เชียงใหม่-ประชุมโครงการสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและหมอพื้นบ้าน(ภาคประชาชน) (ชมคลิป)

เชียงใหม่-ประชุมโครงการสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและหมอพื้นบ้าน(ภาคประชาชน)

 

 

วันเสาร์ที่26กันยายน 2563 ณ ห้องประชุมลีลาวดี ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7รอบ จังหวัดเชียงใหม่ นพ.มล.สมชาย จักรพันธุ์ ประธานคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้เกียรติเป็นประธานเปิดการประชุมเครือข่ายภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและหมอพื้นบ้านภาคเหนือและปาฐกถาพิเศษ เรื่อง การก้าวย่างของภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและหมอพื้นบ้านหลังวิกฤต COVID – 19 เพื่อสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายโดยมีนายแพทย์จตุชัย มณีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุข จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุม

มล.สมชาย จักรพันธุ์ ประธานคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ผมมีความยินดี และเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้มาเป็นประธานเปิดการประชุมเครือข่ายภูมิปัญญา การแพทย์แผนไทยและหมอพื้นบ้านภาคเหนือ และปาฐกถาพิเศษ เรื่อง การก้าวย่างของภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและหมอพื้นบ้านหลังวิกฤต COVD – 19 แทนท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุขที่ติดภารกิจสำคัญในวันนี้ การแพทย์แผนไทยเป็นการแพทย์ที่ดูแลสุขภาพคนไทยมานานนับพันปีเป็นความรู้ที่สืบทอดต่อกันมาจากภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ

จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ พบว่า มีการใช้ยาจากสมุนไพรในการรักษาโรค ในอโรคยศาลากว่า 100 แห่ง ซึ่งสร้างในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ของอาณาจักรขอมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยมาตั้งแต่ก่อนตั้งกรุงสุโขทัย พบศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงสร้างสวนสมุนไพรขนาดใหญ่บนเขาหลวง หรือเขาสรรพยา ซึ่งปัจจุบันอยู่ในอำเภอศรีมาศ จังหวัดสุโขทัยเพื่อราษฎรได้เก็บสมุนไพรไปใช้รักษายามจ็บป่วย และพบตำราพระโอสถพระนารายณ์ที่ได้รวบรวมตำรับยาต่าง ๆ องค์ความรู้การแพทย์แผนไทยได้พัฒนมาตลอดโดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น

มีการรวบรวม สังคายนา บันทีกองค์ความรู้การแพทย์แผนไทย ตำรับยาไทย การนวดไทย เป็นจารึก คัมภีร์และตำราการแพทย์แผนไทยต่าง ๆ มีการจัดตั้งโรงเรียนแพทย์แผนโบราณวัดโพธิ์ถือเป็นโรงเรียนแพทย์แห่งแรก และได้จารึกเป็นตำราบอกสมุฏฐานของโรคและการรักษา มีการปั้นฤษีตนในท่าต่าง ๆ จนเป็นที่สนใจของผู้นำประเทศทั่วโลกที่มาเยือนประเทศไทย รวมทั้งการจัดตั้งโรงพยาบาลศิริราช ซึ่งเป็นโรงพยาบาลการแพทย์แผนตะวันตกแห่งแรกประเทศที่มีการเรียนการสอน และการรักษาด้วยการแพทย์แผนไทย และการแพทย์แผนตะวันตก จนกระทั่งได้มีการตราพระราชบัญญัติการแพทย์แผนไทย พระราชบัญญัติวิชาชีพการแพทย์แผนไทยขึ้น จึงนับเป็นก้าวย่างสำคัญที่การแพทย์แผนไทยคู่ขนานกับการแพทย์แผนปัจจุบัน

สำหรับการแพทย์แผนไทยหลังวิกฤต COVD – 19 จะเริ่มมีบทบาทมากขึ้น เพราะทั่วโลกต้องพึ่งตนเองทางต้านอาหารและยาทำให้พืชสมุนไพรมีความสำคัญมากขึ้น เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนจนถึงระดับประเทศสามารถสร้างนวัตกรรมเพื่อการส่งออก โดยการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาช่วยโดยหมอพื้นบ้านที่อยู่ในชุมชนมีประสบการณ์ และความชำนาญต้องการให้คนรุ่นใหม่และนักวิชาการช่วยถอด
บทเรียนและพัฒนา พร้อมยกย่องให้เป็นปราชญ์ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ดูแลเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเป็นธรรมและขึ้นทะเบียนเป็นแพทย์พื้นบ้านเป็นกำลังสำคัญในการป้องกันและส่งเสริมสุขภาพ การจัดประชุมในวันนี้ จึงเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมแรงร่วมใจกันพัฒนาการแพทย์แผนไทยให้เป็นที่พึ่งของประชาชนในการดูแลสุขภาพหวังว่าทุกท่านจะร่วมกันสร้างเครือข่ายการแพทย์ภูมิปัญญาและการเกษตรพืชสมุนไพรเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็งต่อไป

นายปรัชญา ธิวันนา ประธานเครือข่ายภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยและหมอพื้นบ้านจังหวัดเซียงใหม่ กล่าวว่า เครือข่ายภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยและหมอพื้นบ้านจังหวัดเซียงใหม่ ได้มองเห็นว่าในภาวะวิกฤต Covid-19 ที่ประสบกันอยู่ ทั่วโลกนั้น ทำให้เราได้บทเรียนที่จะต้องพึ่งตนเองทางด้านอหารและยา เพราะถือเป็นยุทธศาสตร์หนึ่งในความมั่นคงของชาติ และอาจทำให้เราเป็นประเทศผู้ส่งออกทางด้านอาหารและยาด้านสมุนไพร ภูมิปัญญา เพื่อพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม เพื่อสร้างเครือข่ายการแพทย์ภูมิปัญญาและการเกษตรพืชสมุนไพรเพื่อพัฒนาศรษฐกิจฐานรากให้เกิดความเข้มแข็ง พึ่งตนเองตั้งแต่ระดับบุคคล ครอบครัว ชุมชน ตำบล อำเภอ จังหวัดจนถึงระดับประเทศ และนวัตกรรมสู่การเป็นครัวโลก ตลอดจนเป็นศูนย์กลางสุขภาพของโลกอย่างมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืนบนพื้นฐานภูมิปัญญาและทรัพยากรของท้องถิ่นทั่วแผ่นดินไทย

เพื่อรวบรวมเครือข่ายให้พึ่งตนเองในระดับภาคตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ และจัดทำฐานข้อมูลศูนย์การเรียนรู้การเษตรสมุนไพรเพื่อการพึ่งพาตนเองทางด้านอาหารและยาตลอดจนเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนหันมาพึ่งพาตนเองทางด้านสุขภาพด้วยภูมิปัญญาและทรัพยากรในพื้นที่แต่ละภาค โดยจัดประชุมหมุนเวียนไปในแต่ละปีอีกทั้งสร้างความร่วมมือกับองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนในแต่ละภาคเพื่อร่วมกันส่งเสริมและพัฒนาการแพทย์ภูมิปัญญาสู่สากล

ทั้งนี้ได้มีการแบ่งกลุ่มเสวนาเกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงาน แนวทางการแก้ไข ปรับปรุงและพัฒนา กลุ่มที่ 1 การปลูกพืชสมุนไพรและแปรรูปเป็นอาหารและยา (เกษตรกร โรงงานและร้านขายยา)โดย ดร.ประสิทธิ์ ไชยลังกา กลุ่มที่ 2 กลุ่มการเรียนการสอนและงานวิจัย(นักวิชาการและสถาบันการศึกษา) โดยรศ.ดร.นิ่มอนงค์ งามประภาสม กลุ่มที่ 3 สถานพยาบาลการแพทย์แผนไทยและหมอพื้นบ้าน


โดย พท.สมบัติ ไตรศรีศิลป์ นายกสภาการแพทย์แผนไทย พล.ร.อ.ชาญชัย เจริญสุวรรณ รับฟังการบรรยายสรุปของแต่ละกลุ่ม เพื่อนําไปดําเนินการประสานทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการแก้ปัญหาและพัฒนาให้เป็นไปตามเป้าหมาย เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนทางด้านการแพทย์และสาธารณสุขของชาติ

พร้อมกันนี้นายปรัชญา ธิวันนา ประธานเครือข่ายภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและหมอพื้นบ้านจังหวัดเชียงใหม่ ได้ยื่นหนังสือเรียกร้องและข้อเสนอแนะ การบริหารจัดการจารีตประเพณีหมอพื้นบ้านให้กับนายกสภาการแพทย์แผนไทย อีกด้วย

นภาพร ขัติยะ/เชียงใหม่

ข่าวที่น่าติดตาม