การอํานวยการและควบคุมการปฏิบัติ ของ พล.ต.อ.สุวัฒน์, แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร.พล.ต.ท. สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.อําพล บัวรับพร ผบช.ภ.8 พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ รอง ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.สันติ ชัยนิรามัย รอง ผบช.ก พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. พล.ต.ต.นกันด์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผบก.สส.ภ.8 พล.ต.ต.วิรุฬห์ สุวรรณวงศ์ ผบก.ภ.จว. ชุมพร พ.ต.อ.ภาณุเดช ณ พัทลุง รอง ผบก.ภ.จว.ชุมพร/รรท.ผกก สภ.เมืองชุมพร พ.ต.อ.เสกสิทธิ์ สุวรรณฤทธิ์ รอง ผบก.ก.จว.ชุมพร พ.ต.อ.ธงชัย นุ้ยเจริญ รอง ผบก.กค.ภ.8 พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป พ.ต.อ.ธานี นาคหกวิค ผกก.สส.ภ.จว.ชุมพร พ.ต.อ.พิษณุ พ่วงพร้อม ผกก.ปพ.บก.สส.ภ.8 พ.ต.อ.นวัชนันท์ ศิธราชู ผกก.สภ.ท่าแซะ พ.ต.อ.เทพนม สุวรรณรัตน์ ผกก.สส 3 บก.สส.ภ.8 พ.ต.อ. วิระชาญ ขุนไชยแก้ว ผกก.5 บก.ป. พ.ต.ท.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น รอง ผกก.5 บก.ป., พ.ต.ต.ปิยะพร เรียน สุทธิ์ สว.กก.5 บก.ป. พ.ต.ท.จงเสริม ปรีชา รอง ผกก.สส.3 บก.สส.ภ.8 พ.ต.ท.พิเชษฐ์ เสาแบน รอง ผกก.สส.3 บก.สส.ภ.8 บูรนาการ่วมกันกับ เจ้าหน้าที่ตํารวจ กก.3 มก.สส.ก.8 ,เจ้าหน้าที่ ตํารวจ สก.เมืองชุมพร สภ.ท่าแซะ และเจ้าหน้าที่ตํารวจ ภ.จว.ชุมพร ร่วมกันสืบสวนสอบสวนจนสามารถดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาที่ปล้นทองใน “ห้างบิ๊กซี สาขาชุมพร” ได้สำเร็จแล้ว

ด้วยเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2564 เวลาประมาณ 15.00 น. ได้มีเหตุชิงทรัพย์ร้านทองเยาวราชกรุงเทพ ในห้างบิ๊กซีชุมพร ชั้น 2 จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า มีชาย (ไม่ทราบชื่อ -สกุล) อายุประมาณ 30-40 ปี สูงประมาณ 180 เซนติเมตร สวมใส่หมวกโม่ง สวมเสื้อพนักงานส่งของแห่งหนึ่งถือ ถุงกระดาษ เดินเข้ามาติดต่อที่ร้านทองเยาวราชกรุงเทพ สาขาบิ๊กซีชุมพร จากนั้นได้ชักสิ่งของคล้ายอาวุธปืน ออกมาข่มขู่และสั่งให้หยิบทองคํารูปพรรณจํานวน 75 เส้น รวมมีมูลค่า 2,481,750 บาท จากนั้นได้วิ่งหนีออกไปจากที่เกิดเหตุ แล้วขับรถจักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อและทะเบียนหลบหนีซึ่งเป็นคดีอุกฉกรรจและเป็นคดีที่น่าสนใจต่อประชาชน ตลอดจนสื่อมวลชน ทำให้ พล.ต.ท.อําพล บัวรับพร ผบช.ภ.8 สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตํารวจ ได้เร่งดำเนินการสืบสวนติดตามจับกุมตัวผู้กระทํา ความผิดมาดําเนินคดี

ทั้งนี้ พล.ต.อ. สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ต้องการให้พื้นที่มีปลอดภัยทุกพื้นที่ อันจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่น อุ่นใจ ให้กับประชาชน โดยใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการป้องกันอาชญากรรมควบคู่กับการบูรณการ กําลังกับหน่วยร่วมปฏิบัติในพื้นที่ โดยเชื่อมสัญญาณจากกล้องของหน่วยงานราชการ และเอกชนมายังห้องปฏิบัติการ เพื่อยกระดับการทํางานของตํารวจตามกรอบความคิดเรื่องระบบราชการ 4.0 ก้าวเข้าสู่ยุค ดิจิทัล ในด้านการป้องกันอาชญากรรมซึ่งเจ้าหน้าที่ตํารวจชุดสืบสวนจากหลายหน่วย ได้บูรณาการทําการสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุ และเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายคาดว่าจะใช้หลบหนี

พบชายซึ่งมีตำหนิรูปพรรณคล้ายกับคนร้าย จากจุดเกิดเหตุ เข้ามาสิ้นสุด บริเวณพื้นที่บ้านปากแพรก ตําบลนากระตาม อําเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร สืบสวนหาตัวคนร้ายตลอดมา

ต่อมาเมื่อวันที่ 18 พ.ย.2564 เวลาประมาณ 08.30 น. เจ้าหน้าที่ตํารวจฝ่ายสืบสวนได้ร่วมกัน สอบสวนและมีเบาะแสของข้อมูลพบว่า นายดลหรือดล ภาสุขเจริญ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการยักยอกเงินของวัดเขาแก้ว มีมูลค่ารวมเป็นเงิน 1,070,000 บาท จึงได้เข้าทำการตรวจค้นบ้านของผู้ต้องหาพร้อมตรวจยึด สร้อยคอทองคําหนักเส้นละ 1 บาท จํานวน 21 เส้น ,ใบรับจํานพทองรูปพรรณจํานวน 13 ใบ, ต่างหูทองคํา จํานวน 1 คู่, สร้อยคอทองคํา จํานวน 1 เส้น ,แหวนทองคํา จํานวน6วง,ทองคําแท่งหนัก 2 สลึง จํานวน 1 ชิ้น,ทองคําแท่งหนัก 1 กรัม จํานวน 3 ชิ้นและอุปกรณ์ที่ใช้ในการปล้นประกอบด้วย หมวกโม่ สีเทา จํานวน 1 ใบ, หมวกโม่ สีดํา จํานวน 1 ใบ, กางเกงยีนส์ สีนําเงิน จํานวน 2 ตัว, เสื้อ ยืดคอกลมแขนสั้น สีแดง จํานวน 2 ตัวและเสื้อสีเขียวแขนยาวของบริษัทเดลิเวอรี่แห่งหนึ่ง จํานวน 1 ตัว

จากการสอบถามนาย ดลฯผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุชิงทองตามลําพัง โดยนายดลฯผู้ต้องหาได้เอาเงินของวัดเขาแก้วไปจ่ายการพนันออกไลน์จนหมด จํานวน 1,070,000 บาท จึงตัดสินใจใช้วิธีการ ปล้นชิงทองก่อเหตุในวันดังกล่าว โดยสวมรองเท้าผ้าใบคาดขาว สวมหมวกปีกลายพรางคลุมหน้าสวมแว่นตาสีใสที่ใช้เพื่อพรางรูปพรรณและใช้ถ่านไม้สีดําทาบริเวณคิ้วทั้งสองข้างให้หนาละยาว เพื่ออําพรางตัวตน แล้วขโมยรถจักรยานยนต์ ที่จอดเสียบกุญแจไว้หน้าร้านขายของ บริเวณแยกท่าข้าม ต.ท่าแซะ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร แล้วได้ถอด แผ่นป้ายทะเบียนรถใส่ไว้ใต้เบาะรถ

ต่อมาระหว่างวันที่ 1 – 16 พฤศจิกายน 2564 นายดลฯได้นําทองรูปพรรณที่มีน้ำหนักรวมจํานวน 21 บาท ไปชั่งกับเครื่องชั่งดิจิตอลที่บ้านของนายดลฯ จากนั้นใช้กลวิธีทำให้ทองรูปพรรณดังกล่าวให้เป็นของเก่า เพื่อความสะดวกในการนำไปขายและจํานํา โดยใช้ครีมกันแดดใส่บนฝ่ามือแล้วนําสร้อย ทองคํามาถูบนฝ่ามือ เพื่อให้ครีมกันแดดติดที่สร้อย แล้วนําแป้งฝุ่นมาใส่ฝ่ามือแล้วนําสร้อยทองคํามาถูอีกครั้ง เพื่อให้ร้านทองคิดว่าเป็นสร้อยทองทําที่ผ่านการสวมใส่มาแล้ว

พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ รอง ผบช.ภ.8 กล่าวเสริมว่า ตำรวจเราใช้เวลาสืบสวนสอบสวนรวมทั้งสิ้น 30 วันพอดีก็สามารถจับกุมผู้ต้องหารายนี้ได้ และฝากเตือนและขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ช่วยให้ข้อมูลจนนำไปสู่การจับกุม เพราะคนร้ายรายนี้เขาได้เขาไปศึกษาการปล้น ตั้งแต่ไปขโมยรถจักรยานยนต์มา การพรางตัวตนและบุคคลิกให้เจ้าหน้าที่สืบหาตัวยากมาก ดังนั้นพี่น้องประชาชนหากสังเกตุแบ้วร่วมมือให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ก็จะปิดคดีได้สำเร็จดังในกรณีคดีนี้

ธนากร โกศลเมธี รายงานศูนย์ข่าวสารจังหวัดชุมพร 0818923514

ข่าวที่น่าติดตาม