ถึงเวลาที่รัฐบาลต้องเด็ดขาดในการสร้าง”นิคมอุตสาหกรรม จะนะ” เพื่อพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้

ถึงเวลาที่รัฐบาลต้องเด็ดขาดในการสร้าง”นิคมอุตสาหกรรม จะนะ” เพื่อพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้

 


วันนี้แผนการพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้มีอยู่หลายโครงการ ทั้งที่เป็นโครงการของรัฐบาล ซึ่งนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นผู้ผลักดัน นั่นคือโครงการ ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ การผลักดันการขุดคลองไทย ซึ่งมีผู้ผลักดันหลายกลุ่มด้วยกัน ทั้งจากกลุ่มเอกชน กลุ่มนักการเมืองในฝากของ วุฒิสมาชิก ซึ่งล่าสุด มีการส่งโครงการให้ สภาพัฒน์ฯ เป็นผู้ศึกษาความเป็นไปได้
นอกจากนั้นก็ยังมีอีกโครงการ การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดสงขลา ที่ ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา ซึ่ง กนอ. เป็นผู้ดำเนินการ และเป็นโครงการที่ล่าช้า เพราะผ่านไปเกือบ 10 ปี ยังไม่มีนักลงทุนสนใจที่จะเข้าไปลงทุน เพราะความพร้อมที่ยังไม่พร้อมเท่าที่ควร


ส่วนโครงการที่คืบหน้าไปแล้ว คือโครงการพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือโครงการ “สามเหลี่ยมเศรษฐกิจ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน “ ซึ่งเป็นนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ให้ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ( ศอ.บต.)เป็นผู้”ขับเคลื่อน”
และเป็นโครงการเดียวจากโครงการทั้งหมดที่กล่าวมา ที่เกิดขึ้นแล้วอย่างเป็น”รูปธรรม” เช่น เมืองต้นแบบที่ 1 ที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เมืองต้นแบบที่ 2 ที่ อ.เบตง จ.ยะลา และเป็นเมืองต้นแบบที่ 3 ที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส และ เมืองต้นแบบที่ 4 ที่ อ.จะนะ จ.สงขลา
ซึ่งในเบื้องต้น ศอ.บต. ได้เข้าไปดำเนินการสร้างความเข้าใจกับชาวบ้าน และการเข้าไปพัฒนาพื้นที่พัฒนาอาชีพให้กับคนในพื้นที่โดยผ่านโครงการ”สันติสุข”ขนาดเล็กที่ให้คนในพื้นที่ คิดเอง ทำเอง และมีการเข้าไปแก้ปัญหาการทำกิน ในที่ดินของรัฐ เพื่อให้ผู้ที่ทำกินอยู่ก่อน ได้สิทธิในการทำกินในที่ดินเหล่านี้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย


และ เมืองต้นแบบที่ 4 ที่ อ.จะนะ จ.สงขลา คือ โครงการที่ใหญ่ที่สุด และจะเป็นโครงการที่สามารถพลิกฟื้น” เศรษฐกิจในจังหวัดชายแดนภาคใต้” รวมทั้งให้ประโยชน์กับคนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในการที่จะมีอาชีพ มีงานทำ มีรายได้ โดยไม่ต้อง “ทิ้งถิ่นฐาน” ไปทำงานในประเทศเพื่อนบ้าน
และเป็นโครงการที่เกิดได้ง่ายที่สุด เพราะเป็นโครงการของ “เอกชน” ที่จะเป็นผู้ลงทุนทั้งหมดภายใน 3 ปี ถึง 900,000 ล้านบาท ด้วยกัน โดยเฉพาะในวันนี้ ประเทศไทยกำลังอยู่ในสภาวะของการ “กู้หนี้ยืมสิน” เพื่อแก้ปัญหา เศรษฐกิจ และ ความยากจน ของคนค่อนประเทศ รัฐบาลต้องพึ่งการลงทุนของ เอกชน ของ กลุ่มทุน ที่มีความพร้อมในการลงทุน เพื่อต่อลมหายใจทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ


สำหรับ โครงการ ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ แม้จะเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ แต่เชื่อว่ายังไม่สามารถที่จะ”ขับเคลื่อน” ให้เห็นเป็น”รูปธรรม” ในเวลา 4 ปี 8 ปี นี้ เช่นเดียวกับการ”ขุดคลองไทย” ที่เป็นเรื่อง”อภิมหาโปรเจก” ที่ใหญ่เกินกำลังของประเทศไทย และมี เรื่องอื่นๆ ที่มีความขัดแย้งกับประเทศ”มหาอำนาจ”ปัญหาถึง สิ่งแวดล้อม และ อื่นๆ ที่สุดท้ายแล้ว ยังมองไม่เห็นว่า “จุดจบ” ของการขุด”คลองไทย” อยู่ตรงไหน
การ ผลักดัน ให้เกิด เมืองต้นแบบที่ 4 หรือ “เมืองอุตสาหกรรมแห่งอนาคต” หรือ “นิคมอุตสาหกรรมจะนะ” จึงเป็นเรื่องที่ง่ายที่สุด เพราะ เอกชน ที่ต้องการลงทุน มีความพร้อม วันนี้ ปัญหาของ “นิคมอุตสาหกรรมจะนะ” มีเพียงเรื่องเดียว คือการทำความเข้าใจกับกลุ่มผู้ที่”เห็นต่าง” ที่เป็น”เอ็นจีโอ” ที่เป็นผู้นำชาวประมงพื้นบ้านใน อ.จะนะ และ ใกล้เคียงไม่เกิน 200 คน
และไม่ใช่งานยาก ถ้ารัฐบาล จะ”เอาจริง”และไม่มีเรื่องของ”การเมือง” ต่างพรรค ต่างขั้ว เข้ามา”ยุ่มย่าม” และไม่กลัว “ม็อบ” ของกลุ่มผู้”เห็นต่าง” ที่ยกพวกไปนอนหน้าทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็น”ลูกไม้”เดิมๆ ในการสร้างกระแสสังคมให้เห็นว่า โครงการ “นิคมอุตสาหกรรมจะนะ” เป็นโครงการที่”เอื้อนายทุน” และ ทำลายสิ่งแวดล้อม


เมืองต้นแบบที่ 4 หรือ นิคมอุตสาหกรรมจะนะ มีความจำเป็นและมีความสำคัญ ตรงที่จะเป็นท่าเรือน้ำลึกแห่งที่ 2 ที่จำเป็นยิ่งกับการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่แม้แต่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตองคมนตรี และ รัฐบุรุษ อดีต นายกรัฐมนตรีชาวสงขลา ก็มีความเห็นถึงความจำเป็นที่ต้องมีท่าเรือน้ำลึกแห่งที่ 2 เพื่อเป็นประตูการขนส่ง สินค้า จากภาคใต้ไปสู่จุดหมายที่ต้องการ
และเชื่อว่า “วิกฤติ” เศรษฐกิจ ที่เกิดจาก”โควิด 19” ในครั้งนี้ จะทำให้รัฐบาลชุดนี้ กล้าที่จะ”ขับเคลื่อน” โครงการ เมืองต้นแบบที่ 4 ที่ อ.จะนะ โดยไม่ เกรงกลัว “ม็อบ” ของผู้ที่”เห็นต่าง” เพียง 200 คน ที่ เอ็นจีโอ สร้าง”ปีศาจ” มาหลอกหลอนให้เห็นถึงความ”ชั่วร้าย” ของ “อุตสาหกรรม”
เพราะการที่ไม่ยอมตามใจและมีปัญหากับคน 200 คน แต่สามารถสร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติและช่วยให้คน 100,000 คน ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้มี งานทำ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ย่อมคุ้มค่า ที่สำคัญไม่เคยมี โครงการไหนที่จะมีผู้เห็นด้วยทั้งหมด ดังนั้นการไม่เห็นด้วยของคน 200 คน กับคนที่เห็นด้วยอีกหลายหมื่นคนใน อ.จะนะ จึงเป็นเรื่อง ปกติ ในสังคม ถ้าทุกโครงการ รัฐบาล ให้ทุกคนเห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็น อย่าว่าแต่การสร้าง”นิคมอุตสาหกรรม เลยที่ทำไม่ได้ แม้แต่การตัดต้นไม้ริมถนนแค่ต้นเดียวก็ทำไม่ได้ เพราะมีผู้ที่”เห็นต่าง” เช่นกัน

 

นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา

ข่าวที่น่าติดตาม