‘บิ๊กป้อม’ กระชับแผนป้องกันอุทกภัยอุทุกภัยภาคใต้ ตรวจติดตามสถานการณ์น้ำ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี ร่วมกับ เลขาฯ ธรรมนัส – ดร.นฤมล บูรณาการหน่วยงานวางแผนป้องกัน ผลกระทบระยะยาว หวั่นฤดูมรสุมในพื้นที่ภาคใต้ ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน พร้อมเปิด “ศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้าภาคใต้”

‘บิ๊กป้อม’ กระชับแผนป้องกันอุทกภัยอุทุกภัยภาคใต้ ตรวจติดตามสถานการณ์น้ำ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี ร่วมกับ เลขาฯ ธรรมนัส – ดร.นฤมล บูรณาการหน่วยงานวางแผนป้องกัน ผลกระทบระยะยาว หวั่นฤดูมรสุมในพื้นที่ภาคใต้ ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน พร้อมเปิด “ศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้าภาคใต้”

พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีติดตามสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้พร้อมสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งฟื้นฟูเยียวยาผู้ประสบภัย พร้อมลงพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี เปิดศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้า ผนึกความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งรับสถานการณ์น้ำแบบครบวงจรดูแลชาวใต้ให้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมช่วงฤดูฝนน้อยที่สุด

          วันนี้ (17 พ.ย. 64)พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เดินทางลงพื้นที่ตรวจราชการติดตามสถานการณ์อุทกภัยการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยและกล่าวมอบนโยบาย ณ ศาลากลางจังหวัดชุมพร ต.นาชะอัง อ.เมือง จ.ชุมพรพร้อมมอบถุงยังชีพ จำนวน 2,000 ชุด แก่ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ
ณ โรงเรียนอนุบาลสวี ต.นาโพธิ์ อ.สวี จากนั้นจึงเดินทางไปยังศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 11 สุราษฎร์ธานี ต.หนองไทร อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อเป็นประธานเปิดศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้าในพื้นที่ภาคใต้ โดยมี ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวรายงานโครงสร้างอำนาจหน้าที่คณะทำงานอำนวยการบริหารจัดการน้ำส่วนหน้าในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยภาคใต้ และดร.สุทัศน์ วีสกุลผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) กล่าวรายงานคาดการณ์สภาพอากาศในพื้นที่ภาคใต้

พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า ขณะนี้ภาคใต้ของประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝนแล้ว โดยในช่วงที่ผ่านมา อิทธิพลของมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ทำให้มีสถานการณ์ฝนตกหนักส่งผลให้เกิดอุทกภัย น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งในพื้นที่หลายจังหวัดซึ่ง จ.ชุมพร เป็นหนึ่งในจังหวัดที่ประสบกับสถานการณ์อุทกภัย โดยเฉพาะบริเวณ อ.หลังสวน อ.สวี อ.ท่าแซะ อ.ทุ่งตะโก และอ.เมือง โดยรัฐบาลมีความห่วงใยและตระหนักถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัย ในวันนี้จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดบูรณาการความร่วมมือในการให้ความช่วยเหลือ ซ่อมแซมบ้านเรือนที่อยู่อาศัยของผู้ประสบภัย รวมทั้งเร่งสำรวจความเสียหาย ฟื้นฟูเยียวยาผลกระทบตามเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังกำหนด นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำให้ความสำคัญในการสร้างการรับรู้ประชาสัมพันธ์ข้อมูลสถานการณ์น้ำและการให้ความช่วยเหลือของภาครัฐกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันด้วย

ทั้งนี้ เนื่องจาก กอนช. ได้คาดการณ์ว่า ยังคงมีพื้นที่เสี่ยงในบริเวณภาคใต้ซึ่งจะมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับปัจจุบัน
มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งมีปริมาณน้ำมากกว่า 80% ของความจุ และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นหลายแห่ง เสี่ยงน้ำล้นตลิ่งกระทบพื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณท้ายอ่างเก็บน้ำ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสูงสุดในการรับมือกับสถานการณ์น้ำ จึงได้แต่งตั้งคณะทำงานอำนวยการบริหารจัดการน้ำส่วนหน้าในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยภาคใต้และจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้าในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยภาคใต้ณ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 11 จ.สุราษฎร์ธานีเพื่อติดตาม ประเมินวิเคราะห์สถานการณ์น้ำและอำนวยการหน่วยงานในพื้นที่ ในการบริหารจัดการมวลน้ำช่วงฤดูฝนภาคใต้ปี 2564 ให้เกิดความเป็นเอกภาพและสามารถคลี่คลายสถานการณ์ให้กลับคืนสู่สภาวะปกติได้โดยเร็ว พร้อมมอบหมายให้ทุกหน่วยงานใช้ข้อมูลจากศูนย์บริหารจัดการน้ำฯ
ในการวางแผนบริหารจัดการน้ำหลาก เพื่อนำไปแก้ไขปัญหาอุทกภัยอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่อไป

ด้าน ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะรองผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เปิดเผยเพิ่มเติมว่าคณะทำงานอำนวยการบริหารจัดการน้ำส่วนหน้าในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยภาคใต้ ประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สทนช. กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมกองบัญชาการกองทัพไทยกรมอุตุนิยมวิทยากรมชลประทานกรมประชาสัมพันธ์กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกรมทรัพยากรน้ำกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน)สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ และคณะอนุกรรมการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำรายภาคในพื้นที่ภาคใต้
โดยทุกหน่วยงานจะบูรณาการความร่วมมือเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศทรัพยากรน้ำ เพื่อคาดการณ์และวิเคราะห์สภาพอากาศ ปริมาณน้ำในลำน้ำ แหล่งเก็บกักน้ำ พื้นที่น้ำหลาก และแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคใต้ รวมทั้งอำนวยการ บูรณาการ ติดตาม ตรวจสอบการบริหารจัดการน้ำ ร่วมกับกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่มและอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ให้กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว
ตามข้อสั่งการของรองนายกรัฐมนตรี เพื่อดูแลประชาชนชาวภาคใต้ให้ได้รับความเดือดร้อนน้อยที่สุด

ธนากร โกศลเมธีรายงานศูนย์ข่าวสารจังหวัดชุมพร 0818923514

 

ข่าวที่น่าติดตาม