กลาโหม MOU สวทช. ขับเคลื่อนงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อความมั่นคง

ปทุมธานี-กลาโหม MOU สวทช. ขับเคลื่อนงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อความมั่นคง

 


เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2563 เวลา 15:00 น. ที่ห้องประชุม SD-601 อาคารสราญวิทย์ อุทยานวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยี เพื่อความมั่นคงของประเทศ ระหว่างกระทรวงกลาโหมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ โดย ดร.ศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศ และการประยุกต์เชิงพาณิชย์ ได้กล่าวรายงานความร่วมมือระหว่าง วท.กห. กับ สวทช.

ซึ่งมีพลโทคงชีพ ตันตระวาณิชย์เจ้ากรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม เป็นตัวแทนกระทรวงกลาโหม และดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุลผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงกลาโหมจับมือกับ สวทช.วิจัยและพัฒนาด้านนวัตกรรมความมั่นคง กระทรวงกลาโหมโดยกรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม (วท.กห.) ลงนามความร่วมมือโครงการความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศเพื่อสนับสนุนการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านความมั่นคงในการขับเคลื่อนและขยายผลงานวิจัยไปประยุกต์สู่การใช้งานจริงรวมถึงสนับสนุนและสร้างความเข้มแข็งให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมด้านนวัตกรรมความมั่นคงของประเทศอย่างยั่งยืนรวมถึงสร้างองค์ความรู้นวัตกรรมและการถ่ายทอดเทคโนโลยีภายใต้ยุทธศาสตร์ของ S-CURVE11 โดยมีพลโทคงชีพ ตันตระวาณิชย์เจ้ากรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกระทรวงกลาโหมและ ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ สวทช. ร่วมลงนาม


พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ เจ้ากรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหมกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า สืบเนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอนุมัติยุทธศาสตร์การพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีป้องกันประเทศกระทรวงกลาโหม 2560-2579 เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 ซึ่งยุทธศาสตร์ดังกล่าวกำหนดกรอบแนวทางการดำเนินงานด้านการวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีป้องกันประเทศที่สำคัญคือการเร่งรัดพัฒนาเครือข่ายด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีป้องกันประเทศเพื่อมุ่งหาความร่วมมือกับเครือข่ายด้านการวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของกลาโหมกับหน่วยงานด้านการศึกษาด้านการวิจัย

และพัฒนาและภาคอุตสาหกรรมป้องกันประเทศเพื่อให้มีเครือข่ายที่เกื้อกูลการดำเนินงานซึ่งกันและกันจนสามารถพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการพึ่งตนเองได้อย่างเป็นรูปประธรรมโดยในอนาคตจะส่งผลให้การดำเนินงานด้านการวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งเน้นการนำผลการวิจัยและนวัตกรรมให้เป็นกลไกที่สำคัญในการพัฒนาประเทศโดยเฉพาะอุตสาหกรรมความมั่นคงของประเทศเพื่อให้ผลิตได้เองและลดการพึ่งพาจากต่างประเทศรวมถึงการพัฒนาต่อยอดเป็นอุตสาหกรรมส่งออกสร้างรายได้ให้กับประเทศต่อไป ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานวิทยาศาสตร์สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า สำหรับการลงนามความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศนี้ สวทช.โดยศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ร่วมมือสนับสนุนการวิจัย

 

และพัฒนากับกรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกระทรวงกลาโหมเทคโนโลยีกลาโหมกระทรวงกลาโหมและทุกเหล่าทัพในระยะ 3 ปี 2563-2566 เพื่อวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านความมั่นคงในการขับเคลื่อนและขยายผลงานวิจัยไปประยุกต์สู่การใช้งานจริงรวมถึงสนับสนุนและสร้างความเข้มแข็งให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญและสนับสนุนให้เกิดการใช้ทรัพยากรร่วมกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดพร้อมทั้งส่งเสริมและแลกเปลี่ยนความรู้บุคลากรและข้อมูลทางวิชาการในการวิจัยและพัฒนาให้มีศักยภาพ และเพิ่มขีดความสามารถด้านนวัตกรรมเพื่อความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ รวมทั้งขยายเครือข่ายร่วมมือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนอกจากนี้จะมีการขยายผลด้านปัญญาประดิษฐ์หรือ Ai ในการโครงการต่าง ๆ รวมถึงความร่วมมือด้านโจทย์การวิจัยอื่น ๆ จากกระทรวงกลาโหมทั้ง 4 เหล่าทำตลอดจนส่งเสริมให้มีการดำเนินการวิจัยและพัฒนาเพื่อให้เกิดผลกระทบในวงกว้างและเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติสูงสุดต่อไป

ภาพ/ข่าว ประภาพรรณ ขาวขำ รายงาน

ข่าวที่น่าติดตาม