ลำพูน – สอก.ล อ.ลี้ จ.ลำพูน ยื่นหนังสือถึง ผวจ.ขอเยียวยาเกษตรกรผู้ปลูกลำไย

สภาอาชีพเกษตรกร(สอก.ล) อ.ลี้ จังหวัดลำพูน ยื่นหนังสือถึง ผวจ.ลำพูน เรื่องขอเยียวยาเกษตรกรผู้ปลูกลำไยไร่ละ 2,000 บาท เพื่อใช้เป็นต้นทุนในในฤดูกาลการผลิต

 

วันนี้(26 ต.ค. 64) ที่ศาลาประชาคม ศาลากลาง จว.ลำพูน ถนนอินทยงยศ ต.ในเมือง อ.เมืองลำพูน จ.ลำพูน เกษตรกรผู้ปลูกลำไยในนาม สภาอาชีพเกษตรกร(สอก.ล) อ.ลี้ นำโดย นายสุกิจ ตุ่นวงศ์ ประธานสภาอาชีพเกษตรกร (สอก.ล) อ.ลี้, นายพสิษฐ์ สุขสวัสดิ์ ประธานคณะกรรมการแปลงใหญ่ จ.ลำพูน พร้อมด้วย เกษตรกรผู้ปลูกลำไย ร่วมกันยื่นหนังสือถึง นายวรยุทธ เนาวรัตน์ ผวจ.ลำพูน ในเรื่องของการเยียวยาเกษตรกรผู้ปลูกลำไยฤดูกาลการผลิตปี 2564 โดยมี นายชาตรี กิตติธนดิตถ์ ปลัดจังหวัด(ปจ.)ลำพูน พร้อมด้วย นายบุญส่ง ไชยมณี หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน(หน.สนง.จ.ลำพูน), รก.หน.สนง.เกษตร จ.ลำพูน, รก.หน.สนง.เกษตรและสหกรณ์ จ.ลำพูน, ผู้แทน สนง.พาณิชย์ จ.ลําพูน เป็นผู้แทนรับมอบหนังสือร้องเรียนจากเกษตรกร

นายสุกิจ ตุ่นวงศ์ ประธานสภาอาชีพเกษตรกร (สอก.ล) อ.ลี้ กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลได้พิจารณาการเยียวยาเกษตรกรผู้ปลูกลำไยที่ได้รับผลกระทบความเดือดร้อนจากปัญหาสภาพอากาศและปัญหาของสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ทำให้ประเทศจีนซึ่งเป็นผู้นำเข้าลำไย(ลำไยสด) จากประเทศไทย ไม่สามารถเดินทางเข้ามาในประเทศไทยได้ ขณะที่ปริมาณผลผลิตล้นตลาด รัฐบาลจึงให้ความช่วยเหลือเกษตรกร โดยมติของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 25 ส.ค. 63 เห็นชอบการดำเนินงานโครงการเยียวยาเกษตรกรชาวสวนลำไยปี 2563 และค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการาเป็นเงินทั้งสิ้น 3,440,094,726 บาท และเกษตรกรชาวสวนลำไยได้รับการเยียวยาทุกครอบครัวในอัตราไร่ละ 2,000 บาท ไม่เกิน 25 ไร่ ต่อครัวเรือน

ทั้งนี้ เนื่องด้วยสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 ยังคงทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้เกษตรกรผู้ปลูกลำไยภาคเหนือ 8 จังหวัด ประกอบด้วย เชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย พะเยา ลำปาง แพร่ น่าน และ แม่ฮ่องสอน ซึ่งมีพื้นที่ปลูกลำไย จำนวน1,202,400 ไร่ ผลผลิตมากกว่า 1,238,000 ตัน มีเกษตรกรมากกว่า 250,000 ครอบครัวได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสร้ายแรงดังกล่าว ส่งผลให้ราคาลำไยตกต่ำ ขาดแคลนแรงงาน กลไกการตลาดมีปัญหา โดยเฉพาะการส่งอกลำไยไปต่างประเทศ เกษตรกรจึงประสบปัญหาการขาดทุน มีภาระหนี้สิน ได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสและไม่มีเงินทุนที่จะเป็นต้นทุนใน ปี 2565 ที่กำลังมาถึงในขณะนี้ จึงต้องขอรับการเยี่ยวยาจากรัฐบาล ไร่ละ 2,000 บาทเหมือนปีที่ผ่านมา ประกอบกับการประชุมคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ ครั้งที่ 4/2564 ได้มีมติตามข้อ 5.1.1 ในการเตรียมต้นลำไยภายหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิต เน้นให้คำแนะนำเกษตรกรใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมและจัดทำแนวทางพัฒนาลำไยคุณภาพในปีต่อไป ตั้งแต่เดือน ต.ค. 63 ถึง ธ.ค. 64

อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานของเกษตรกรผู้ปลูกลำไย ตามมติจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีต้นทุนสนับสนุนให้แผนบริหารจัดการตามมติดังกล่าว ให้ประสบผลสำเร็จในฤดูกาลการผลิตปี 2565 ดังนั้น จึงขอรับเงินเยียวยา ไร่ละ 2,000 บาท เพื่อใช้เป็นต้นทุนการผลิตตามแผนที่คณะกรรมการฯ อนุมัติอย่างมีประสิทธิภาพ

ด้าน จังหวัดลำพูนจะดำเนินส่งเรื่องของเกษตรกรชาวสวนลำไยไปยังรัฐบาล เพื่อให้ทราบถึงความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนลำไย ในการขอรับเงินเยียวยาของเกษตรกรผู้ปลูกลำไยที่ได้รับผลกระทบความเดือดร้อนจากปัญหาสภาพอากาศและปัญหาของสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 ในจำนวนไร่ละ 2,000 บาท ไม่เกิน 25 ไร่ ต่อครอบครัว เพื่อใช้เป็นต้นทุนในในฤดูกาลการผลิตปี 2565 ต่อไป

จ.ลำพูน มีเกษตรกรที่มีสิทธิ์รับเงินตามเงื่อนไข จำนวน 43,229 ครัวเรือน 85,770 แปลง 307,525 เนื้อที่ จำนวนเงิน 615,050,580 บาท โดยมีเกษตรกรที่ได้รับเงินในรอบแรก(อยู่เป้าหมายโครงการ 200,000 ครัวเรือน) โดยกรมส่งเสริมการเกษตรส่งข้อมูลให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธกส.) เมื่อวันที่ 21 ต.ค. 63 จำนวน 42,075 ครัวเรือน 833,785 แปลง เนื้อที่ 300,570.43 ไร่ จำนวนเงิน 601,140,850 และรอบที่ 2 ต้องนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณาในส่วนที่เกิน ครัวเรือน โดยเมื่อวันที่ 26 ม.ค.64 ครม.มีมติเห็นชอบให้ปรับเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายโครงการจากเดิมที่กำหนดไว้จำนวน 200,000 ครัวเรือน เป็น “ไม่จำกัดจำนวนครัวเรือนเกษตรกร” และให้เยียวยาเกษตรกรผู้ปลูกลำไยในส่วนที่เกินจากเป้าหมายเดิม จำนวน 2,013 ครัวเรือน โดยให้ ธกส. เริ่มดำเนินการโอนเงินเยียวยาให้เกษตรกรผู้ปลูกลำไยได้หลังจากวันที่ ครม.อนุมัติ โดยรอบที่ 2 จ.ลำพูนมีเกษตรกร 1,154 ครัวเรือน 1,985 แปลง เนื้อที่ 6,954.87 ไร่ จำนวนเงิน 13,909,730 บาท

 

กรรณิการ์ วิจิตรสกลการ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดลำพูน

ข่าวที่น่าติดตาม