รวบแก๊งบัตรขาว (แก๊งสกริมมิ่งบัตร) ชาวโรมาเนียและมาเลเซีย พบบัตรเครดิตปลอมและบัตรเอทีเอ็มปลอม คาดผู้เสียหายอื้อ

รวบแก๊งบัตรขาว (แก๊งสกริมมิ่งบัตร) ชาวโรมาเนียและมาเลเซีย พบบัตรเครดิตปลอมและบัตรเอทีเอ็มปลอม คาดผู้เสียหายอื้อ

 

 

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในปัจจุบัน พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาด ซึ่ง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. โดย พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม. ระดมกวาดล้างคนต่างด้าว ที่ลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย ขบวนการขนคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ตลอดจนการขนแรงงานต่างด้าวเข้า – ออกพื้นที่จังหวัดที่มีคำสั่งห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าว เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค โควิด-19 และรวมถึงการที่คนต่างชาติเข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม. สั่งการให้ พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.สตม.,พ.ต.อ.ณภัทรพงศ สุภาพร ผกก.ปอพ.บก.สส.สตม.,พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล ผกก.กก.4 บก.สส.สตม.,พ.ต.อ.ชย พานะกิจ ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม.,ว่าที่ พ.ต.ต.สิทธิมณ สร้อยภู่ระย้า สว.กก.4 บก.สส.สตม.,ร.ต.อ.ภูริศ คำหมื่น รอง สว.กก.1.บก.สส.สตม และเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.สตม. แถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาดังนี้

1. MR.IACOB CORNE อายุ 39 ปี สัญชาติโรมาเนีย
ข้อหา “ร่วมกันปลอมบัตรอิเล็กทรอนิกส์และมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม”
2. MR.GIM TECK WE อายุ 33 ปี สัญชาติมาเลเซีย
ข้อหา “หลบหนีเข้าเมืองและร่วมกันปลอมบัตรอิเล็กทรอนิกส์และมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม”
สืบเนื่องจาก กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนและได้รับการประสานงานจากฝ่ายจัดการเหตุการณ์ธุรกิจ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ว่าได้มีผู้เสียหายถูกคนร้ายทำการถอนเงินออกจากบัญชี โดยที่บัตรถอนเงินยังคงอยู่กับผู้เสียหาย

จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้ทำการสืบสวนจนทราบว่าคนร้ายในขบวนการนี้เป็นคนต่างชาติ จำนวน 2 ราย โดยจะใช้วิธีการคือทำการติดตั้งเครื่องสกริมมิ่งบัตรถอนเงินในช่องเสียบบัตรตู้ถอนเงินและจากนั้นจะทำการคัดลอกข้อมูลบัตรถอนเงินของผู้เสียหายไปใส่ในบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม แล้วจากนั้นจะนำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมไปถอนเงินตามจุดต่างๆ เช่นในเขต สาทร อำเภอหัวหิน เป็นต้น โดยทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้สืบทราบว่าคนร้ายคือ MR.IACOB สัญชาติโรมาเนีย และ MR.GIM สัญชาติมาเลเซีย โดยคนร้ายทั้งสอง ได้ทำการหลบหนีและย้ายไปกระทำความผิดในพื้นที่อำเภอหัวหิน ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ทราบว่า MR.GIM ได้พักอาศัยอยู่โรงแรมบริเวณริมชายหาดอำเภอหัวหิน จึงได้ดักซุ่มรอจนกระทั่ง MR.GIM ปรากฏตัวตัวจึงได้แสดงตัวขอทำการตรวจค้นผลการตรวจค้นพบ บัตรอิเล็กทรอนิกส์สีขาว จำนวน 209 ใบ บัตรอิเล็กทรอนิกส์สีขาวที่มีการลงข้อมูลแล้ว จำนวน 2 ใบ สมุดบัญชีธนาคารจำนวน 6 เล่ม พร้อมเครื่องลงข้อมูลในบัตรอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 1 เครื่อง

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการขยายผลทราบ MR.IACOB ได้พักอาศัยอยู่ในบริเวณใกล้กัน จึงได้ไปทำการดักซุ่มรอจนกระทั่ง MR.IACOB ปรากฏตัวจึงได้แสดงตัวขอทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบ บัตรอิเล็กทรอนิกส์แถบแม่เหล็กสีขาวลงข้อมูลแล้ว จำนวน 28 ใบ เครื่องคัดลอกข้อมูลบัตรฯ จำนวน 1 เครื่อง โทรศัพท์ จำนวน 2 เครื่อง อุปกรณ์ลงข้อมูลบัตร จำนวน 1 เครื่อง โดยจากการสอบถามคนร้ายทั้งสองให้การรับสารภาพว่าได้กระทำผิดจริง ซึ่งได้กระทำมาแล้วประมาณ 3 เดือน ซึ่งจะตระเวนทำในพื้นที่กรุงเทพมหานครบริเวณที่มีนักท่องเที่ยวและอำเภอหัวหิน โดยสั่งซื้อเครื่องลงข้อมูลบัตรอิเล็กทรอนิกส์มาจากประเทศจีน และเครื่องสกริมมิ่งบัตรเอาเข้ามาจากประเทศอังกฤษ ซึ่งจะออกติดตั้งเครื่องสกริมมิ่งบัตรในช่วงเช้าตรู่ และจะออกไปถอนเงินในช่วงดึก เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้ทำการจับกุมและนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สตม. จึงขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดต่างๆ รวมทั้งการดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนหรือ ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเบาะแสในการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

ข่าวที่น่าติดตาม